เศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่จะมาคุยกันในวันนี้คือคือเศรษฐกิจที่อยู่บนการสร้างสรรค์สินค้าและบริการใหม่ๆ ที่เกิดจากความคิดของมนุษย์โดยมีการเชื่อมโยงเข้ากับรากฐานทางวัฒนธรรมการสั่งสมทางปัญญาของสังคม ผนวกเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่นำเข้าสู่กระบวนการ ก่อให้เกิดกาพัฒนาเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศชาติ ในการพัฒนาสร้างนวัฒนกรรมสินค้าและบริการที่สอดคล้องกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ มีขอบเขตอยู่ 4 ด้าน ได้แก่1. ด้านมรดกทางวัฒนธรรม (Cultural Heritage) เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ โบราณคดี วัฒนธรรมประเพณีความเชื่อและสภาพสังคม รวมถึงการแสดงทางวัฒนธรรมแบบดั้งเดิม ศิลปะงานฝีมือ และเทศกาลงานฉลอง2. ด้านศิลปะ (Arts) เกี่ยวข้องกับภาพวาด ภาพถ่าย รูปปั้น การแสดงดนตรี ละคร ละครสัตว์ และการเต้นรำ3. ด้านสื่อ (Media) เกียวข้องกับ สื่อสิ่งพิมพ์ ภาพยนต์และวิทยุ
4. งานสร้างสรรค์และออกแบบ (Functional Creation) ได้แก่ การออกแบบภายใน แฟชั่นอัญมณี ของเล่น คอมพิวเตอร์กราฟฟิก แอนิเมชั่น ซอฟต์แวร์ วีดีโอเกม เนื้อหาดิจิตอล รวมถึงงานวิจัยและพัฒนาบริการทางสถาปัตยกรรมและการบริการที่เกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์จากคำอธิบายจะเห็นได้ว่าจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดภาคเหนือตอนบนของเรานั้นมีความเหมาะสมอย่างยิ่งในการเป็นเมืองแห่งเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เรามีประวัติศาตร์ยาวยานกว่า 700 ปี มีวัฒนธรรมล้านนาที่สะท้อนออกถึงวิถีชีวิต ศิลปะ การแสดง และงานฝีมือหัตถกรรม มีความสวยงามแตกต่างและเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครสิ่งเหล่านี้เราสามารถจินตนาการนำมาผสมผสานเข้ากับสินค้าเพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าได้อย่างมากมาย ตัวอย่างเช่นเวลาเราไปซื้อสินค้าบางอย่างในต่างประเทศ จะมีการสร้างเรื่องราวประวัติศาสตร์เล่าขานที่เกี่ยวข้องกับสินค้านั้น ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าสินค้านั้นมีคุณค่า และราคาสินค้าก็มีราคาสูงตามเรื่องราวที่เกี่ยวข้องนอกจากนี้ เชียงใหม่ยังเป็นศูนย์กลาง (Hub) ของอุตสาหกรรมซอฟ์แวร์และสื่อดิจิตอนของภาคเหนือ เรามีสถาบันการศึกษาผลิตบุคลลากรด้านสื่อ คอมพิวเตอร์กราฟฟิก แอนิเมชั่น ซอฟต์แวร์ และการออกแบบ สามารถนำเอาเทคโนโลยีในปัจจุบันมาเป็นเครื่องมือในการออกแบบพัฒนาสินค้าผสมผสานเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมเข้าไปในตัวสินค้า
นำเอาความคิดคนรุ่นใหม่ประสานกับฝีมือขั้นเทพของคนรุ่นเก่าสร้างสรรค์ความแตกต่างสวยงามให้กับสินค้า อีกทั้งสามารถใช้งานได้อย่างเหมาะสมเป็นสากล เป็นที่น่ายินดีที่ได้มีการผลักดันจังหวัดต่างๆให้สร้างความโดดเด่นเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน โดยที่จังหวัดเชียงใหม่เน้นในเรื่องหัตถกรรม การท่องเที่ยว และดิจิตอนคอนเทนท์ จังหวัดลำพูนเน้นเรื่องแฟชั่นผ้า การแปรรูปอาหาร และหัตถกรรมไม้ จังหวัดลำปางเน้นเรื่องการออกแบบ และหัตถกรรมเซรามิค จังหวัดแม่ฮ่องสอนเน้นเรื่องการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สมุนไพรและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และในขณะนี้กำลังมีการผลักดันให้เชียงใหม่สมัครเข้าเป็นเครือข่ายสมาชิกเมืองวัฒนธรรมสร้างสรรค์ของยูเนสโกสาขาหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน (UNESCO Creative City of Craft and Folk Art) ถ้าได้เป็นเมืองวัฒนธรรมสร้างสรรค์ก็ยอดเยี่ยมไปเลยครับ
ปิติพงษ์ ยอดมงคล
College of Arts, Media & Technology
