
สานต่อเชียงใหม่โมเดล พ่อเมืองเชียงใหม่ดันการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เป็นนโยบายเร่งด่วน ส่งไม้ต่อให้พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงใหม่เป็นแม่งาน วางกรอบ 4 ยุทธศาสตร์เป็นแนวการดำเนินการ จี้ให้ทุกอำเภอเร่งจัดตั้งศูนย์เยาวชนตำบลให้ครบ งัดไม้เด็ดนายอำเภอเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายคุ้มครองเด็กต้องใช้ให้เฉียบขาด หวังสูงแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนในทุกมิติที่ทวีความรุนแรงเพื่ออนาคตประเทศชาติ วันที่ 27 มิ.ย. 55 เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมเอนกประสงค์ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ประชุมหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 6/2555 ประจำเดือนมิถุนายน 2555 ทั้งนี้ในวาระสำคัญเรื่องการพัฒนาเด็กและเยาวชนจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นนโยบายเร่งด่วนของผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ โดยจังหวัดเชียงใหม่ได้มอบหมายให้พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นแม่งานประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและนายอำเภอทั้ง 25 อำเภอ ดำเนินการ นางมยุรี ยกตรี พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวต่อที่ประชุมถึงนโยบายเร่งด่วนนี้ ว่า เรื่องนี้เป็นนโยบายเร่งด่วนของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อต้องการขับเคลื่อนกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชนในรูปแบบของศูนย์เยาวชนทั้งระดับจังหวัด ระดับอำเภอ และระดับตำบล ซึ่งจากการประชุมเมื่อ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมาได้ข้อสรุปว่า จะไม่มีการสร้างองค์กรใหม่ คือจะใช้โครงสร้างเดิมที่มีอยู่ ซึ่งเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกันท่านนายอำเภอทุกอำเภอโดยตรง เนื่องจากตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กนั้น นายอำเภอจะเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายคุ้มครองเด็กนี้ ซึ่งกลไกของเชียงใหม่นั้นมีคณะกรรมการคุ้มครองเด็กซึ่งมีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานอยู่แล้ว นอกจากนั้นยังมีคณะอนุกรรมการฝ่ายต่างๆ ซึ่งครอบคลุมการทำงานเกี่ยวกับเด็ก โดยเฉพาะคณะอนุกรรมการคุ้มครองเด็กอำเภอทั้ง 25 อำเภอ ซึ่งมีคำสั่งแต่งตั้งจากจังหวัดอย่างเป็นทางการไปแล้ว “การดำเนินการตามนโยบายเร่งด่วนของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่นั้น เราจะใช้โครงสร้างของคณะกรรมการและอนุกรรมการชุดที่มีอยู่นี้ ซึ่งการขับเคลื่อนนั้นจะใช้แผนพัฒนาเด็กและเยาวชนจังหวัด พ.ศ.2555-2559 โดยแผนได้กำหนดยุทธศาสตร์ไว้ทั้งสิ้น 4 ยุทธศาสตร์ คือ ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างภูมิคุ้มกันในการดำรงชีวิตของเด็กและเยาวชน ยุทธศาสตร์ด้านการคุ้มครองและพัฒนาเด็กที่ต้องการการคุ้มครองเป็นพิเศษและเด็กพิเศษ ยุทธศาสตร์ด้านการส่งเสริมและสนับสนุนความเข้มแข็งของภาคีเครือข่ายให้มีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กและเยาวชน และยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาระบบบริหารจัดการในการคุ้มครองและพัฒนาเด็กและเยาวชน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับแผนระดับจังหวัด อันจะเป็นต้นแบบในการปรับแผนระดับอำเภอต่อไป” นางมยุรี ยกตรี กล่าว นางมยุรี ยกตรี กล่าวอีกว่า สำหรับกิจกรรมเร่งด่วนตามนโยบายของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนั้น ซึ่งจากข้อมูลที่ได้รับจากพัฒนาชุมชนแต่ละอำเภอพบว่า มีการจัดตั้งศูนย์เยาวชนระดับตำบลแล้วประมาณ 150 แห่ง แต่ยังไม่ครบทุกแห่ง ส่วนระดับจังหวัดนั้นยังไม่เป็นรูปธรรม ที่มีอยู่เป็นการดำเนินการของท้องถิ่นคือเทศบาลนครเชียงใหม่ที่จัดตั้งในสนามกีฬาเทศบาลนครเชียงใหม่ แต่ยังไม่มีการดำเนินการหรือมีกิจกรรมที่ชัดเจนนัก ซึ่งการจะสร้างเรื่องใดใหม่ๆ ขึ้นมาโดยที่ไม่มีการงบประมาณไว้ล่วงหน้าก็เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ดังนั้นกิจกรรมในระดับอำเภอก็ควรประสานไปยังแต่ละท้องถิ่นซึ่งมีงบประมาณที่จะสนับสนุนกิจกรรมได้ ทั้งนี้บางท้องถิ่นเองก็ได้มีการดำเนินการบ้างอยู่แล้ว ก็จะเป็นการทำงานในลักษณะประสานและสานต่อโครงการที่มีอยู่ให้เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนนี้ได้ ด้าน ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวถึงนโยบายนี้ว่า อยากฝากให้ทุกอำเภอ ขอให้ช่วยขยายผลสู่ในส่วนผู้บริหารท้องถิ่นด้วย ให้กลายเป็นเรื่องที่เราเอาจริงเอาจังในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับลูกหลานเยาวชนของเชียงใหม่ เพราะว่าปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนี้หนักขึ้นทุกวัน ซึ่งหากเราไม่ช่วยกันแก้ไขในวันนี้ ประเทศชาติในอนาคตคงไม่ไปถึงไหนแล้ว เราต้องมุ่งไปที่ลูกหลานช่วยกันปลูกฝั่งลูกหลานให้เขามีความคิดที่ถูกต้อง เพื่อจะได้เป็นพลังให้กับประเทศชาติต่อไปในวันข้างหน้า จากการทำงานของจังหวัดเชียงใหม่ที่ผ่านมาเชื่อว่าเราไม่ได้หลงทาง เราเดินมาถูกทางแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเชียงใหม่โมเดล หรือเรื่องที่ท่านนายอำเภอในหลายพื้นที่ช่วยเหลือในด้านยาเสพติด “เรื่องนี้ได้มีการนำเรียนต่อ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี แล้วว่าเชียงใหม่จะนำเอาเรื่องวัฒนธรรมมานำการทำงานในทุกบริบท ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีมีดำริว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว ให้ทำต่อเนื่องต่อไปเป็นเรื่องที่เราทำถูกต้องชอบธรรม เพราะว่าเรื่องวัฒนธรรมจะช่วยเสริมสร้างความรักใคร่สามัคคีให้เกิดขึ้น ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นทั้งองคาพยพของพี่น้องประชาชนชาวเชียงใหม่ เชียงใหม่มีกำไรในเรื่องวัฒนธรรมอยู่แล้ว บางจังหวัดอยากจะทำแต่ทำไม่สำเร็จ เนื่องจากฐานแห่งเกียรติยศที่มีอยู่เชียงใหม่เป็นอะไรที่ห่างไกลหลายๆ จังหวัดมาก ด้วยว่ามีความเป็นบ้านเมืองแห่งวัฒนธรรมที่ชัดเจนที่สุด” ผวจ.เชียงใหม่ กล่าว ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ผวจ.เชียงใหม่ กล่าวอีกว่า ไม่อยากให้เราหลงทิศหลงทางไปเรียนแบบกรุงเทพ เรียงแบบอะไรต่างๆ นักท่องเที่ยวต่างชาติเขาบอกว่า หากเรามีอะไรทันสมัยเหมือนกรุงเทพ มีรถไฟฟ้ารถใต้ดินเมื่อไร เขาไม่มาหรอก เชียงใหม่ที่เขามาเพราะความเป็นบ้านเมืองวัฒนธรรม ผู้คนเรียบร้อยอ่อนน้อมถ่อมตนยิ้มแย้มแจ่มใส พูดคำเมือง ก็อย่าละเลยในประเด็นเหล่านี้ ไปทำเป็นเหมือนฝรั่งมังค่า ไม่ใช่อย่างนั้น อยากให้ช่วยกันรักษาวัฒนธรรมที่ดีไว้ ก็ขอความร่วมมือร่วมใจจากทุกท่านในการดำเนินการตามกรอบความคิดพัฒนาเด็กและเยาวชนที่ทาง พม.จ.เชียงใหม่ ท่านมยุรีได้นำเสนอเป็นภาพรวมไว้สมบูรณ์ครบถ้วน ก็ขอให้ท่านนายอำเภอทุกท่านได้มอบหมายให้ผู้ใต้บังคับบัญชาท่านดูแลเรื่องนี้เป็นพิเศษ และให้ประสานไปยังท้องถิ่นในพื้นที่ดำเนินการตามกรอบที่ทาง พม.จ.เชียงใหม่ ได้กำหนดไว้ให้แล้ว ซึ่งหากมีข้อสงสัยหรือจะให้ทางจังหวัดสนับสนุนอย่างใดเพิ่มเติมในทั้ง 25 อำเภอ ก็ให้แจ้งโดยตรงที่ผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งผมยินดีเต็มที่ที่จะดำเนินการให้ทุกเรื่องตราบที่รับราชการในเชียงใหม่ สำหรับนโยบายเร่งด่วนเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชนของจังหวัดเชียงใหม่ จะเป็นการส่งเสริมให้มีการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชนในรูปแบบของศูนย์เยาวชนทั้งในระดับจังหวัด ระดับอำเภอ และระดับตำบล เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการพัฒนาเด็กและเยาวชนในแต่ละพื้นที่ครอบคลุมทั้ง 25 อำเภอของจังหวัดเชียงใหม่ โดยให้สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียใหม่เป็นแม่งานหลักในการดำเนินการประสานหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชน เบื้องต้นได้กำหนดกิจกรรมเพื่อตอบสนองยุทธศาสตร์ทั้ง 4 ด้านไว้ อาทิ การส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมของเด็ก โดยการจัดตั้งสมัชชาเด็ก การสนับสนุนเด็กที่มีความสามารถพิเศษในด้านต่างๆ การจัดกิจกรรมส่งเสริมจิตอาสา การสร้างพื้นที่สร้างสรรค์ให้แก่เด็กและเยาวชนในทุกตำบล การจัดสงเคราะห์คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก การสร้างระบบช่วยเหลือดูแลเด็กในชุมชน การสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังและเตือนภัยทางสังคมแก่เด็กและเยาวชนในชุมชน กิจกรรมที่สำคัญซึ่งต้องดำเนินการเป็นเรื่องเร่งด่วนที่สุดเพื่อสนองนโยบายนี้ คือการจัดตั้งศูนย์เยาวชนระดับตำบลให้ครบทั้ง 25 อำเภอ