(รายงานพิเศษ)เชื่อหรือไม่ ว่าจะเลือกตั้ง ส.ส. ช่วงตุลาฯนี้ หรือกุมภาฯปีหน้า

132
กระบวนการ”เลือกตั้ง” เป็นหนึ่งองค์ประกอบสำคัญ ตามระบอบประชาธิปไตย สอดรับกับผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนคนไทยทั่วประเทศ จากผลสำรวจต่างๆ ยืนยันชัดว่า….เป็นไปในทิศทางใด และคาดหวังกับพรรคการเมืองใหม่ๆ ต้อง มีคุณธรรม ซื่อสัตย์ ไม่คดโกง เป็นอัน ดับ 1 ตามด้วย เก่งและเป็นคนดี มีฝีมือ มีนโยบายที่ดี มีแนวคิดใหม่ๆ ไม่สร้างความขัดแย้ง

เดิมทีตามแผนโรดแมปของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำหนดช่วงเลือกตั้งราวๆเดือน พ.ย.ปี 61 แต่มีเหตุผลและความจำเป็นหลายประการส่งผลใ ห้ต้องเลื่อนเลือกตั้งออกไปเป็นช่วง ก.พ.ปี 62 ในขณะที่การเลือกตั้งท้องถิ่น มีความชัดเจนว่า น่าจะเลือกตั้งราวๆเดือน ส.ค.61 นี้ หากไม่มีอุปสรรค ปัญหาใด เกิดขึ้น โดย… จะเริ่มจาก อบจ. และ กทม. ก่อน.. จากนั้นสักระยะ จะเป็นการเลือกในระดับเทศบาล และอบต.ความคาดหวังที่จะมีการเลือกตั้ง …สนามใหญ่ เริ่มใกล้ความเป็นจริงอีกก้าว เมื่อผลประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประ กอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.ผ่านฉลุย  จากที่สังคม….คาดการณ์กันว่า อาจสะดุด ด้วยเงื่อนไข….ขอเวลาคืนความสุข

ทั้งนี้พ.ร.บ.คณะกรรมการการเลือกตั้ง และ พ.ร.บ.พรรคการเมือง ผ่านกระบวนการต่างๆเรียบร้อย รวมถึง พ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับ จากทั้งหมด 10 ฉบับ ถ้ามีผลบังคับใช้ก็เริ่มเตรียมเข้าสู่โหมด..การเลือกตั้งได้ทันทีความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น ในวันนี้จะเห็นความคึกคักของบรรดานักการเมืองทั้งเก่าและใหม่ แห่ไปยื่นความประสงค์จัดตั้งพรรคการเมือง ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา

การแจ้งเกิดในสนามเลือกตั้งของพรรคเก่าๆที่มีทุนหนา คงไม่ยากลำบากมากนักแต่พรรคเฉพาะกิจ บรรดาพรรคขนาดเล็กคงต้องคิดกันหลายตลบด้วยเงื่อนไข เมื่่อจองชื่อพรรคแล้ว ก็ต้องหาสมาชิกก่อตั้ง 500 คน และหาทุนประเดิม 1 ล้านบาท และจัดประชุมสมาชิกก่อตั้งอย่างน้อยกึ่งหนึ่ง หรือ 250 คนขึ้นไป เพื่ออนุมัติระเบียบ ข้อบังคับของพรรคและได้มาซึ่งรายชื่อกรรมการบริหารพรรค เพื่อนำมาจดทะเบียน เป็นพรรคการเมือง

โดยในวันที่ 28 มี.ค.61 นี้ “กกต.”จะมีการประชุมร่วมกับ พรรคการเมืองที่จดทะเบียนไว้เรียบร้อยแล้ว 69 พรรคเพื่อซักซ้อมความเข้าใจตามเงื่อนไขประกาศ คสช. ที่ 53/60 และ พ.ร.บ.พรรคการเมือง ก่อนที่จะมีดำเนินกิจกรรม ทาง การเมืองได้ในวันที่ 1 เม.ย.61 ผ่านการดำเนินงานจัดตั้งสาขาภาค การหาตัวแทนในระดับจังหวัด เพื่อทำไพรมารีโหวต การขยายจำนวนสมาชิก เป็นต้น

ในส่วนนักการเมือง แต่ละสังกัด ก่อนหน้าที่จะได้สัญญาณชัดเจนนั้น มีการเปิดตัวตามงานบวช งานแต่ง งานเลี้ยง เทศกาลงานประเพณีต่างๆในชุมชนกันมาตั้งแต่ต้นปีแล้ว พร้อมกับสถานที่ประสานงานพรรคในแต่ละภาค แต่ละจังหวัดใหญ่ๆ เช่น เชียงใหม่,เชียงราย,ลำปาง ..ใครเป็นใคร สังกัด กลุ่ม ก๊วน พรรคใด…ก็น่าจะเห็นกันแจ่มชัดแล้ว
ประเด็นที่พรรคการเมือง แต่ละพรรคจะเสนอรายชื่อ บุคคลให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีซ้ำกันนั้น ท้ายที่สุดจะมีคำตอบว่า พรรคใด (พร้อมเครือข่าย) จะ ส่งใครเป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยการเจรจานอกรอบที่เสนอชื่อนั้นได้ ไม่มีอะไรที่…การเมืองไทย ทำไม่ได้ รวมถึง..แนวทางที่ 1 ใน 5 เสือ กกต.บางท่านนำเสนอผ่านสื่อสังคมว่า มีแนวโน้มเป็นไปได้ว่า อาจจะสามารถจัดการเลือกตั้งได้ช่วง ต.ค.ปีนี้ หรืออาจเป็นไปตามที่ หน.คสช.ประกาศ?

สำหรับการคำนวณจำนวน ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่แต่ละจังหวัดพึงมี ตามหลักเกณฑ์ ในมาตรา 83, 85 และ 86 แห่งตามรัฐธรรมนูญข้อมูลเบื้องต้นที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้ง ผอ.การเลือกตั้งประจำจังหวัดทุกจังหวัด และกกต.กทม. เตรียมความพร้อมในการแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ในอนาคตใช้ตัวเลขทะเบียนราษฎร 65,931,550 คน ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธ.ค.59 เช่น เชียง ราย เดิมมี ส.ส. 6 คน จะเป็น 7 คน, น่าน เดิมมี ส.ส. 2 คน จะเป็น 3 คน, พะเยา จะเพิ่มอีก 1 คน เป็น 3 คน , ลำปาง เดิมมี 3 คน จะเพิ่มอีก 1 คน เป็น 4 คน, เชียงใหม่จะมีแค่ 9 คน ,ลำพูนมีได้ 2 คน เป็นต้น

สูตรนี้คำนวนจากจำนวนประชากรต่อ ส.ส. 1 คน เท่ากับ 188,375,857 คน หากจัดให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. ในปี 62 ต้องใช้ฐานข้อมูลประชากร ณ วันที่ 321 ธ.ค.61 ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงจำนวนเขตเลือกตั้ง และจำนวน ส.ส.ที่พึงจะมีที่น่าขบคิดคือ…

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หน.คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยืนยันผ่านสื่อฯว่า.. ” การเลือกตั้งไม่เกินเดือนกุมภาฯ ปี 62 จะเอาอะไรกันอีก แต่จะวันเวลาไหนก็อยู่ในห้วงเวลาดังกล่าวนั่นแหละ ประมาณ  150 วัน แต่ใน 150 วันนี้ ก็ต้องพิจารณาดูว่าสถานการณ์บ้านเมืองเป็นอย่างไร เดี๋ยวคอยดูแล้วกัน พอเวลาปลดล็อกทางการเมือง มันจะเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง ก็หวังให้มันเกิดสิ่งดีๆ ขึ้นมา หาเสียงกันโดยสงบ ไม่ใส่ร้ายป้ายสีกัน ไม่ยุยงปลุกปั่นอะไรทำนองนี้ จะได้เลือกตั้งได้ ” ท้ายที่สุดคงต้องรอติดตามผล….

ศิริ อันทรินทร์……รายงาน