ท้องถิ่นพัฒนาระบบบริการ ชูแพลตฟอร์มรับเรื่องทุกข์ชาวบ้านทุกมิติ

นายประยูร รัตนเสนีย์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (กสถ.) เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มีบทบาท หน้าที่ส่งเสริมสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีอิสระในการบริหารงาน บริหารคน บริหารงบประมาณ เพื่อจัดทำบริการสาธารณะตามอำนาจหน้าที่ภายใต้กรอบกฎหมายอย่างเข้มแข็ง มีธรรมาภิบาล ตอบโจทย์ความต้องการของพี่น้องประชาชนให้ตรงจุด มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ปัจจุบัน ภาระงานของ อปท.ทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็น อบจ.,เทศบาลและอบต.ขยายบทบาทอย่างกว้างขวาง ครอบคลุมทุกเรื่องที่เกี่ยวกับความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายในระดับพื้นที่ ผู้บริหาร อปท.ต้องเรียนรู้ ส่งเสริมพัฒนาระบบทันสมัย มาประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรและงบประมาณอย่างเหมาะสมล่าสุดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กระทรวงมหาดไทย ได้ประสานแจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ขอความร่วมมือ อปท. ในพื้นที่พิจารณานำ Traffy Fondue ไปใช้งาน โดยระบบแพลตฟอร์มนี้ มีบุคลากร 110,755 คน ใน 2,131 หน่วยงาน เข้าถึงระบบนี้ มีการรับแจ้งปัญหาถึง
29,222 เรื่อง ซึ่งนอกจาก กทม. จะที่ใช้ระบบนี้แล้ว ยังมีอปท.จำนวนหนึ่งเริ่มเปิดใช้เต็มระบบ มีการส่งต่อเรื่องร้องเรียนต่อไปยัง ศูนย์ 1111 สำนักนายกรัฐมนตรี

สำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงาน ปปท. รวมถึงกรมป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (ปภ.) โดยเนคเทค มีแผนขยายผลใช้งานระบบ ไปสู่ อปท.ทุกแห่งภายใน 2 ปี สำหรับแพลตฟอร์มนี้นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่นำระบบไปใช้งาน เห็นประสิทธิภาพ การทำงานในการรับเรื่องร้องทุกข์ และการแก้ไข อย่างเด่นชัด อย่างไรก็ตามศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ซึ่งเป็นองค์กรพัฒนาแพลตฟอร์ม เพื่ออำนวยความสะดวกการรับแจ้งปัญหา พร้อมส่งตรงถึงหน่วยงานผู้รับผิดชอบช่วยให้เจ้าหน้าที่แก้ปัญหาได้รวดเร็ว ปัญหาไม่ลุกลาม ตรงตามความต้องการของประชาชนตรวจสอบได้

ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม ทีมวิจัยระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะ เนคเทค สวทช. ระบุว่า ระบบดังกล่าวประชาชนแจ้งปัญหาเมืองได้ง่ายผ่านสมาร์ตโฟนทั้งถนนชำรุด ไฟฟ้าไม่ส่องสว่าง ทางเท้าไม่สะอาด ฝาท่อน้ำถูกเปิดทิ้งไว้ โรงงานส่งกลิ่นเหม็น ฯลฯ ผ่าน Traffy Fondue ไม่ต้องมีเบอร์หน่วยงาน ไม่ต้องเสียเวลา ค่าโทรศัพท์ และค่าเดินทางเป็นแพลตฟอร์มตัวกลางระหว่างประชาชนกับหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบ ทำหน้าที่รับแจ้งปัญหาผ่านแอปพลิเคชันไลน์ซึ่งมีระบบตอบอัตโนมัติในการสอบถามรายละเอียดของปัญหาและข้อมูลต่างๆ ที่จำเป็น อาทิ ตำแหน่งที่ตั้งและภาพถ่ายของปัญหา จากนั้น AI จะทำหน้าที่วิเคราะห์ปัญหานั้นๆ แล้วจัดส่ง
ข้อมูลให้หน่วยงานที่รับผิดชอบแบบเรียลไทม์ โดยผู้ดูแลรับผิดชอบปัญหาสามารถส่งรายงานความคืบหน้าการแก้ไขให้ประชาชนรับทราบผ่านระบบด้วยเช่นกัน ใช้งานง่าย ไม่มีมีค่าใช้จ่าย และไม่ต้องเปิดเผยตัวตน ประชาชนเข้าแอปพลิเคชันนี้จะสามารถพิมพ์แจ้งปัญหาได้ทันทีที่หน้าแชต

ทั้งนี้จากการตรวจสอบของทีมข่าว พบว่า ในพื้นที่เชียงใหม่ และ ภาคเหนือหลายๆพื้นที่ มี อปท. นำระบบดังกล่าวมาใช้งาน รวมถึง กลุ่มการเมืองบุคคลสาธารณะ ในแต่ละชุมชนใช้ระบบนี้รับแจ้งปัญหาผู้พัฒนาระบบ ระบุว่าแพลบตฟอร์มนี้ เกิดขึ้นจากการผสานการทำงานของ 2 เทคโนโลยีหลักซึ่งจัดเก็บรายละเอียดข้อมูล ตำแหน่งของสถานที่รวมถึงรูปภาพของสถานที่ และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูล ออกมาเป็นข้อมูลที่พร้อมใช้งานประชาชนทั่วไปใช้งานได้ง่า

ร่วมแสดงความคิดเห็น