อะไรกัน…พรรษา ?

Posted by ja_cmnews on ส.ค. 2nd, 2012 and filed under สกู๊ปพิเศษ. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0. You can leave a response or trackback to this entry

ในค่ำคืนแห่งราตรีกาลช่างมืดมิดเหลือเกิน กว่ารุ่งอรุณจะทอแสงประกายให้เห็นแสงสว่างของวันใหม่ บางครั้งเราต้องเรียนรู้เพื่อที่จะรอ ขณะที่รอศรัทธาสาธุชนที่จะเดินทางมาจากทิศทั้งสี่เพื่อมาร่วมทำบุญในวันพระก่อนที่จะถึงวันเข้าพรรษา มีชายวัยกลางคนได้เดินทางลงรถแดงมา ในมือมีถุงกระดาษที่มีเอกสารโผล่พ้นให้มองเห็น เขาเดินตรงมาหาผู้เขียนที่นั่งอยู่ใต้ต้นส้มสุก น้อมไหว้แล้วนั่งลงพร้อมๆกับคำถามว่า ท่านครับ…เข้าพรรษาทำไม ? เข้าไปแล้วได้อะไร ? แน่นอนเราไม่รู้จักกันมาก่อน แต่คำถามทำให้รู้สึกได้ว่าเขาอึดอัดและต้องการคำตอบจริงๆ เมื่อสอบถามเบื้องต้นแล้วเราก็ได้สนทนากัน  เข้าใจว่าคงมีหลายท่านที่รู้สึกแบบชายคนนี้ ที่ไม่เห็นประโยชน์กับบางสิ่งที่ทำ เมื่อทำอะไรโดยที่มองไม่เห็นคุณค่า ช่างเป็นเรื่องที่ทำให้ห่อเหี่ยวหัวใจ ผู้เขียนกับกัลยาณมิตรใหม่จึงพูดคุยกันยาว  คำว่า “เข้าพรรษา” คือย่างเข้าสู่ฤดูฝน ที่พระสงฆ์ต้องหยุดเดินทางไกลให้อยู่ประจำที่วัดเป็นการปฏิบัติตามวินัยของสงฆ์ที่พระพุทธองค์ได้บัญญัติเอาไว้ มีเหตุจำเป็นเดินทางในช่วงเข้าพรรษาได้บ้างเช่น โยมนิมนต์ให้ไปรับทาน บิดามารดาเจ็บป่วยไปช่วยดูแลรักษา เป็นต้น แต่ค้างแรมที่อื่นไม่ได้เกิน ๗ ราตรี  แน่นอนหากไม่มีการเข้าพรรษา ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรมแห่งความดีงาม งานบุญกุศลต่างๆ ที่ชาวไทยมีความคุ้นเคย เช่น งานถวายเทียนพรรษา ถวายผ้าจำนำพรรษา ถวายผ้าอาบน้ำฝน การถวายผ้ากฐิน ถวายผ้าป่า เป็นต้น จะเกิดขึ้นไม่ได้ เพราะงานบุญเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เกี่ยวโยงกับหลักวินัยที่กำหนดให้พระสงฆ์อยู่จำพรรษาทั้งสิ้น เมื่ออยู่ประจำวัดพระสงฆ์จึงมีโอกาสได้ศึกษาเรียนรู้ ได้ตระหนักรู้ ได้ทบทวนการปฏิบัติตามหลักคำสอนอย่างจริงจัง อีกทั้งชาวบ้านทั่วไปก็ได้โอกาสทำบุญกุศลเพราะมีพระสงฆ์อยู่ประจำ มีความสงสัยหลักประพฤติปฏิบัติก็ใช้โอกาสเข้าพรรษาสอบถามเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง ด้านพฤติกรรม พัฒนาจิตใจ พัฒนาปัญญาเท่าที่สามารถทำได้อย่างเต็มที่  ช่วงเข้าพรรษาถือเป็นช่วงแห่งความเกื้อกูล แบ่งปัน ช่วงแห่งการเรียนรู้ ชาวบ้านจะได้หันกลับมาใส่ใจดูแลวัดวาอาราม ใส่ใจพระภิกษุสามเณร ส่วนพระสงฆ์เองก็ใช้เวลาเพื่อเมตตาอนุเคราะห์ญาติโยมอย่างเต็มที่ เทศกาลเข้าพรรษานี้จึงเป็นช่วงแห่ง “การเสียสละประโยชน์ส่วนตน เพื่อดูแลสุขทุกข์ของกันและกันโดยแท้” เมื่อชาวบ้านทั่วไปถือปฏิบัติตามหลักการนี้ ทั้งในองค์กร ในที่ทำงาน ในห้างร้าน ในบริษัท ในหน่วยงาน หรือในบ้านและครอบครัวของตน  หากทุกคนได้หันมาใส่ใจตระหนักรู้ ไม่ละเลยความสุขและทุกข์ของคนที่เราอยู่ด้วย ช่วยแชร์และแบ่งปันคนรอบข้าง คุณค่าแห่งชีวิตที่ดีงาม สังคมที่สงบสุขก็ยังพอมีพื้นที่เหลือไว้สำหรับเรา เข้าพรรษานี้จึงเป็นหน้าที่หลักเพื่อถักทอความสงบสุขให้แก่ตนและเพื่อนร่วมโลก

You must be logged in to post a comment Login