รพ. มหาราชนครเชียงใหม่สร้างความเข้มแข็งเครือข่ายผู้ป่วยประคับประคอง

จากข้อมูลเครือข่ายผู้ป่วยประคับประคอง  (Palliative Care ) ในโรงเรียนแพทย์ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับประชากรไทยว่ามีอายุยืนยาวขึ้น ลักษณะของความเจ็บป่วยเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมโดยมีจำนวนผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่ป่วยด้วยโรคเรื้อรังเพิ่มขึ้นทุกปี  สำหรับสาเหตุการตายส่วนใหญ่เปลี่ยนจากโรคติดเชื้อมาเป็นโรคมะเร็งและกลุ่มโรคทางหลอดเลือด เช่น โรคหัวใจและสมองเสื่อม ผู้ป่วยกลุ่มนี้บางรายอาจจะป่วยอยู่ในระยะที่ยังพอรักษาได้ แต่บางรายอาจจะป่วยหนักจนกระทั่งความรู้ทางการแพทย์ในปัจจุบันไม่สามารถยื้อความตายออกไปได้ ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักถูกมองว่าเป็น “ผู้ป่วยที่หมดหวัง” ที่ไม่มีวิธีการรักษาใดๆเพิ่มเติม ทั้งที่ยังมีอีกหลายวิธีที่บุคลากรสายสุขภาพสามารถทำได้ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยเผชิญหน้ากับความเจ็บป่วย และใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต  ซึ่งในคำภาษาไทย อาจเรียกชื่อ ผู้ป่วยประคับประคอง  (Palliative Care)ได้หลายอย่าง อาทิ การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย การดูแลผู้ป่วยระยะประคับประคองหรือแบบประคับประคอง หรือการดูแลเพื่อบรรเทาอาการ วิถีแห่งการคลายทุกข์ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่จึงเป็นหนึ่งในเครือข่ายผู้ป่วยประคับประคอง  (Palliative Care) ในโรงเรียนแพทย์ ที่จัดตั้งศูนย์กลางการดูแลผู้ป่วยประคับประคองของของโรงพยาบาลเครือข่าย 8 จังหวัดภาคเหนือ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงปัทมา    โกมุทบุตร  อาจารย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว และคณะกรรมการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เปิดเผยว่า โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ได้เล็งเห็นความสำคัญในการดูแลผู้ป่วยประคับประคอง โดยเน้นตัวชี้วัดเป็นหลัก เพื่อที่จะได้ให้โรงพยาบาลเครือข่าย 8 จังหวัดภาคเหนือ  นำเสนอผลงานการดูแลผู้ป่วยประคับประคอง  มีการสรุปผลลัพธ์ที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น  เพราะที่ผ่านมาสรุปได้แค่ ผู้ป่วยมีอาการปวดน้อยลง  อาการทุกข์ทรมานทางกายทางใจ ความซึมเศร้า ความเครียดของสมาชิกในครอบครัว ยอมรับการเสียชีวิตของคนไข้ในครอบครัว  สิ่งเหล่านี้ที่ได้ค่อนข้างเป็นนามธรรม  เพราะว่าถ้าเราไม่มีผลลัพธ์ที่วัดได้      ซึ่งจะนำไปถึงการพัฒนาคุณภาพหรือเปรียบเทียบกันลำบาก  รวมถึงเรื่องในขณะนี้ที่ภาครัฐกำลังทำอยู่  นำโดยสถาบันสุขภาพแห่งชาติ (สช.) คือเรื่องของยุทธศาสตร์ระดับชาติ  ว่าด้วยการเสริมสุขภาวะในวาระสุดท้ายของชีวิตหรือ Good Death  และกำลังจะผลักดันในเรื่องของผู้ป่วยประคับประคอง (Palliative Care) หรือเรื่องการดูแลคนไข้กลุ่มระยะสุดท้าย  ให้เชื่อมโยงในเรื่องของสิทธิการรักษา อย่างในกรณีที่คุ้นเคยจะมีสิทธิรักษาแบบบัตรทอง ประกันสังคม ข้าราชการ ซึ่งอยู่ในระหว่างการดำเนินการทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องสิทธิประโยชน์    สรุปโดยภาพรวมเครือข่ายคือในโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่  บทบาทสำคัญคือเป็นศูนย์รวมเครือข่าย  8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน และ จำนวน 90 เปอร์เซ็นต์ของเครือข่ายทำหน้าที่ได้ดีมาก  มีหลากหลายอาชีพเข้ามาร่วม อาทิ แพทย์ เภสัช นักสังคมสงเคราะห์  ทีมเยี่ยมบ้านจิตอาสา  เป็นต้น
นางวราภรณ์ วิภาสวงศ์ พยาบาลผู้ตรวจการและที่ปรึกษากรรมการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง เปิดเผยว่า แรกเริ่มโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่  พยายามที่จะสร้างเครือข่าย การดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง   นับว่าผู้ป่วยกลุ่มนี้เป็นผู้ป่วยที่ด้อยโอกาส  เนื่องจากการดูแลต่อเนื่องเป็นไปได้ยากต่อคนไข้  ในการที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่  ส่งต่อไปยังโรงพยาบาลชุมชนจะเป็นปัญหา  เพราะโรงพยาบาลชุมชนดูแลคนไข้ต่อเนื่องไม่เป็น  คนไข้จะกลับไปเสียชีวิตที่บ้านแบบโดดเดี่ยว  ไม่ค่อยได้รับความช่วยเหลือจากโรงพยาบาลเครือข่ายของตน   พอถึงเวลาขอความช่วยเหลือจะเป็นปัญหา จึงมีแนวคิดว่าที่ผ่านมาได้มีการพัฒนาบุคคลของภายในให้มีความรู้เรื่องการดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้อยู่แล้ว ทั้งนี้เพื่อให้คนในชุมชนและเจ้าหน้าที่ในชุมชนสาธารณสุขสามารถที่จะดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง   ให้เหมือนกับคนไข้ในโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เพราะทางโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่  รู้จักผู้ป่วยกลุ่มนี้ และพอดูแลได้  จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างเครือข่ายผู้ป่วยแบบประคับประคอง ให้มีความรู้และพัฒนาไปพร้อมกับโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ที่ผ่านมาได้ดำเนินการมาเป็นระยะเวลา  4  ปี  ที่ดำเนินการศูนย์กลางการดูแลผู้ป่วยประคับประคองของของโรงพยาบาลเครือข่าย 8 จังหวัดภาคเหนือ เพราะฉะนั้นทุกปีโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่จึงได้จัดการประชุมวิชาการ “Suandok Palliative Care Day ”  เพื่อนำความรู้ ความเข้าใจมา พัฒนาร่วมกันต่อไป.

You must be logged in to post a comment Login