“ภูฟ้าพัฒนา” ศูนย์พระราชดำริฯ

เมื่อวันที่  11  กุมภาพันธ์  พ.ศ.2538  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี  ได้เสด็จทรงเยี่ยมราษฎรและทอดพระเนตรบ่อเกลือสินเธาว์  ณ  บ้านบ่อหลวง  อำเภอบ่อเกลือ  จังหวัดน่าน  พระองค์ทรงห่วงใยในปัญหาความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตของราษฎรในถิ่นทุรกันดาร  ด้วยทรงพระเมตตาที่จะช่วยให้เด็ก  เยาวชนและราษฎรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น  จึงได้มีพระราชดำริให้สำนักงานโครงการส่วนพระองค์ฯดำเนินการช่วยเหลือการพัฒนาในพื้นที่อำเภอบ่อเกลือ  โดยเริ่มพัฒนาที่โรงเรียนประถมศึกษาก่อนเป็นลำดับแรก  จากนั้นขยายไปยังศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขา  โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น    และเมื่อคราวเสด็จฯทรงเยี่ยมราษฎรและพื้นที่ตำบลภูฟ้า  อำเภอบ่อเกลือ  จังหวัดน่านเมื่อวันที่  30  พฤศจิกายน  2543  พระองค์ทรงเล็งเห็นถึงความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ป่าอย่างเป็นระบบ  โดยให้หน่วยงานทำการศึกษาทดลองก่อน  เมื่อได้ผลแล้วจึงถ่ายทอดให้ราษฎรนำไปใช้  อีกประการหนึ่งพระองค์ทรงต้องการให้มีแหล่งเรียนรู้  ศึกษา  สำหรับเด็กและเยาวชนเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในสภาพที่เป็นจริง  จึงโปรดเกล้าให้จัดตั้ง “ศูนย์ศึกษาและถ่ายทอดเทคโนโลยีการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภูฟ้า”  หรือ  “ศูนย์ภูฟ้า”
ศูนย์ภูฟ้าพัฒนาตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 2  บ้านห่างทางหลวง  ตำบลภูฟ้า  อำเภอบ่อเกลือ  จังหวัดน่าน  ระหว่างละติจูดที่  19  องศาถึง  19  องศา  30  พิลิปดาดาเหนือและระหว่างลองติจูดที่  110  องศา  11  ลิปดา  30  พิลิปดาดาถึง  110  องศา  13  ลิปดา  9  พิลิปดาดาตะวันออก  สามารถเดินทางโดยใช้เส้นทางน่าน-ปัว-บ่อเกลือและเส้นทางน่าน-สันติสุข-บ่อเกลือ  ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์จากตัวจังหวัดถึงศูนย์ภูฟ้าพัฒนาประมาณ  3  ชั่วโมง
บริเวณที่ทำการศูนย์ภูฟ้าพัฒนา  กรมป่าไม้ได้ถวายให้เป็นพื้นที่ทรงงานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี  โดบอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานโครงการส่วนพระองค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
อาณาเขต
ทิศเหนือ จรดแนวเขตที่ตั้งบ้านห่างทางหลวงหมู่ที่  2
ทิศใต้ จรดแม่น้ำมางและที่ตั้งสำนักงานโครงการ  พมพ.9
ทิศตะวันออก จรดแม่น้ำมาง
ทิศตะวันตก จรดถนนกรมทางหลวง  สายผักเฮือก-สบมาง  บริเวณกิโลเมตรที่  15 – 20
ศูนย์สาธิตการสร้างตนเองที่ศูนย์ภูฟ้าพัฒนา     ราษฎรในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขา  มีข้อจำกัดด้านความรู้ทางการเกษตร  ยังคงยึดระบบการเกษตรแบบดั้งเดิมในรูปของการทำไร่เลื่อนลอย  ด้วยการปลูกข้าวไร่เป็นหลักและการเก็บหาของป่าเพื่อการยังชีพ  กรมส่งเสริมการเกษตรโดยศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดน่าน(พืชสวน)และสำนักงานเกษตรจังหวัดน่าน  ได้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์สาธิตการสร้างตนเองขึ้น  เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตรให้แก่เกษตรกรในพื้นที่
แปลงเรียนรู้ในศูนย์สาธิตการสร้างตนเอง
จุดที่  1.  การเพาะเห็ดในโรงเรือน  ได้แก่  เห็ดนางฟ้า-นางรม  ซึ่งใช้ระยะเวลาสั้นๆในการผลิตแต่ใหัผลตอบแทนคุ้มค่า  เห็ดนางฟ้า-นางรมอายุการเก็บเกี่ยว  10 วัน -  3  เดือน ภายในโรงเรือนพื้นที่  4 x  6  เมตร  สามารถเพาะเห็ดและได้ผลผลิตถึง  600  กิโลกรัม  จำหน่ายได้  21,000  บาท
จุดที่  2.  การเพาะเห็ดในตะกร้า  ได้แก่  เห็ดฝาง  เกษตรกรสามารถทำได้ง่ายๆไม่ยุ่งยาก  ใช้เวลาเพาะ  15 – 20  วันสามารถเก็บจำหน่ายได้  โดยการเพาะ  50  ตะกร้า  ให้ผลผลิต  50  กิโลกรัม  จำหน่ายได้  2,500  บาท
จุดที่  3.  การปลูกผักพื้นบ้าน  ได้แก่  พริก  มะเขือ  ในพื้นที่  1  งาน ระยะเวลาปลูก  3  เดือนเกษตรกรก็สามารถเก็บเกี่ยวและได้ผลผลิต  1,000  กิโลกรัม  จำหน่ายได้  8,000  บาท  และแปลงเรียนรู้เกี่ยวกับการปลูกผักพื้นบ้านที่น่าสนใจได้แก่  ผักฮาก  ผักหวานและผักซาโซเต้  โดยใช้เวลาเพาะปลูกประมาณ  3  เดือนก็เก็บเกี่ยวภายในพื้นที่  1  ไร่  เกษตรกรสามารถได้ผลผลิตถึง  240  กิโลกรัม  จำหน่ายได้  12,000  บาท
จุดที่  4.  การปลูกผักตระกูลกะหล่ำและผักกาด  เช่น  คะน้า  กวางตุ้ง  ผักกาดขาวปลี  กะหล่ำดอก  กะหล่ำปลี  ผักเหล่านี้ใช้ระยะเวลาประมาณ  40-60  วัน  สามารถเก็บเกี่ยวได้  ในพื้นที่  1  ไร่  ได้ผลผลิต  250  กิโลกรัม  จำหน่ายได้  2,000  บาท
จุดที่  5.  การปลูกชา  เกษตรกรต้องใช้เวลาปลูก  18  เดือนขึ้นไปถึงจะเก็บเกี่ยว  ในพื้นที่  1  ไร่จะได้ผลผลิต  750  กิโลกรัม จำหน่ายได้  37,500  บาท
จุดที่  6.  การปลูกหม่อนผล  100  ต้น  อายุการเก็บเกี่ยว  3  ปีขึ้นไปจะให้ผลผลิต  800  กิโลกรัม  จำหน่ายได้  24,000  บาท
จุดที่  7.  การปลูกข้าว  พื้นที่  1  ไร่ได้ผลผลิต  50  กิโลกรัม  เกษตรกรสามารถปลูกเพื่อใช้บริโภคภายในครอบครัว
จุดที่  8.  ระบบวนเกษตร  ได้แก่  การปลูกกล้วย  ไผ่  หวาย  โดยเน้นประโยชน์เพื่อให้เกษตรกรเก็บบริโภคภายในครัวเรือน
จากการดำเนินงานศูนย์สาธิตการสร้างตนเอง  ในปี  2551  ที่ผ่านมา  กรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดการฝึกอบรมเกษตรกรในพื้นที่โครงการฯ  จำนวน  113  ราย  พร้อมกับนำเกษตรกรไปทัศนศึกษาดูงานและได้ขยายผลกิจกรรมต่างๆนั้นไปสู่เกษตรกรที่สนใจ  ได้แก่  การปลูกชาอูหลง  เกษตรกรจำนวน  15  ราย  พื้นที่  15  ไร่     การปลูกข้าวไร่  เกษตรกรจำนวน  45  ราย  พื้นที่  100  ไร่  การพัฒนาคุณภาพชาจีน  เกษตรกรจำนวน  15  ราย  พื้นที่  43  ไร่  การปลูกกล้วยเพาะเนื้อเยื่อ  เกษตรกรจำนวน  34  ราย  2,000  ต้น  การทำไร่นาสวนผสม  5  แปลง
ศูนย์สาธิตการสร้างตนเองที่ศูนย์ภูฟ้านี้  กรมส่งเสริมการเกษตรจัดตั้งขึ้น  คาดว่าจะเป็นองค์ความรู้ในการถ่ายทอดความรู้ทางการเกษตรแก่เกษตรกร  เพื่อพัฒนาการผลิตพืชและสร้างรายได้แก่ครอบครัวของเกษตรกรต่อไป

You must be logged in to post a comment Login