“แก๊งกะละมัง” วอนชาวบ้านอย่าเข้าใจผิด หลังนำสิ่งของและกะละมังพลาสติก ไปตระเวนแลกโทรศัพท์มือถือเก่าของชาวบ้านตามชุมชนต่างๆ ยันไม่ได้นำไปให้ผู้ก่อเหตุความไม่สงบในภาคใต้ เพื่อก่อเหตุร้าย

0
2557

img_0068
เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2559 มีกลุ่มผู้รับแลกของเก่าจาก ต.บ้านถิ่น อ.เมือง จ.แพร่ ประมาณ 50 คน นำโดย พ.ต.ท.ธงชัย เนื่องพืช อดีต รอง ผกก.สส.สภ.นาพูน อ.วังชิ้น จ.แพร่ ซึ่งเพิ่งเกษียณอายุราชการที่ผ่านมา บุกศาลากลาง จ.แพร่ เพื่อร้องเรียนหลังได้รับความเดือดร้อน กรณีมีการนำเสนอข่าว “แก๊งกะละมัง” นำกะละมังพลาสติก ไปแลกโทรศัพท์มือถือเก่าพร้อมเลขหมาย ของชาวบ้าน เพื่อนำไปให้กลุ่มผู้ก่อเหตุความไม่สงบในภาคใต้ เพื่อก่อเหตุร้าย ทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจผิด และทำให้การหากินประกอบอาชีพเป็นไปอย่างยากลำบาก

ในขณะที่นายวัฒนา พุฒิชาติ ผวจ.แพร่ คนใหม่ ซึ่งเพิ่งมารับตำแหน่งวันนี้ กำลังประชุมหัวหน้าส่วนราชการอยู่ ได้มอบหมายให้ นายดำรงค์ สิริวิชย อิ่มวิเศษ ปลัด จ.แพร่ พ.อ.ชาตรี สงวนธรรม ผบ.ม.พัน 12 พ.อ.พิเศษ ชินทัศ หมวกละมัย รอง ผอ.รมน. (ท) จ.แพร่ พ.ต.ท. สุพัตร์ ชมพิทักษ์เดชา รอง ผกก.ป.สภ.เมืองแพร่ ออกมารับเรื่องร้องเรียน และเชิญไปหารือในห้องประชุมอาคาร 1 พร้อมกับเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมรับฟัง

147พ.ต.ท.ธงชัย เนื่องพืช แกนนำชาวบ้านได้ยื่นหนังสือต่อ พ.อ.ชาตรี สงวนธรรม ผบ.ม.พัน 12 และเผยว่า ในนามตัวแทนชาวบ้านใน ต.บ้านถิ่น อำเภอเมืองแพร่ ซึ่งเป็นหมู่บ้านเดียว ที่มีชาวบ้านเกือบ 100% ที่มีอาชีพซื้อขายของเก่า โดยทุกคนจะออกไปรับซื้อรับแลก ทั้งเงินเก่า ของเก่าโบราณต่างๆ ต่อมาให้ช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ชาวบ้านได้หันมาหาโทรศัพท์มือถือเก่ามาทำการแกะเอา แร่บางชนิดที่สามารถนำมาหลอมรวมกันเป็นทองคำ และเป็นโลหะที่สามารถนำไปขายได้กำไร แต่ปรากฏว่าในช่วงเดือนกันยายน 2559 ที่ผ่านมา ได้เกิดกระแสทางโซเชียล มากขึ้นว่า ให้ระวังคนกลุ่มนี้เกรงว่าจะนำโทรศัพท์ไปทำการก่อการร้ายในภาคใต้

จนล่าสุดได้มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งที่ออกไปแลกของ ถูกตำรวจทำการเรียกตัวไปทำประวัติไว้ และยิ่งกระแสแรงขึ้นเมื่อชาวบ้านออกไปก็ปรากฏว่ามีชาวบ้านที่อยู่ตามที่ต่างๆที่ได้อ่านข้อความทางเฟสบุ๊ค ทางไลน์ก็แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจตราจนไม่สามารถออกไปรับแลกได้อีก ก็ทำให้ชาวบ้านตกงานไม่มีอาชีพ จึงขอความเป็นธรรมจากทางจังหวัดได้ให้ความเป็นธรรมในเรื่องนี้ และขอให้ช่วยเหลือในเรื่องของการแจ้งข่าวสารอันเป็นประโยชน์ให้กับทุกพื้นที่ให้ทราบ เพราะกลุ่มชาวบ้านจะได้ออกไปทำมาหากินตามปกติ ชาวบ้านที่ทำมาหากินเรื่องนี้ต่างรักชาติกันทุกคน ไม่มีใครคิดจะนำเอาโทรศัพท์ที่ไปแลกมาไปทำลายชาติ และขอประชาชนทั่วไปได้เข้าใจว่าอาชีพนี้เขาทำกันมานานหลายปีแล้ว

นางจิราภรณ์ อินทรรุจอกุล อายุ 37 ปี บ้านเลขที่ 165 หมู่ 9 ต.บ้านถิ่น อ.เมือง จ.แพร่ หนึ่งในผู้รับแลกของเก่า เผยว่า จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2559 ผ่านมา พวกตนเองได้นำกะละมัง เครื่องใช้ต่างๆไปทำการแลกโทรศัพท์มือถือ ในเขตท้องที่ สภ.สูงเม่น และ ตำรวจ สภ.สูงเม่นได้เชิญตัวไปโรงพักเพื่อทำทะเบียนประวัติ ถ่ายรูปกลุ่มพวกตนและไปปรากฏในสื่อออนไลน์ต่างๆ รวมทั้งมีการแชร์เตือนว่าให้ระวังมิจฉาชีพรับแลกโทรศัพท์มือถือ ส่งไปก่อเหตุทางภาคใต้ ทำให้กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าต้องหากินลำบาก เนื่องจากอาชีพนี้รับแลกรับซื้อของเก่าทำมาเป็นเวลานานแล้ว และรับแลกโทรศัพท์มือถือก็ทำมาเป็นเวลา 3-4 ปี โดยการนำโทรศัพท์มือมาแกะเอาชิ้นส่วนสร้างรายได้จำนวนมาก พวกตนไม่ได้ส่งโทรศัพท์มือไปเพื่อก่อความไม่สงบตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด อยากให้เข้าใจตามนี้

ด้านนายดำรงค์ สิริวิชย อิ่มวิเศษ ปลัด จ.แพร่ หลังรับเรื่องร้องเรียนแล้ว ก็รับปากที่จะเร่งดำเนินการเรื่องนี้โดยจะแจ้งไปยังทุกหมู่บ้านให้เข้าใจ แต่การที่ตำรวจออกมาทำการตรวจสอบนั้น ก็ไม่ได้จับกุมชาวบ้านแต่อย่างใดเพียงแต่ว่ามีการแจ้งเบาะแสเข้าไปยังตำรวจ ตำรวจก็ออกไปปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ แต่ยังไม่มีพื้นที่ไหนจับกุมชาวบ้าน แต่อย่างใด ขอให้พี่น้องสบายใจได้ทางจังหวัดจะเร่งดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ขณะที่ พ.อ.ชาตรี สงวนธรรม ผบ.ม.พัน 12 เผยว่า การรวมตัวของชาวบ้านที่ออกมาเรียกร้องในครั้งนี้ก็ถือว่าชาวบ้านได้แสดงความบริสุทธิ์ใจในการประกอบอาชีพ ดังนั้นทุกฝ่ายต้องทำเรื่องนี้ให้เข้าใจตรงกัน ส่วนการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นถือว่าทำถูกต้อง เพราะเรื่องนี้แม้เป็นการเข้าใจผิดแต่ทราบว่าทางตำรวจก็ยังไม่มีพื้นที่ไหนจับกุมชาวบ้านมาดำเนินคดี หลังจากกลุ่มชาวบ้านได้รับฟังและทาง จ.แพร่ รับปากจะช่วยเหลือ ประสานไปยังหมู่บ้านในพื้นที่และมีสื่อมวลชนช่วยนำเสนอข่าว ต่างพอใจได้แยกย้ายกันกลับบ้าน

แสดงความคิดเห็น