เตือนภัยพร้อม! 243จุดเสี่ยง รับมือน้ำป่าดินถล่ม ชม.โอ่มีระบบสุดไฮเทค รายงานผลชัวร์ทุก5นาที

Posted by ja_cmnews on ก.ค. 2nd, 2012 and filed under ข่าวหน้า 1. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0. You can skip to the end and leave a response. Pinging is currently not allowed.

ปูพรม 243 จุดเสี่ยงน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่มทั่วเชียงใหม่ ติดตั้งระบบเตือนภัยอัตโนมัติรับมือภัย รับข้อมูลทุก 5 นาที น้ำฝนเกิน 100 ม.ม. ระบบส่งข้อมูลเข้ามือถือผู้เกี่ยวข้องทันที โอ่เป็นแห่งแรก ระบบแรกของประเทศที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอัตโนมัติแทนการรายงานจากคน ติดตั้งครบแล้วเต็มระบบหลังเช็คยังไม่พบข้อปัญหา ด้านการบำรุงรักษาดูแลจัดอบรมนักศึกษาเทคนิคในพื้นที่ดูแล ส่วนเครือข่ายสื่อสารได้เอไอเอสสนับสนุน มอบทั้งซิมการ์ด และค่าใช้จ่ายค่าบริการ นายวิบูลย์  สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นหน่วยงานหลักของประเทศในการบูรณาการหน่วยงานต่างๆ ด้านการป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติ ภายใต้กรอบแนวนโยบายของแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของชาติ การพัฒนาระบบเตือนภัยน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยได้มีการสนับสนุนงบประมาณจัดซื้อไซเลนมือหมุน กระบอกวัดปริมาณน้ำฝน รวมถึงการอบรมอาสาสมัครป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ อปพร. อาสาสมัครมิสเตอร์เตือนภัยให้สามารถใช้อุปกรณ์ในการกู้ชีพกู้ภัย ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ โครงการติดตั้งระบบเตือนภัยดินถล่มจังหวัดเชียงใหม่ เป็นโครงการล่าสุดที่จังหวัดเชียงใหม่ และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ดำเนินการแล้วเสร็จนี้เป็นหนึ่งในโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยเร่งด่วน หรือ Flagship ซึ่งเป็นโครงการตามนโยบายรัฐบาลในการจัดการปัญหาอุทกภัย โดยมีศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ เนคเทค เป็นผู้ติดตั้งระบบ และบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ให้การสนับสนุนระบบสื่อสาร ทั้งนี้ระบบเตือนภัยดินถล่มตามโครงการนี้มีการติดตั้งแล้วเสร็จทั้งระบบแล้ว ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงตามบัญชีของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จำนวน 22 อำเภอ 243 หมู่บ้าน ระบบเตือนภัยดินถล่ม จ.เชียงใหม่ เป็นสถานีตรวจวัดระยะไกลอัตโนมัติ ทำงานด้วยพลังงานไฟฟ้าจากเซลแสงอาทิตย์ โดยมีการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดต่างๆ คือ กระบอกวัดปริมาณน้ำฝน เซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิและความชื้นอากาศ ระบบจะทำหน้าที่บันทึกข้อมูลจากบริเวณที่ติดตั้งและจะส่งข้อมูลที่เก็บได้ผ่านเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ไปยังเครื่องแม่ข่ายเพื่อบันทึกข้อมูล และรายงานผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต การทำงานของระบบเผ้าระวังปริมาณน้ำฝนจะเป็นการทำงานระบบอัตโนมัติ โดยจะรายงานส่งผ่านข้อมูลจากสถานีตรวจวัดแต่ละแห่งในทุกๆ 5 นาที ซึ่งหากปริมาณน้ำฝนถึงระดับ 100 มิลิเมตร ระบบก็จะแจ้งเตือนภัยผ่านข้อความเอสเอ็มเอสไปยังโทรศัพท์มือถือของผู้รับผิดชอบด้านการเตือนภัย การบัญชาการภัยพิบัติในพื้นที่จังหวัด เพื่อการรับมือสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจมีขึ้นในพื้นที่เสี่ยงทั้ง 243 หมู่บ้านของ จ.เชียงใหม่ “สำหรับระบบเตือนภัยน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ระบบล่าสุดที่ทางกรมดำเนินการแล้วเสร็จนี้ เป็นเครื่องมือที่ชาวบ้านไม่ต้องมาคอยเฝ้าเครื่องมือชุดนี้อย่างเช่นเครื่องมืออื่นที่เราเคยจัดให้ในพื้นที่ต่างๆ เพราะเครื่องมือชุดนี้ทำงานอัตโนมัติ ซึ่งเมื่อเกิดสถานการณ์ในระดับที่กำหนดไว้ เครื่องก็จะแจ้งไปยังผู้ที่มีส่วนในการจะต้องแจ้งการเตือนภัยและดูแลแผนเผชิญเหตุที่อาจมีขึ้น ทั้งผู้นำท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้าน นายอำเภอ หัวหน้า ปภ.จังหวัด รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดด้วย ทั้ง 5 คนนี้เป็นเหมือนผู้รับข้อมูลนี้และดำเนินการอำนวยการ บัญชาการเหตุการณ์ คอยกำกับในพื้นที่ และเครื่องมือนี้จะทำงานตลอดเวลาซึ่งจะมีประโยชน์อย่างมาก” นายวิบูลย์  สงวนพงศ์ กล่าว ดร.พันธ์ศักดิ์  ศิริรัชตพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ เนคเทค กล่าวถึงเทคโนโลยีที่นำมาใช้ในโครงการนี้ว่า ระบบดังกล่าวได้นำเทคโนโลยีสารสนเทศและเทคโนโลยีระบบสมองกลฝังตัวเข้ามาช่วยเจ้าหน้าที่ในการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อวางแผนการรับมือและตัดสินใจในสถานการณ์ต่างๆ เป็นตัวช่วยหนึ่งสำหรับผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อการเฝ้าระวังก่อนเกิด หรือรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จ.เชียงใหม่ถือเป็นจังหวัดแรกที่นำระบบนี้มาใช้โดยมีการติดตั้งทั่วทั้งจังหวัดที่เป็นพื้นที่เสี่ยงตามบัญชีพื้นที่เสี่ยงของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยซึ่งมีการติดตั้งทั้งสิ้น 243 จุดและใช้งานอย่างเป็นรูปธรรม และจากการตรวจเช็คระบบที่ได้ดำเนินการติดตั้งทั้ง 243 จุด พบว่าการใช้งานเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ ด้านนายดุลยเดช  ชินวัตร ผู้อำนวยการสำนักปฏิบัติการภูมิภาค ภาคเหนือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความร่วมมือกับโครงการนี้ในส่วนของเอไอเอส ว่า เอไอเอส ได้ตระหนักถึงแนวโน้มของการเกิดภัยพิบัติน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลาก และแผ่นดินถล่มที่นับวันจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งและทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ อันจะนำมาซึ่งความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจำนวนมาก เอไอเอสจึงร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ภายใต้โครงการระบบเตือนภัยดินถล่ม จ.เชียงใหม่ ด้วยการสนับสนุนซิมการ์ดในระบบจีเอสเอ็ม แอดวานซ์ จำนวน 244 เลขหมาย สำหรับติดตั้งในสถานีตรวจวัดอากาศจำนวน 243 แห่ง และติดตั้งในเครื่องแม่ข่ายอีก 1 จุด พร้อมทั้งได้สนับสนุนค่าใช้จ่ายค่าบริการในการส่งข้อมูลปริมาณน้ำฝน รวมทั้งข้อมูลตรวจวัดต่างๆ จากจุดวัดทั้ง 243 สถานี เข้าสู่เครื่องแม่ข่ายทุกๆ 5 นาที ผ่านเทคโนโลยี GPRS และการส่งข้อความสั้นหรือ เอสเอ็มเอส ไปยังผู้ที่มีหน้าที่ในการเฝ้าระวังและรับผิดชอบโดยตรง ต่อคำถามเกี่ยวกับการบำรุงรักษาระบบ นายชูชาติ  กีฬาแปง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การทำงานของระบบแต่ละจุดสามารถตรวจเช็คได้จากเครื่องแม่ข่าย เพราะหากไม่มีการรายงานเข้ามายังเครื่องแม่ข่ายนั่นหมายความว่าจุดนั้นอาจเกิดปัญหา ในส่วนของเจ้าหน้าที่ที่จะเข้าไปดูแลรักษานั้น ทางจังหวัดได้มีการอบรมนักศึกษาเทคนิคในพื้นที่แต่ละอำเภอ เพื่อให้คอยดูแลตรวจเช็คแต่ละจุดติดตั้งในแต่ละอำเภอ อย่างเช่นจุดติดตั้งที่ อ.ฝาง ก็จะใช้นักศึกษาเทคนิคที่ อ.ฝาง ซึ่งได้รับการอบรมแล้วเป็นผู้คอยดูแลบำรุงรักษาให้เครื่องสามารถใช้งานได้ตลอดเวลา ซึ่งเชื่อว่าระบบที่ติดตั้งนี้จะสามารถทำงานได้ดีมีประสิทธิภาพ แม้แต่ระบบจ่ายพลังงานถ้าหากระบบโซล่าเซลขัดข้อง เครื่องยังสามารถทำงานได้อีก 20 วัน

You must be logged in to post a comment Login