เกย์นทีมาแปลก เกย์นที ควงแขนแฟนหนุ่ม เข้าที่ว่าการอำเภอเมืองเชียงใหม่ ขอจดทะเบียนสมรสแบบชายรักชาย หลังใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมาถึง 19 ปี พร้อมเรียกร้องให้กฎหมายไทยให้สิทธิ์เท่าเทียมเยี่ยงคู่รักทั่วไป สุดท้ายฝันสลายเมื่อถูกนายทะเบียนปฏิเสธ แจงเหตุชายรักชายจดทะเบียนให้ไม่ได้เพราะไม่มีกฎหมายรับรอง ขู่ฟ้องร้องศาลปกครอง เพื่อเรียกร้องสิทธิ์และศักดิ์ศรีความเท่าเที่ยมกันทางเพศ เมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. ของวันที่ 9 ส.ค.2555 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ว่าการอำเภอเมืองเชียงใหม่ นายนที ธีระโรจนพงษ์ อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 98/200 หมู่ 2 ต.ทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม.ประธานกลุ่มเกย์การเมืองไทย ได้จูงมือแฟนหนุ่ม นายอรรถพล จันทวี อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 69 หมู่ 4 ต.แม่สา อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นคู่ที่คบหาดูใจและครองรักกันมานานถึง 19 ปี เข้าแจ้งความประสงค์ขอจดทะเบียนสมรสในแบบสามีภรรยาต่อนายดำรง ทิพยเดช หัวหน้าฝ่ายทะเบียนและบัตร สำนักทะเบียน ที่ว่าการอำเภอเมืองเชียงใหม่ ในแบบ คู่ชีวิตแบบชายรักชาย โดยให้เหตุผลว่า ภายหลังที่คบกันมานานรู้สึกอยากให้มีการทำอะไรที่เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าทั้งคู่ได้คบกันและอยู่กินกันเชิงสามามีภรรยา เพราะที่ผ่านมาได้ทำนิติกรรมให้ไว้กับคนรัก แต่ถูกข้อกฎหมายปฏิเสธมาโดยตลอด พร้อมกับนำหลักฐานทุกอย่างมาแสดงให้กับทางต่อนายทะเบียน เพื่อเรียกร้องขอให้ทางเจ้าหน้าที่ช่วยดำเนินการจดทะเบียนสมรสให้กับทั้งคู่ โดย นายนที ธีระโรจนพงษ์ เปิดเผยถึงกรณีการขอจดทะเบียนสมรสกับคู่ของตนว่า การเดินทางเข้าแสดงหลักฐานขอจดทะเบียนในวันนี้เพราะต้องการเรียกร้องให้ทางเจ้าหน้าที่ดำเนินการจดทะเบียนอย่างถูกกฎหมายให้กับทั้งคู่ ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลจะเห็นว่า ในหลายประเทศได้มีการเปิดรับกับเรื่องของการคบหากันแบบชายรักชายมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีหลายประเทศที่มีการแก้ไขกฎหมายให้มีการจดทะเบียนสมรสแบบชายรักชายซึ่งประเทศเหล่านี้ถือเป็นเรื่องที่เปิดกว้างและปกติ ประกอบกับประเทศไทยในปัจจุบันก็ไม่ได้ถือว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่แปลกและผิดกฎหมายแต่อย่างใดและอยากให้มีการดำเนินการแก้ไขข้อกฎหมายในเรื่องดังกล่าวเพื่อเป็นการเปิดกว้างต่อสังคม ซึ่งถือเป็นก้าวแรกที่อยากให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้มาทราบปัญหาที่เกิดขึ้นและอยากให้ทางหน่วยงานมีการแก้ไขข้อกฎหมายอนุญาตให้มีการจดทะเบียนได้ตามกฎหมาย นายนทีฯ กล่าวต่ออีกว่า หากวันนี้ถูกปฏิเสธการอนุญาตจดทะเบียนสมรสจากทางอำเภอตนก็จะนำหลักฐานการปฏิเสธการจดทะเบียนสมรส จากนายทะเบียนไปยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเชียงใหม่ต่อไปในสัปดาห์หน้า โดยอ้างกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 30 ที่ได้ระบุว่าบุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมายและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน ชายและหญิงมีสิทธิ์เท่าเทียมกัน ซึ่งเป็นกฎหมายที่เขียนไว้ชัดเจน เพื่อเรียกร้องสิทธิ์และศักดิ์ศรีความเท่าเที่ยมกันทางเพศดังกล่าวต่อไป อย่างไรก็ตาม ภายหลังการเข้าขอจดทะเบียนสมรสในครั้งนนี้ทาง นายดำรง ทิพยเดช หัวหน้าฝ่ายทะเบียนและบัตร สำนักทะเบียน ที่ว่าการอำเภอเมืองเชียงใหม่ ได้กล่าวว่า จากการตรวจสอบเอกสารทั้งหมด เจ้าหน้าที่พบว่าไม่มีข้อโต้แย้งอันใดในด้านของเอกสาร แต่ทางด้านกฎหมาย ทางเจ้าหน้าที่มิสามารถจดทะเบียนสมรสให้กับทั้งคู่ได้ เนื่องจากตามที่พระรายบัญญัติ ประมวลกฎหมายแพ่งและพานิชย์ ฉบับที่ 10 พุทธศักราช 2533 ได้ระบุไว้ในหมวดที่ 2 เงื่อนไขแห่งการสมรส มาตรา 1448 ได้ระบุเอาไว้ ว่า การสมรสจะทำได้ก็ต่อเมื่อ ชาย และหญิง มีอายุสิบเจ็ดปีบริบูรณ์แล้ว แต่ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร ศาลอาจอนุญาตให้ทำการสมรสก่อนนั้นได้ แต่ทั้งคู่เป็น ชาย ทั้งสองฝ่าย ทำให้ขัดต่อกฎหมายดังกล่าว จังไม่สามารถทำการจดทะเบียนสมรสดังกล่าวได้ แต่ทางเจ้าหน้าที่จะได้รับคำร้องขอของทั้งคู่ไว้ และจะได้ออกเอกสารให้เหตุผลสำหรับการปฏิเสธการขอจดทะเบียนสมรสในครั้งนี้ให้กับทั้งสอง
