ไทยโรดโชว์ญี่ปุ่น หวังชักจูงนักลงทุนเข้ามาในประเทศไทย

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ตนพร้อมด้วยคณะผู้บริหารได้เดินทางไปโรดโชว์ ยังประเทศญี่ปุ่น เพื่อชักจูงนักลงทุนเข้ามาลงทุนในประเทศไทย และได้พบปะกับบริษัทเอกชนรายใหญ่ที่เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของประเทศญี่ปุ่น 3 บริษัท ซึ่งได้มีการเจรจาในเรื่องโอกาสของการขยายการลงทุน มูลค่ารวมกว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งไทยจะได้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ เช่น การเพิ่มมูลค่าการส่งออก เพิ่มการจ้างงาน พัฒนาทักษะแรงงานพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมทั้งทำให้เกิดความเชื่อมโยง Supply Chain ในประเทศ

นอกเหนือจากการเจรจาแล้ว ยังได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กับ บริษัท ไอเอชไอ คอร์ปอเรชั่น และ บริษัท ไอเอชไอ เอเชีย แปซิฟิค (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของการให้บริการสาธารณูปโภคสีเขียว (Green Utility) ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม เช่น ศึกษาระบบการจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้พลังงานทดแทน การพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่สำหรับ “การให้บริการสาธารณูปโภคสีเขียว” ที่จะสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรม เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย และส่งเสริมการลงทุนในธุรกิจสีเขียว

นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า MOU ครั้งนี้ ระหว่างไทยและญี่ปุ่น จะเป็นการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรม มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดต้นทุนการผลิต และยกระดับให้บริการสาธารณูปโภคสีเขียวในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ ยังได้ประชุมเจรจาความร่วมมือร่วมกับนายไซโต เค็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม (METI) และคณะ เพื่อหารือร่วมกันถึงการพัฒนาแหล่งพลังงานสีเขียว เพื่อพัฒนาศักยภาพให้ภาคอุตสาหกรรมของไทยเป็นอุตสาหกรรมที่ลดการปล่อยคาร์บอน เนื่องด้วยประเทศญี่ปุ่นยังต้องการมุ่งเน้นพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีอนาคต (Next generation automobiles) และเสริมสร้างระบบการผลิตยานยนต์ ซึ่งถือเป็นแนวนโยบายที่ไปในทิศทางเดียวกันนของทั้ง 2 ประเทศ

การประชุมร่วมกันครั้งนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยที่ จะเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ (Strategic Partnership) อย่างรอบด้านกับญี่ปุ่น และหารือแนวทางการพัฒนาความสัมพันธ์ในมิติเศรษฐกิจ ที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกันทั้งในระดับทวิภาคี อนุภูมิภาคและภูมิภาค สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศของทั้งสองฝ่าย ปัจจุบันนักลงทุนญี่ปุ่นยังคงเป็นอันดับ 1 ของการลงทุนในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม มีจำนวน 1,973 ราย คิดเป็น 29% มูลค่าการลงทุนรวมตั้งแต่มีการจัดตั้งนิคมฯ มูลค่า 2.85 ล้านล้านบาท จากการลงทุนรวมทั้งหมด 13.20 ล้านล้านบาท โดยแบ่งเป็นการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมใน EEC จำนวน 1,451 ราย มูลค่าการลงทุน 2.07 ล้านล้านบาท และนิคมฯ ที่อยู่นอก EEC จำนวน 522 ราย มูลค่าการลงทุน 0.77 ล้านล้านบาท เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และการขนส่ง อุตสาหกรรมเหล็กและผลิตภัณฑ์โลหะ อุตสาหกรรมเครื่องยนต์ เครื่องจักร อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า พลาสติก เคมีภัณฑ์ อุตสาหกรรมอาหาร และอุตสาหกรรมยาง

ร่วมแสดงความคิดเห็น