ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด่วน เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย พร้อมกำชับหน่วยงานที่รับผิดชอบภายใน 1 เดือน จะต้องมีความคืบหน้าการเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สิทธิ์ในระดับพื้นที่ และหากพบมีการบุกรุกรายใหม่ให้ดำเนินตามกฏหมายได้ทันทีระบุโดยเฉพาะบริเวณด้านหลังห้วยตึงเฒ่า สำรวจข้อมูลพบมีราษฎรบุกรุกพื้นที่และเข้าทำประโยชน์ในที่ดินกว่า 600 แปลงและหากรวมพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุยที่ถูกบุกรุกครอบคลุมกินพื้นที่ 4 อำเภอ รวมแล้วกว่า 4,000 แปลง เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 6 ส.ค.55 ที่ห้องประชุมกลุ่มงานยุทธศาสตร์จังหวัดเชียงใหม่ ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามและเร่งรัดการแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ตามข้อร้องเรียนของชมรมพารามอเตอร์จังหวัดเชียงใหม่ ที่ให้ข้อมูลกับจังหวัดเชียงใหม่ กรณีการบุกรุกพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณด้านหลังห้วยตึงเฒ่า ซึ่งจากการสำรวจข้อมูลของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 พบว่า มีราษฎรบุกรุกพื้นที่และเข้าทำประโยชน์ในที่ดินประมาณ 600 กว่าแปลง ในท้องที่ตำบลขุนช่างเคี่ยน หากรวมพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุยที่ถูกบุกรุกและเข้าทำประโยชน์ครอบคลุมพื้นที่ 4 อำเภอ รวมแล้วประมาณ 4,000 กว่าแปลง ซึ่งขณะนี้อยู่ในกระบวนการและขั้นตอนพิสูจน์สิทธิ์การครอบครองที่ดินของราษฎร ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 และอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เคยได้มีการดำเนินคดีกับราษฎรที่บุกรุกและเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่อุทยานฯ แต่ปรากฏว่าอัยการสั่งไม่ฟ้องคดีหลายคดีเนื่องจากเห็นว่าอยู่ในกระบวนการพิสูจน์สิทธิ์ตามมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งแนวทางตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวไม่มีข้อห้ามให้ราษฎรหยุดการทำประโยชน์ในที่ดินแต่อย่างใด แต่ห้ามขยายพื้นที่เพิ่มเติมโดยเด็ดขาดเท่านั้น ในการประชุมครั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับทราบปัญหาข้อขัดข้องในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ และกระบวนการพิสูจน์สิทธิ์ที่ล่าช้าออกไป เกิดจากปัญหาในแง่ข้อกฎหมายที่มีการเปลี่ยนมือหรือเปลี่ยนแปลงการถือครองที่ดินและการเข้าทำประโยชน์ ทำให้ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 ได้สั่งการให้มีการสอบทานและสำรวจพื้นที่ที่มีการครอบครองเสียใหม่ให้ชัดเจน ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สิทธิ์ตามมติคณะรัฐมนตรีฯ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวต่อที่ประชุมว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดีและน่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง ที่ประชาชนชาวจังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะชมรมพารามอเตอร์ ที่มีจิตอาสา มีเจตนารมณ์ที่จะช่วยดูแลปกป้องพิทักษ์สิ่งแวดล้อมและพื้นที่ป่า โดยเฉพาะในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุยที่เป็นหน้าตาและภาพลักษณ์ของจังหวัดเชียงใหม่ ดังนั้นจึงอยากจะขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เอาจริงเอาจังกับการแก้ไขปัญหาการ บุกรุกพื้นที่ป่า กรณีนี้ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการ เบื้องต้นจะมุ่งเป้าไปที่พื้นที่บุกรุก 600 กว่าแปลงก่อน โดยขอให้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 ซึ่งเป็นหน่วยงานเจ้าภาพหลัก ได้เร่งรัดการตรวจสอบตรวจทานในระดับพื้นที่ นำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการตรวจสอบพิสูจน์สิทธิ์การครอบครองที่ดินของราษฎรพื้นที่ป่าอนุรักษ์(อุทยานแห่งชาติ,เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า)ท้องที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าวเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2554 โดยมีผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เป็นประธานกรรมการ ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว โดยกำหนดกรอบระยะเวลา 1 เดือน ที่จะต้องเห็นความคืบหน้าการเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สิทธิ์ หากพบมีการบุกรุกรายใหม่ที่ไม่เป็นไปตามแนวทางของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 กำหนด ให้มีการดำเนินคดีกับผู้บุกรุกทันที ส่วนผู้บุกรุกรายเดิมที่อยู่ระหว่างกระบวนการพิสูจน์สิทธิ์ ก็ให้ดำเนินการไปตามกรอบกฎหมายให้เป็นไปอย่างเป็นธรรม เสมอหน้ากันโดยไม่มีเลือกปฏิบัติ
