
ทหารหนุ่มเครียดเรื่องความรักไม่เข้าใจกันที่เมียสาวไปเที่ยวไม่ยอมชวนไปด้วยดืมสุราย้อมใจจนเมาขาดสติ ชักปืนประจำกายสังหารโหดจอยิงแฟนสาวดับคาที่ ก่อนตัดสินใจจบชีวิตตายตามประชดรัก หลังมีปากเสียงกันกลางดึก เพื่อนโทรหาไม่รับโทรศัพท์ผิดสังเกตุเข้าไปหาที่ห้องผงะ พบนอนเป็นศพขึ้นอืดส่งกลิ่นเหม็นทั่วห้องทั้งคู่ เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 11 ก.ค. 55 พ.ต.ท.ทรงธรรม จันกัน สารวัตรเวร สภ.แม่ปิง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุฆ่ากันตายภายในแฟลชทหาร มทบ.33 ชั้น 3 ห้อง 310 ต.วัดเกตุ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ หลังรับแจ้งจึงได้ประสานไปยังแพทย์โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ พ.ต.ท.ฐานันดร วิทยาวุฑฒิกุล นวท.(สบ 3) พิสูจน์หลักฐานเชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่กู้ภัย รุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุดังกล่าว เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุเป็นอาคารตึกห้องแถว บริเวณชั้น 4 หน้าห้องพัก พบเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร พร้อมญาติผู้เสียชีวิต รวมถึงผู้อาศัยอยู่ภายในตึกยืนอยู่บริเวณหน้าห้องผู้ตายจำนวนกว่า 20 คน ขณะเดียวกันภายในห้องมีเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานกำลังทำการตรวจสอบภายในห้องนอนพบศพผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นชาย 1 คนและหญิง 1 คน นอนเสียชีวิตอยู่บนเตียงนอนภายในห้องมีม่านปิดไว้ จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ทราบชื่อผู้ตาคือ จ.ส.อ.ไวพจน์ รัตนเพ็ญ อายุ 47 ปี ทหารกองร้อย มทบ.33 สภาพศพนอนหงาย บริเวณใบหน้าเปื้อนเลือด สวมเสื้อแขนยาวสีเทาพับแขน กางเกงยีนส์สีกรมท่า รองเท้าผ้าใบสีน้ำตาล มีร่องรอยกระสุนปืนถูกยิงทะลุท้ายทอย และข้างๆ มีศพผู้หญิงนอนหงาย สวมเสื้อสีชมพู คล้ายชุดนอน แขนกุด กางเกงขาสั้นลายลูกไม้ มีกระสุนปืนทะลุท้ายทอย ทราบชื่อคือ น.ส.สินจัย ปู่ปี่ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 310 หมู่ที่ 2 ต.เชิงดอย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่คาดว่าผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย น่าจะเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2 วัน ซึ่งภายในห้องพักจุดเกิดเหตุส่งกลิ่นเน่าเหม็นไปทั่ว นอกจากนี้จากการตรวจสอบโดยรอบยังพบอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. และปลอกกระสุนจำนวน 2 ปลอก จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน เมื่อทำการสอบถาม น.ส.ศิริโสภา ปารมี อายุ 22 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนของผู้ตายเล่าว่า น.ส.สินจัย ซึ่งมีชื่อเล่นว่า ไข่ นั้นทำงานเป็นพนักงานฝ่ายรับแลกเหรียญ อยู่แผนกของเล่นเด็กภายในห้างบิ๊กซี สาขาหางดง ส่วนทาง จ.ส.อ.ไวพจน์ฯ ผู้ตายฝ่ายชาย ได้แยกกันอยู่กับภรรยา และมาคบกับเพื่อนของตนได้เกือบปีแล้ว โดยระหว่างที่คบกันทั้งสองคนก็มักจะมีปัญหากันบ่อยครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งก็จะมีปากเสียงและลงไม้ลงมือกันอยู่บ่อยๆ โดย น.ส.สินจัยฯ มักถูก แฟนหนุ่มทำร้ายร่างกายอยู่หลายครั้ง จนกระทั่งเมื่อช่วงกลางดึกของคืนวันจันทร์ที่ 9 ก.ค.2555 ที่ผ่านมา น.ส.สินจัยฯ พร้อมกับตนและเพื่อนๆรวมทั้งหมดจำนวน 4 คนได้นัดกันออกไปเที่ยว ส่วน จ.ส.อ.ไวพจน์ ก็ได้ออกไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนต่างหาก เมื่อถึงเวลาที่ร้านปิดตนเห็น น.ส.สินจัยโทรศัพท์ไปหา จ.ส.อ.ไวพจน์ พร้อมทั้งบอกให้มารับ แต่โทรไปเท่าไหร่ก็ไม่รับสาย ตนจึงตัดสินใจพา น.ส.สินจัย มานอนค้างคืนด้วยที่ห้อง ซึ่งระหว่างนั้นทั้งสองคนได้โทรศัพท์และส่งข้อความโต้เถียงกันตลอด เรื่องที่แฟนหนุ่มไม่ยอมรับโทรศัพท์และไม่ยอมมารับหลังจากร้านเหล้าปิด ต่อมาไม่นาน น.ส.สินจัย ได้ขอให้ตนขับรถไปส่งที่ห้องพักของจ.ส.อ.ไวพจน์ ที่จุดเกิดเหตุ เพราะเกรงว่าจะถูกแฟนหนุ่มทำร้ายอีก ซึ่งตนก็ตกลงขับรถมาส่งถึงที่เกิดเหตุเวลาประมาณ 02.00 น.ของวันที่ 10 ก.ค.2555 จากนั้นตนก็กลับมาที่ห้องพักตามปกติ หลังจากเวลาผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อนในกลุ่มที่ไปเที่ยวด้วยกันก็ได้รับโทรศัพท์จาก น.ส.สินจัย โทรมาบอกตนว่าให้รีบไปรับที่แฟลช เพราะถูก จ.ส.อ.ไวพจน์ ทำร้ายร่างกายโดยการใช้อาวุธปืนตบที่บริเวณศีรษะจนแตก แต่ตนและเพื่อนๆก็ไม่กล้ากลับไปรับเพราะเกรงว่าจะถูก จ.ส.อ.ไวพจน์ ด่าและทำร้าย จนวันรุ่งขึ้นตนก็ออกไปทำงานตามปกติแต่พบว่า น.ส.สินจัย ไม่ได้มาทำงาน ประกอบกับ จ.ส.อ.ไวพจน์ ที่มีหน้าที่ ต้องเข้าเวรในเช้าวันที่ 10 ก.ค.2555 ก็ไม่ได้มาเข้าเวรเช่นกัน จึงรู้สึกผิดสังเกตและได้ทำการโทรศัพท์หาทั้งคู่อยู่หลายครั้งก็ไม่มีใครรับสาย จึงได้โทรศัพท์ไปแจ้งให้กับทางหัวหน้า จ.ส.อ.ไวพจน์ ทราบ ซึ่งทางหัวหน้า จ.ส.อ.ไวพจน์ ก็ได้ทำการโทรหาอีกครั้งแต่ก็ไม่มีคนรับโทรศัพย์จึงเดินทางมาที่หน้าห้องผู้ตายและเคาะประตูเรียกอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ แต่มั่นใจว่า จ.ส.อ.ไวพจน์ จะต้องอยู่ในห้องพักเพราะภายในห้องยังมองเห็นรองเท้าคอมแบทที่ จ.ส.อ.ไวพจน์ ใส่ปฏิบัติงานอยู่ภายในห้อง จนเวลาผ่านไปนานมากจึงได้ตัดสินใจใช้กุญแจสำรองเปิดเข้าไป ก็พบศพทั้งสองคนดังกล่าว ทั้งนี้ภายหลังการสอบสวนพยานและหลักฐานในจุดเกิดเหตุเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ในวันเกิดเหตุ ผู้ตายคือ จ.ส.อ.ไวพจน์ คงจะไปกินเหล้าเพราะเกิดความเครียดที่ได้ทะเลาะกับแฟนสาว ประกอบกับเกิดความน้อยใจที่ทางแฟนสาวไม่ให้ความสนใจ เมื่อแฟนสาวกลับมาที่ห้องพักจึงมีปากเสียงกันอย่างหนักจน จ.ส.อ.ไวพจน์ ลงมือทำร้ายร่างกาย น.ส.สินจัย ซึ่งทำให้ น.ส.สินจัย ไม่พอใจและจะออกไปนอนค้างคืนที่อื่นแต่ จ.ส.อ.ไวพจน์ ไม่ยอมให้ไปจนทั้งคู่เกิดการทะเลาะกันหนักขึ้นประกอบกับ จ.ส.อ.ไวพจน์ มีอาการมึนเมาสุรา จึงได้ตัดสินใจใช้อาวุธปืนพกสั้นยิงใส้แฟนสาว จากนั้นก็ได้ใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกัน ยิงกอกปากตัวเอง เพื่อฆ่าตัวตายตาม โดยจากการตรวจสอบสภาพศพของทั้งคู่แล้ว คาดว่าน่าจะเสียชีวิตตั้งแต่ช่วงคืนวันที่ 9 ก.ค.255 ซึ่งตรงกับวันที่ทั้งคู่มีปากเสียงกันอย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้ส่งศพผู้ตายทั้งสองไปยังแผนกนิติเวชโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เพื่อให้แพทย์ชันสูตรหาสาเหตุของการเสียชีวิตที่แน่ชัดอีกครั้ง