แอนนา สาวประเภทสอง โวยหมดเป็นล้าน! ทำสวยทั่วร่าง แต่ตอนนี้หน้าพัง เพราะโบท็อกซ์คลินิคดังบนห้าง…

0
9490

สาวประเภทสอง โวยหมดเป็นล้าน! ทำสวยทั่วร่าง แต่ตอนนี้หน้าพัง เพราะโบท็อกซ์คลินิคดังบนห้าง…

จากกรณี แอนนา สาวประเภทสอง อายุ 35 ปี เข้าแจ้งความและร้องต่อสื่อกรณีสถาบันเสริมความงามชื่อดังระดับประเทศสาขาเชียงใหม่ ใช้โบท็อกซ์ ฉีดให้ และเกิดอาการแสบที่แก้ม และเตรียมร้องขอให้สาธารณสุขจังหวัดดำเนินการตรวจสอบ ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น ข่าวคืบหน้า วันที่ 12 มิ.ย.60 สาวแอนนา (นามสมมติ) อายุ 35 ปี ผู้เสียหาย ได้เดินทางไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมนำเอกสารใบบันทึกแจ้งความที่ สภ.แม่ปิง ขวดและกล่องโบท็อกซ์ ยี่ห้อดังขนาด 50 ยูนิก และเอกสารจากการตรวจสอบทางเว๊บไซต์ของ อย. บางส่วนเกี่ยวข้อง โบท็อกซ์ ที่สถาบันเสริมสวยความงามดังกล่าวใช้ให้กับลูกค้า มามอบให้กับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเพื่อใช้ในการตรวจสอบต่อไป โดยมี เภสัชกรอิศรา นานาวิชิต หัวหน้ากลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้รับเรื่องร้องทุกข์และนำหลักฐานทั้งหมดจาก สาวแอนนา เพื่อทำการส่งตรวจสอบที่ อย. ที่ส่วนกลางต่อไป

โดยทางผู้เสียหาย ได้เปิดเผยกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ว่าตนนั้นได้ดูแลร่างกายและตัดแต่งเสริมสวยทั้งร่างกายหมดเป็นล้าน จนมีอาชีพเป็นนางแบบระดับอินเตอร์ และต่อมาหน้าของตนเริ่มมีริ้วรอย จึงต้องทำให้ดีที่สุด จึงได้ตัดสินใจเลือกเอาสถาบันเสริมสวยความงามที่ได้มาตราฐาน แต่ก็ต้องมาเจอแบบนี้ ตอนนี้ที่ปากของตนรู้สึกเบี้ยว จะมาจากสาเหตุอะไรนั้นก็ต้องรอสักระยะหนึ่ง ตนกังวลใจอย่างมาก นึกไม่ถึงว่าทางสถาบันเสริมความงามแห่งนี้จะเอาของไม่ผ่านการตรวจสอบมาให้บริการประชาชน กลัวว่าของที่ใช้ฉีดของตนจะไม่ได้มาตราฐาน หากการตรวจสอบผลออกมาว่าไม่ได้มีการรับรองหรือมีการสวมเลขทะเบียน ตนก็จะดำเนินการกับสถาบันเสริมความงามแห่งนี้ ทันที 5-10 ล้านบาท เสียใจจริงๆ มาทราบอีกว่า ตอนนี้พวกของก๊อป ของปลอมจากเวียดนาม จากจีนเข้ามาระบาดในไทย ยิ่งใจไม่ดี ก็ฝากเตือนไปยังประชาชนทั่วไปหากจะไปฉีดโบท็อกซ์ หรืออะไรที่ฉีดสารเข้าร่างกายของเราก็ขอให้ตรวจสอบให้ดี ขนาดตนเลือกสินค้าที่มีชื่อเสียง และสถาบันที่มีชื่อเสียงระดับ 1 ของประเทศยังเจอแบบนี้ ตนจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดเลย

ด้านเภสัชกรอิศรา นานาวิชิต หัวหน้ากลุ่มงานคุ้มครอง ผู้บริโภค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ได้เปิดเผยว่า ตนได้ดูแลเรื่องของการอนุญาติคลอนิคทั่วไปในจังหวัดเชียงใหม่ ประเด็นเรื่องร้องเรียน หากเป็นเรื่องของผู้ประกอบวิชาชีพก็เป็นของจริงก็เป็นคลินิคมีใบอนุญาตถูกต้องจริง ส่วนผลิตภัณฑ์ที่ผู้ร้องให้ตรวจสอบนั้นให้มีการตรวจสอบว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องขึ้นทะเบียนต่อ อย. ได้ถูกต้องหรือไม่ ก็มีอยู่สองส่วน เบื้องต้น เราได้เช็คไปที่เว๊บ อย. เป็นเรื่องของยาที่มีการขึ้นทะเบียน และจากการได้เห็นผลิตภัณฑ์ และได้เช็คเบื้องต้นไปแล้ว พบว่า ทะเบียนที่ปรากฏที่กล่องที่ผู้ร้องนำมานั้น เป็นเลขทะเบียนของ 100 ยูนิก เป็นบริษัทนำเข้าชื่อบริษัท เซเลส ของประเทศไทย ขึ้นทะเบียนกับ อย. 1445/1 NG ประเด็นที่สอง ยาตัวนี้มีการสลับเปลี่ยนยกเลิก เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 60 นี้เอง แต่เวลายาขึ้นทะเบียนหากยังอยู่ในท้องตลาดถือว่าเป็นยาที่ขึ้นทะเบียน เขาเปลี่ยนเป็น 145/60 BF ซึ่งเป็นยาตัวเดียวกัน “นิวโดด๊อป” บริษัทเซเลส เป็นผู้นำเข้าเหมือนกัน ยังคงอยู่ ฉะนั้นแล้วทางจังหวัดเชียงใหม่จะทำหนังสือหารือไปยัง อย.ที่กรุงเทพ ผลออกมาเป็นอย่างไร ถ้าไม่ใช่เป็นยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนก็จะมีโทษจำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 3,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากพบว่ามีทะเบียนถูกต้องก็คงจบในเรื่องของการที่เราจะตรวจสอบให้

ทางด้านเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ได้เปิดเผยว่า สำหรับกรณีผู้เสียหายที่ร้องเรียนครั้งนี้ หากพบว่า ยาไม่ได้ขึ้นทะเบียนแล้วทางสถาบันเสริมสวยความงามนำมาบริการให้ลูกค้า ลูกค้าสามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้ทั้ง 2 แห่ง คือที่สถาบันเสริมสวยฯ กับบริษัทนำเข้ายาดังกล่าวได้เลย หรือจะเลือกฟ้องแห่งเดียวก็ได้แล้วแต่ ส่วนมากผู้เสียหายจะฟ้องเรียกค่าเสียหายกับสถาบันเสริมความงาม แล้วทางบริษัทเสริมความงาม ไปฟ้องร้องกับบริษัทนำเข้าอีกทีหนึ่ง เป็นทอดๆ ก็ต้องรอผลการตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทางด้านเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดเชึยงใหม่ นำโดย เภสัชกรอิศรา นานาวิชิต หัวหน้ากลุ่มงานคุ้มครอง ผู้บริโภค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ได้นำเจ้าหน้าที่เดินทางไปยัง สถาบันเสริมความงาม ดังกล่าวหลังได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหายทันทีในช่วงบ่าย โดยการตรวจสอบทางสถาบันเสริมสวยฯ ให้ทางเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบโดยมีพนักงานทุกคนอยู่ในความตกใจ โดยทางสถาบันเสริมความงามดังกล่าวไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปทำข่าวแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ใช้เวลาตรวจสอบอย่างละเอียดเป็นเวลา 2 ชั่วโมงเพื่อตรวจสอบหลักฐานบางอย่าง จึงได้แล้วเสร็จและเดินทางกลับ