“น้ำตกห้วยแก้ว” ย้อนอดีตสายน้ำแห่งความทรงจำ

0
3110

DSC_4742 ชื่อเสียงและความงามของน้ำตกห้วยแก้วยังคงย้ำเตือนอยู่ในความทรงจำของผู้มาเยือนอยู่เสมอ แม้ว่ากาลเวลาแห่งความยิ่งใหญ่และสวยงามของน้ำตกแห่งนี้ที่เคยถูกขนานนามว่าเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจที่ดีที่สุดของคนเชียงใหม่เมื่อราว 50 ปีก่อน จะจางหายไปจากความทรงจำมานานแล้ว ภาพของน้ำตกห้วยแก้วที่หลั่งไหลลงมาเพื่อมอบความชุ่มฉ่ำให้กับผู้คนดูเหมือนจะกลายเป็น “อดีต” ที่ยากแก่การย้อนกลับคืน

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 50 ปีที่แล้ว ไม่มีใครไม่รู้จักชื่อของน้ำตกห้วยแก้ว เพราะถ้าเดินทางมาเยือนเชียงใหม่แล้วไม่ได้มาเที่ยวชมความสวยงามของน้ำตกแห่งนี้ ก็ถือว่ายังมาไม่ถึงเชียงใหม่

DSCF1335มีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับน้ำตกแห่งนี้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นวังบัวบาน หรือสาวเครือฟ้า ที่ล้วนแล้วเกี่ยวข้องกับสายน้ำแห่งนี้ ว่ากันว่าก่อนที่จะเรียกว่า “วังบัวบาน” นั้นเคยเรียกว่า “วังกุลา” มาก่อน (กุลาเป็นคำที่คนเชียงใหม่ใช้เรียกชาวต่างชาติ แปลว่า แขกขาว) เพราะในสมัยก่อนจะมีชาวต่างชาติเข้ามาในเชียงใหม่และแวะไปเที่ยวที่น้ำตกห้วยแก้ว ในตำนานเล่าไว้ว่ามีกุลาคนหนึ่งได้เข้ามาเที่ยวที่น้ำตกห้วยแก้วเมื่อเข้ามาแล้วเห็นน้ำตกใสมาก ก็นึกว่ามีแก้วอยู่ใต้น้ำ จึงได้พากันกระโดดลงไปเพื่องมเอาแก้วขึ้นมา แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีใครรอดขึ้นมาได้แม้แต่คนเดียวเพราะน้ำในบริเวณนั้นเชียวและลึกมาก จนมาในช่วงหลังมีครูประชาบาลคนหนึ่งชื่อว่า “บัวบาน” ได้ผิดหวังกับเรื่องความรักจึงได้ใช้สถานที่แห่งนี้ฆ่าตัวตาย ต่อมาชาวบ้านจึงพากันเรียกบริเวณนั้นว่า วังบัวบาน กระทั่งชื่อของวังบัวบานได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์และถูกกล่าวขานมากเมื่อได้มาเที่ยวที่น้ำตกห้วยแก้ว

ส่วนสาเหตุที่เรียกชื่อ “น้ำตกห้วยแก้ว” สันนิษฐานว่าน้ำในบริเวณนี้อาจจะใสเหมือนดั่งแก้ว จึงพากันเรียกชื่อของน้ำตกว่า “น้ำตกห้วยแก้ว”

ต้นกำเนิดของน้ำตกห้วยแก้ว เกิดจากตาน้ำในป่าบนเทือกดอยสุเทพที่บริเวณบ้านขุนช่างเคี่ยน แล้วไหลลัดเลาะลงมาตามแนวเขา ผ่านน้ำตกมณฑาธาร ผ่านน้ำตกห้วยแก้ว จนถึงหมู่บ้านห้วยแก้วแล้วไหลลงไปรวมกับน้ำจากคลองชลประทาน

DSC_6562

ในอดีตน้ำตกห้วยแก้วมีกระแสน้ำไหลแรงและใสมาก จนถึงกับใช้ดื่มกินได้ ปัจจุบันน้ำตกห้วยแก้วได้กลายเป็นตำนานของน้ำตกอันเลืองชื่อ สายน้ำใสที่รินไหลลัดเลาะจากขุนเขาไม่มีให้เห็นอีกแล้ว น้ำตกห้วยแก้วคงกลายเป็นตำนานและถูกลืมเลือนไปพร้อม ๆ กับชื่อของวังบัวบาน

วันนี้อดีตในยุครุ่งเรืองของน้ำตกห้วยแก้ว กำลังจะได้รับการพลิกฟื้นคืนชีพ เมื่อคณะสำรวจของเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลสุเทพนำโดยนายจรัญ คำซอน ผู้ใหญ่บ้านห้วยแก้ว เมื่อปี พ.ศ.2542 เพื่อสำรวจแนวของน้ำตกที่ไหลลงมานั้นพบว่า มีการกั้นเส้นทางของน้ำตกอยู่ถึง 4 แห่ง โดยฝายน้ำล้นแห่งแรกที่ปิดกั้นทางเดินของน้ำนำน้ำมาใช้กับโครงการประปาภูเขา ที่ใช้ครอบคลุมบริเวณหมู่บ้านห้วยแก้วทั้งหมด ฝายน้ำล้นแห่งที่ 2 และ 3 นำน้ำมาใช้กับวัดพระธาตุดอยสุเทพ ,อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ,โรงเรียนศรีสังวาลย์และสถานีทวนสัญญาณโทรทัศน์ของ ทีวี 3,9,11 ส่วนฝายน้ำล้นแห่งที่ 4 นำน้ำตกมาใช้กับหมู่บ้านภูพิงค์ โดยทั้งหมดมีการวางท่อขนาดกว้าง 2 นิ้ว เพื่อดึงน้ำจากฝายมาเข้ามาใช้ ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้น้ำตกห้วยแก้วที่อยู่ด้านล่างของฝายต้องขาดแคลนน้ำ

“..เมื่อหลายเดือนก่อนน้ำในน้ำตกที่มีอยู่ แห้งสนิทไม่มีน้ำแม้แต่น้อย พอถึงช่วงฤดูฝนก็จะมีเฉพาะน้ำที่ไหลเอือย ๆ เท่านั้น..” DSCF1319
จากการพลิกฟื้นคืนอดีตของน้ำตกห้วยแก้วให้กลับมาได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวดังเช่นในอดีตที่ผ่านมานั้น ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการปรับปรุงสภาพของน้ำตกห้วยแก้วโดยการใช้ระบบหมุนเวียนของน้ำ หรือ น้ำตกเทียม มีการปรับปรุงภูมิทัศน์สถานที่ด้วยการปลูกต้นไม้ สร้างอาคารที่พักและห้องน้ำบริการแก่นักท่องเที่ยว ทว่านักวิชาการหลายท่านลงความเห็นว่าน้ำตกห้วยแก้วได้สูญเสียความเป็นธรรมชาติ และเป็นการเปล่าประโยชน์ที่ใช้เงินลงทุนไปมหาศาล แล้วเสร็จและเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปเที่ยวเมื่อเดือนกันยายน 2545 เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปพักผ่อนและรำลึกความหลังของน้ำตกห้วยแก้วในอดีต การก่อสร้างดังกล่าวใช้งบประมาณมหาศาลถึง 40 ล้านบาท

แม้ว่าการย้อนคืนสู่อดีตของน้ำตกห้วยแก้วในครั้งนี้จะไม่เหมือนจริงดังของเดิมทุกประการ แต่อย่างน้อยก็ได้ปลุกจิตสำนึกให้ผู้คนจะได้มีลืมชื่อเสียงของน้ำตกห้วยแก้วที่เคยโด่งดังในอดีตเมื่อ 50 ปีที่ผ่านให้ได้รับความนิยมและมีคนเดินทางเข้าไปเที่ยวดั่งเช่นในอดีตอีกครั้ง

จักรพงษ์ คำบุญเรือง
jakrapong@chiangmainews.co.th

แสดงความคิดเห็น