ตำรวจภาค 5 แถลงจับขบวนการยาเสพติดรายใหญ่ ยาบ้า 2 ล้านเม็ด ไอซ์ 150 กก.

0
11065

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 12 ก.พ.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5 พลตำรวจเอกเฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยพลตำรวจโทพูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ,พลโทธนา จารุวัฒน์ แม่ทัพน้อยที่ 3 รวมทั้งผู้แทนจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และฝ่ายปกครอง ร่วมกันแถลงผลการจับกุมนายพิสิษฐ์ เชาวนางกูร อายุ 41 ปี ชาวอำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมของกลางยาบ้าประมาณ 2 ล้านเม็ด ,ไอซ์ประมาณ 150 กิโลกรัม, เงินสด 100,000 บาท ซึ่งเป็นค่าจ้างลำเลียงยาเสพติด,โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง และของกลางอื่นๆ รวมทั้งตรวจยึดอายัดทรัพย์สิน ได้แก่ รถยนต์ 2 คัน,เงินฝากในบัญชีธนาคาร 400,000 บาท และบ้านพร้อมที่ดิน 1 หลัง

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวนายพิสิษฐ์ ได้เมื่อวันที่ 10 ก.พ.60 ที่บ้านไม่มีเลขที่ในตำบลป่าไผ่ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ โดยการจับกุมครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.59 เจ้าหน้าที่ตำรวจภาค 5 ได้จับกุมผู้ต้องหารายหนึ่งได้พร้อมของกลางยาบ้าประมาณ 800,000 เม็ด และไอซ์ประมาณ 10 กิโลกรัม ในพื้นที่จังหวัดพะเยา ซึ่งจากการสืบสวนขยายผล ทำให้ทราบว่า นายพิสิษฐ์ ผู้ต้องหาในคดีนี้ มีส่วนร่วมในการลำเลียงยาเสพติดดังกล่าว จึงได้ทำการติดตามพฤติการณ์ของนาย พิสิษฐ์ มาโดยตลอด

กระทั่งต่อมาเมื่อช่วงเดือนมกราคม 2560 นายพิสิษฐ์ ได้ติดต่อกับสายลับ เสนอว่าจ้างให้ลักลอบขนยาเสพติดจากอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ไปกรุงเทพฯ โดยมีการนัดหมายให้สายลับไปรับยาเสพติดที่อำเภอแม่อาย ในวันที่ 9 ก.พ.60 พร้อมโอนเงินเข้าบัญชีให้สายลับเป็นค่าจ้างบางส่วน เมื่อถึงเวลานัดหมายได้มีชายนำรถยนต์บรรทุกยาเสพติดมาส่งมอบ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวจับกุม แต่ชายที่นำรถมาส่งมอบได้หลบหนีไป ตรวจสอบในรถพบของกลางยาบ้าประมาณ 2 ล้านเม็ด ,ไอซ์ประมาณ 150 กิโลกรัม จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ติดตามจนกระทั่งสามารถจับกุมตัวนายพิสิษฐ์ ได้ที่บ้านพักในอำเภอสันทราย

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นผลมาจากทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่ของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ตามนโยบายของรัฐบาลและแผนประชารัฐร่วมใจสร้างหมู่บ้านชุมชนมั่นคงปลอดภัยยาเสพติด ซึ่งยาเสพติดที่จับกุมได้ในครั้งนี้เบื้องต้นพบว่าน่าจะเป็นของเครือข่ายพันเอกจะลอโบ โดยยาบ้ามีจุดหมายในการลำเลียงไปกระจายต่อในพื้นที่ชั้นในของประเทศไทย ส่วนไอซ์จะมีการลำเลียงต่อไปยังประเทศที่สาม ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะมีการสืบสวนสอบสวนขยายผลจับกุมและยึดทรัพย์ผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นเครือข่ายยาเสพติดนี้ต่อไป