แลนซ์ อาร์มสตรอง นักปั่นแชมป์ตูร์ เดอ ฟรองซ์ 7 สมัยจากแดนมะกันยังคงต้องปวดหัวกับการขึ้นโรงขึ้นศาล และชวดการลงแข่งกีฬารายการต่างๆ ต่อไป หลังโดนหน่วยงานต่อต้านการใช้สารกระตุ้นของประเทศสหรัฐอเมริกาหรือ ยูเอสเอดีเอ ฟ้องศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาว่าเขาใช้สารกระตุ้นระหว่างลงแข่งตูร์ เดอ ฟรองซ์ (อีกครั้ง) โดยยื่นเอกสารที่มีความยาวถึง 18 หน้า และได้ปิดบังชื่อของคนที่จะมาให้การเป็นพยานเอาไว้เป็นความลับชนิดสุดยอด ครั้งนี้ ยูเอสเอดีเอได้กล่าวหาพาดพิงไปถึง โจฮัน บรุยนีล ผู้จัดการทีมในสมัยนั้น, เปโดร เซลาย่า, หลุยส์ การ์เซีย เดลโมรัล แพทย์ของทีม, เปเป มาร์ตี ครูฝึกของทีม และไมเคิล เฟอร์รารี่ แพทย์ที่ปรึกษาของทีมว่ามีส่วนร่วมให้ลูกทีมใช้สารกระตุ้น ตอนนี้ทางคณะกรรมการศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาทั้งสามรายกำลังพิจารณาหลักฐานที่ทางหน่วยงานดังกล่าวส่งมาให้อยู่ว่าคำกล่าวหาดังกล่าวและพยานหลักฐานมีมูลพอที่จะขึ้นศาลหรือไม่ ถ้าหากว่าคำกล่าวของยูเอสดีเอมีความหนักแน่นพอ ศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาก็จะเริ่มเปิดการพิจารณาคดีในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ และอาร์มสตรองก็จะได้มีโอกาสให้การแก้ต่าง ซักค้านพยาน ซึ่งถ้าผลการตัดสินออกมาปรากฎว่า อาร์มสตรองผิดจริง เขาก็จะโดนริบแชมป์ตูร์ เดอ ฟรองซ์ปี 1999-2005 และได้รับโทษแบนจากการแข่งขันตลอดชีวิต ถึงแม้ว่าเขาจะประกาศอำลาจากวงการแข่งขันจักรยานทางไกลไปเป็นรอบที่สองแล้วก็ตาม ด้านอาร์มสตรองในวัย 40 ปีก็ออกมายืนยันว่า จะไม่ให้เรื่องนี้มาขัดขวางความมุ่งมั่นที่จะสร้างความตระหนักในเรื่องมะเร็งของเขาได้ เขาจะยังคงเลี้ยงดูลูกทั้ง 5 คน และใชัชีวิตอย่างแข็งแรงและสุขภาพดีต่อไป ล่าสุด อาร์มสตรองได้ส่ง โรเบิร์ต รัสคิน ทนายออกมาตอบโต้ว่า คำกล่าวหาของยูเอสเอดีเอที่มีต่ออาร์มสตรองว่าเขาใช้สารกระตุ้นนั้นเป็นไปอย่างเลื่อนลอย และปราศจากหลักฐานที่ชัดเจนเชื่อถือได้ เพราะอ้างอิงจากคำพูดของพยานบุคคลไม่ใช่ผลการตรวจหาสารกระตุ้นแต่อย่างใด ขอบอกว่า ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาอาร์มสตรองได้ปฏิเสธคำกล่าวหาว่าเขาใช้สารกระตุ้นมาโดยตลอด และเขาก็ไม่เคยมีผลตรวจหาสารกระตุ้นเป็นบวกเลยแม้แต่ครั้งเดียวตลอดการทดสอบกว่า 500 ครั้งที่ผ่านมา มีเพียงไทเลอร์ แฮมิลตัน และฟลอยด์ แลนดิส อดีตเพื่อนร่วมทีมของอาร์มสตรองซึ่งมีผลตรวจหาสารกระตุ้นเป็นบวก ได้ออกมาสารภาพรับว่าพวกเขาใช้สารกระตุ้น และได้กล่าวอ้างว่าอาร์มสตรองก็ใช้สารกระตุ้นด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมากระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ ก็เพิ่งจะสั่งให้ยุติการสอบสวนในคำกล่าวหาดังกล่าวหลังพบว่าคำกล่าวหาดังกล่าวไม่มีมูลพอที่จะดำเนินการต่อมาหมาดๆ ฝ่ายอดีตเพื่อนร่วมทีมของอาร์มสตรองอย่าง โจนาธาน วัฟเตอร์ส ผู้อำนวยการทีมการ์มิน-ชาร์บ, สี่นักปั่นอย่าง จอร์จ ฮินคาพาย, เลวี ไลไพม์เมอร์, เดวิด ซาบริสกี และคริสเตียน แวนเดอ เวลด์ ซึ่งกำลังเข้าร่วมในการแข่งขันตูร์ เดอ ฟรองซ์ก็ออกมาปฏิเสธข่าวลือที่ว่า พวกเขาทั้งหมดได้รับโทษแบนเพียง 6 เดือน หลังได้ยอมรับสารภาพว่าพวกเขาได้ใช้สารกระตุ้นในการแข่งขันตูร์ เดอ ฟรองซ์ที่ผ่านมาในอดีต รวมทั้งยอมให้การเป็นพยานกล่าวหาอาร์มสตรอง อย่างไรก็ดี บรรดาอดีตเพื่อนร่วมทีมของอาร์มสตรองยอมเผยแค่ว่า ความสนใจของพวกเขาตอนนี้อยู่ที่การแข่งขันตูร์ เดอ ฟรองซ์ และข่าวลือดังกล่าวไม่เป็นความจริง คงต้องรอลุ้นกันต่อไปว่า อาร์มสตรอง จะสามารถรอดพ้นความคำกล่าวหาครั้งนี้ไปได้อีกครั้งหรือไม่ แต่คาดว่าถ้าเขาบริสุทธิ์จริงก็คงไม่มีอะไรที่ต้องกลัว เหมือนที่โบราณท่านว่า ทองแท้ย่อมไม่แพ้ไฟ แต่ถ้ากลายเป็นว่ามีอะไรอยู่ในกอไผ่ล่ะก็ คงต้องบอกว่าอาร์มสตรองเนียนมากๆ ที่เอาตัวรอดมาได้นานขนาดนี้นะเจ้าคะ
