คุ้มค่ากับการรอคอย Captain America Civil War

B11

Captain America Civil War เป็นเรื่องราวของการฉายภาพให้เห็นอีกมุมของเบื้องหลังปฏิบัติการกอบกู้โลกของทีมอเวนเจอร์ที่สร้างความเสียหายและการสูญเสียให้กับครอบครัว คนในสังคม ซึ่งทางรัฐต้องการแก้ไขปัญหานี้ด้วยการกำหนดกรอบกฎหมายเข้ามาควบคุมการปฏิบัติภารกิจของเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่ ท่ามกลางความไม่เห็นด้วยของสตีฟ โรเจอร์ ทำให้บรรยากาศมาคุเริ่มต้นขึ้น ความแตกแยกเริ่มทวีขึ้นเมื่อวินเทอร์ โซลเยอร์ หรือ บัคกี้ เข้ามาเป็นปมเพิ่มขึ้นไปด้วย ต่างฝ่ายต่างมีจุดยืนที่แน่ชัดของตัวเอง การต่อสู้โดยมีข้ออ้างว่า เพื่อบทภาพยนตร์ของ Captian America คือความครบทุกอรรถรสและสะท้อนให้เห็นการสร้างซุปเปอร์ฮีโร่ที่มีมิติมากกว่าความเป็นคนที่มีพลัง แต่หนังยังมีปูมหลังให้ตัวละครเหมือนคนทั่วไปคือพวกเขายังมีจิตใจที่อ่อนไหวต่อการสูญเสียคนบริสุทธิ์ ปมฝังลึกในเรื่องคนรัก ครอบครัว เพื่อน หนังขั้นอารมณ์ที่หนักหน่วงนี้ด้วยฉากแอ็คชั่นที่ขอบอกว่าถึงเครื่องมาก เราจะได้เห็นพลังและการต่อสู้ของแต่ละคนที่พัฒนาไปไกลมากๆ แค่ฉากของวันด้าสาวก็กินขาดแล้ว ลีลาการออกอาวุธแบบถึงเนื้อถึงตัวของแบล็ควิโดว์โชว์สกิลเทพๆ การปะทะกันของสองตัวป๋าอย่างกัปตันอเมริกาและไอรอนแมนที่เน้นการเข้าถึงแบบหมัดต่อหมัดปล่องพลังดราม่าใส่กันสุดฤทธิ์

สิ่งที่เซอร์ไพรส์คนดูมากๆคือการอัพเกรดฟัลคอนให้บทดีขึ้นมากกว่าการเป็นแค่กองสมทบ การกลับมาของฮอว์คอาย และเหนือสิ่งอื่นใดสิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้มีอรรถรสความสนุกมากขึ้นคือการมาร่วมทีมของAnt Man สร้างความเกรียนให้ทีมแคป ส่วนทีมไอรอนแมนไม่น้อยหน้าชักชวนสไปเดอร์แมน ที่ได้ทอม ฮอลแลนด์ มาประเดิมCast ใหม่ที่เจ๋งมากๆ ทำให้การปะทะกันในครั้งนี้ไม่เครียดเกินไป แบล็คแพนเทอร์มาพร้อมความว่องไว กรงเล็บพิฆาต การฟาดแข้งที่มันส์หยด และอีกหลายตัวละครทั้งหน้าเก่า หน้าใหม่ที่ดาหน้ากันอย่างไม่ยั้ง ทำให้หายคิดถึงแน่นอน

แต่อย่าคิดว่าหนังจะมีแต่ความฮาเพราะตอนท้ายของเรื่องจะนำคุณไปสู่ความแหลกสลายและจุดที่ต้องทำใจยอมรับว่า แก้วที่มันร้าวไม่อาจประสานกันได้อีก จุดจบที่จะเปลี่ยนทีม Avengers แบบไม่อาจหวนคืนกลับไปสู่จุดเดิมได้อีก และต้องย้ำอีกครั้งว่านี่คือหนังของ กัปตันอเมริกา ที่ทำได้ดีไม่แพ้ภาควินเทอร์ โซลเยอร์เลย ขอคารวะให้สองพี่น้องรุสโซ่ กับความยอดเยี่ยมในครั้งนี้ปกป้องโลกและปกป้องทีมจึงบังเกิดขึ้น เทคนิคภาพและเสียงทำออกมาได้ดีในระดับมาร์เวล ซึ่งในภาคนี้เราจะเห็นโลกแห่งความเป็นจริง ไร้แฟนตาซีเว่อร์วังแบบ Age of Ultron เพิ่มอารมณ์ให้คนดูเข้าถึงการแตกหักภายในจิตใจของทั้งสองขั้ว สิ่งที่น่าชื่นชมอีกอย่างคือการแสดงของคริส อีแวนส์ ที่ภาคนี้เราจะได้เห็นความเคร่งขรึมมากยิ่งขึ้นและไม่ได้มาโชว์หล่ออย่างเดียว ติ่งฟินแน่นอน ส่วนทีมป๋าโรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ ก็ให้อารมณ์ชวนน้อยอกน้อยใจเช่นเดียวกัน การผสมเคมีทางการแสดงแบบนิ่งๆ เฉียบๆของทั้งคู่ สร้างบรรยากาศน่าอึดอัดเหมือนพลังอารมณ์ที่ถูกกดแน่นพร้อมจะระเบิด เฉกเช่นเดียวกับอารมณ์เวลาที่เราไม่พอใจใครสักคนแล้วไม่อยากบอกตรงๆ ได้แต่นิ่งเงียบแล้วถนอมน้ำใจกันเอาไว้

บทสรุปจะเป็นอย่างไร ใครจะผิดจะถูก เหตุผลของใครจะน่าฟังกว่ากันขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคนดูเพราะหนังเล่าให้เรารู้สึกสมดุลไม่เทไปข้างใดข้างหนึ่ง กับตอนจบที่ทำให้เรามานั่งทบทวนกันเองว่า ทีมที่เราเลือกก่อนหนังฉายและหนังจบมันยังเหมือนเดิมหรือเปล่า ? แต่ที่แน่ๆ คนดูจะไม่ผิดหวังเลยที่เลือกไปดู Civil War และมันเป็นการเปิดเฟส3ที่ยอดเยี่ยม เรียกศรัทธาจากคนดูคืนมาได้อีกครั้ง

ป.ล.หนังมี 2 End Credit โปรดนั่งรอเพราะสำคัญมากเพราะจะบ่งบอกถึงเรื่องราวภาพยนตร์เรื่องต่อไปของ MARVEL ขอบคุณข้อมูลจาก เวปไซค์ เมเจอร์ซีนีย์เพล็กซ์

ร่วมแสดงความคิดเห็น