ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้บูรณาการงานควบคุมยาสูบฯ

B-6.jpg B-7.jpg B-8.jpg

มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ จัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ รอบที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้โครงการบูรณาการงานควบคุมยาสูบเพื่อพัฒนาและขยายเครือข่ายในชุมชนระดับอำเภอ โดยมีนายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นประธานพิธี เปิดพร้อมมอบป้นสถานที่ปลอดบุหรี่ เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2556 ณ. ห้องประชุม โรงแรมเมอร์เคียวเชียงใหม่
นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า งานพัฒนาและขยายเครือข่ายในระดับชุมชนเพื่อช่วยกันดูแลสุขภาพประชาชนจากพิษภัยของควันยาสูบและป้องกันเด็กจากการเริ่มเสพยาสูบเป็นงานที่ต้องอาศัยความร่วมมือของหลายฝ่าย และต้องมีความต่อเนื่อง สอดแทรกในงานประจำของท่านทั้งบุคลากรสาธารณสุขในโรงพยาบาล บุคลากรสังกัดสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ครู อาจารย์ นักเรียน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และผู้นำในชุมชน ต่างมีบทบาทที่สำคัญในการร่วมมือกันทำงานนี้ ร่วมมือกันทำให้สังคมไทยปลอดภัยจากพิษภัยของบุหรี่และยาสูบทุกประเภท
เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าบุหรี่เป็นสาเหตุการตายที่สำคัญของประชากรโลก องค์การอนามัยโลกรายงานว่าประชากรโลกเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ปีละ 4,000,000 คน บุหรี่เป็นสาเหตุการตายของโรคมะเร็งปอด โรดหลอดเลือด และหัวใจ โรคถุงลมโป่งพอง และเส้นโลหิตในสมองแตกหรือตีบ ในประเทศไทยบุหรี่เป็นสาเหตุการตายของคนไทยจากโรคเรื้อรังดังกล่าว ปีละ 42,000 เฉลี่ยวันละ 115 คน จากการสำรวจของคณะทำงานภาระโรคฯ กระทรวงสาธารณสุขไทย พ.ศ. 2554 เรื่องการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุของคนไทย พบว่า 50.7% เสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อ 5 โรค คือ โรคมะเร็ง โรคเส้นเลือดสมอง โรคเส้นเลือดหัวใจ โรคเบาหวานและโรคถุงลใโป่งพอง ซึ่งทั้ง 5 โรคนี้มีบุหรี่เป็นปัจจัยเสริมให้เกิดโรค และขัดขวางปะสิทธิภาพการรักษา ตลอดจนเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน
บุหรี่นอกจากทำลายสุขภาพแล้ว ยังทำให้ประชาชนสูญเสียรายได้อีกด้วย จากการสำรวจของคณะทำงานสำรวจการบริโภคยาสูบในผู้ใหญ่ของโลก ( Global Adult Tobacco Survey :GATS) ที่สำรวจในประเทศไทยเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2552 รายงานว่าประชากรไทยที่สูบยาซองเสียเงินซื้อยาสูบเฉลี่ยเดือนละ 576 บาท ซึ่งเท่ากับร้อยละ 9.1 ของรายได้เฉลี่ยต่อเดือนในแต่ละคน และเมื่อเจ็บป่วยจากโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ ทำให้เสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปรักษาพยาบาลมากขึ้น และเสียรายได้จากการขาดงานซึ่งส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่กับเศรษฐกิจของครัวเรือน
โครงการนี้นับว่าเป็นโครงการที่น่าจะช่วยกันเพื่ออนาคตของลูกหลานเราให้ปลอดจากสารเสพติดทั้งมวล เพื่อช่วยให้ผู้ใหญ่เป็นแบบอย่างที่ดี ในการไม่สูลบุหรี่ และมีสุขภาพดีที่จะช่วยกันพัฒนาประเทศชาติของเราให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป
ด้านนางกรองจิต วาทีสาธกกิจ ที่ปรึกษามูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่และผู้จัดการโครงการ กล่าวว่า โครงการบูรณาการงานควบคุมยาสูบเพื่อพัฒนาและขยายเครือข่ายในชุมชนระดับอำเภอเป็นโครงการที่ดำเนินงานพัฒนาและขยายเครือข่ายการควบคุมยาสูบลงสู่ชุมชน โดยการทำงานร่วกมันของหลายองค์กร เน้นที่โรงพยาบาล โรงพยบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล สถานีตำรวจ โรงเรียน และในระดับหมู่บ้านเน้นให้อาสาสมัครสาธารณสุขเข้ามามีส่วนร่วมอย่างเป็นระบบ โดยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเป็นที่ปรึกษาและนายำเภอใหความกรุณารับเป็นประธานโครงการ มีอำเภอเข้าร่วมโครงการ 6 อำเภอคือ อำเภอดอยสะเก็ด อำเภอแม่แตง อำเภอแม่มอน อำเภอสันป่าตอง อำเภอสันทราย และอำเภอสาภี
โดยมีแนวคิดในการดำเนินงานที่ว่าให้ระบบงานประจำทำงานร่ใมกับคนในชุมชนช่วยกันดูแลสุขภาพของคนในชุมชน เนื่องจากหัวใจสำคัญของการควบคุมยาสูบมี 3 ประเด็นที่ต้องขับเคลื่อนไปพร้อมๆกันคือ ทำอย่างไรที่จะให้เกิดค่านิยมสังคมไม่สูบบุหรี่ ทำอย่างไนที่จะชาวยให้คนรุ่นใหม่ไม่เข้ามาสูบบุหรี่ และทำอย่างไรที่จะช่วยให้คนเลิกบุหรี่ ทั้ง 3 ประเด็นจะเป็นลูกโซ่ที่ไปด้วกยันเมื่อปฏิบัติข้อใดข้อหนึ่งจะส่งผลกระทบเสริมกัน เช่น เมื่อมีกฏหมายคุ้มครองสุขภาพผู้ไม่สูบบุหรี่ มีการติดป้ายห้ามสูบบุหรี่ในที่ต่างๆ คนไม่สูบบุหรี่จะตระหนักถึงสิทธิของเขาจะช่วยกันเตือนหรือขอร้อง คนที่สูบบุหรี่เมื่อหาที่สูบยากขึ้น เขาก็จะคิดเลิกและมื่อคนสูบบุหรี่เลิกได้ก็จะเป็นตัวอย่างให้ลูกหลานหรือเยาวชนไม่เริ่มสูบเป็นต้น
โครงการนี้เน้นที่หลักทั้ง 3 ประการคือการขช่วยให้คนเลิกบุหรี่โดย อสม.ติดตามช่วยเป็นกำลังใจ เรามี อสม.ทั่วประเทศประมาณ 1,000,000 กว่าคน หากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลพัฒนาศักยภาพ อสม. และร่วมกันช่วยให้คนในหมู่บ้านเลิกบุหรี่ โดยให้ อสม. 1 คน ช่วยคนให้เลิกบุหรี่ได้ 1 คน ใน 1 ปี ประเทศไทยมีโอกาสที่จะปลอดบุหรี่ได้ในอนาคต
สำหรับการป้องกันเด็กและเยาวชนไม่ให้เริ่มสูบหรี่ มีโรงเรียนเข้ามาร่วมในโครงการด้วย ซึ่งจะได้พัฒนาศักยภาพคุณครูในการดูแลนักเรียนตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการเรื่องยุทธศาสตร์ชาติในการควบคุมยาสูบในสถานศึกษา ซึ่งตำรวจมีส่วนร่วมในการให้ความรู้
ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย บุคคลจากองค์กรภาคี สา๔ารณสุขจังหวัด นายอำเภอ โรงพยาบาลชุมชน สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ รพ.สต. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา 34,สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา จังหวัดเชียงใหม่ เขต 1-6 ผู้อำนวยการโรงเรียนและครู ผู้นำชุมชนและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และสนับสนุนการประสานงานจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่

You must be logged in to post a comment Login