เมื่อผมทราบข่าวว่าบุคคลคนนี้ที่ชื่อ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับรางวัล”ผู้บริหารราชการพลเรือนดีเด่นครุฑทองคำ ประจำปี 2553-2554 จากนายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”ผมเรียนให้ท่านผ.อ.สราวุฒิ แซ่เตี๋ยว ทราบ ความอิ่มเอิบกับความรู้สึกปลื้มปิติกับท่านปนัดา ดิศกุล เป็นอย่างมาก เพราะน้อยคน น้อยความรู้สึกที่จะได้รับรางวัลอย่างที่ผมเขียนถึงท่านผู้นี้ เมื่อวันที่ 11 ก.ค.55 ณ ตึกสันติไมตรี นำเนียบรัฐบาลผมว่าผมรู้ก่อนหรือหลัง(ไม่ทราบ) แต่เมื่อผมรู้แล้วผมมีความรู้สึกกับตัวเองที่ว่า”สมควรแล้วท่านปนัดดา”ผมคิดของผมใครจะคิดอย่างไร ? นั่นคือว่าเป็นจิตรสำนักจงะร่วมแสดงความดีใจหรือไม่พอใจก็เพียงได้ในใจของแต่ละคนเท่านั้น แต่ถ้าในส่วนลึก เอาเถอะผมขอแสดงความยินดีกับท่านด้วย เรามาย้อนความรู้สึกเมื่อท่านมาอยู่เมื่อปีพอศอ 2553 ชาวเชียงใหม่ไม่เคยรู้จักคนที่ชื่อ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล แต่สิ่งที่เข้าหูผมว่าท่านมาเพื่อ เพื่อ โดยที่ผมไม่อยากจะเขียน(ว่า)และผมได้พูดคุยกับท่านสิ่งที่ผมเข้าใจมาก และเข้าใจมากขึ้นนั่นคือ”ผมอยากมาอยู่เชียงใหม่ อยากทำงานให้กับเมืองเชียงใหม่ให้มากที่สุด ครับ ผมอย่างเรา ๆ หรือคนอย่างผมผมเพียงแค่ชื่อกับนามสกุลไม่ต้องใช้หัวสมองตรอง เอาอย่างอื่นตรองก็ย่อมที่จะรู้ว่าคนนี้ ท่านผู้นี้มาจากราชนิกูลผู้ดี การพูดการศึกษา มารยาท การทำงาน และการเป็นบุคคลธรรมดามีอยู่ในตัวของคนที่ ปนัดดาดิศกุล มากที่สุด เพียงปีกว่า ๆเราเห็นกันหรือยังว่าท่านทำงานให้กับจังหวัดเชียงใหม่มากน้อยแค่ไหน ? ให้ทุนการศึกษาลูกของรถแดงทุกเดือนท่านเดินทางไปต่างที่(หิว) กินข้าวกล่องในรถไปทุกทีที่จะต้องไป มิเคยปริปากจนกระทั่งทุกวันนี้เพราะความไม่ถือตัว นี่แหละที่ทำให้ชาวเชียงใหม่ให้ความรู้สึกเป็นปากเดียวเสียงเดียวว่าท่านผู้นี้เป็นคนดี ดีจากการกระทำ ดีจากการปฏิบัติ สมควรแล้วที่ท่านได้รับรางวัลผู้บริหารราชการพลเรือนดีเด่น ปี 2553-2554 ผมปลื้มปิติกับท่านด้วยครับ
“ตุ้ย ตอแย”
