แม่เฒ่าวัย 60 ลมแทบจับไฟไหม้บ้านวอดหมดทั้งหลัง

เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 21 ก.พ.2567 ที่ผ่านมาทาง พ.ต.ต.บรมวิชญ์ วังนัยกูล พนักงานสอบสวน สภ.ภูซาง จ.พะเยา ได้รับแจ้งจากทางผู้นำชุมชน ม.10 บ้านธาตุภูซาง ต.ภูซาง อ.ภูซาง จ.พะเยา ได้มีเหตุเพลิงไหม้บ้านของชาวบ้านอย่างหนักทั้งนี้จึงได้รีบลงพื้นที่ทันที นอกจากนี้ทางนายวราวุธ เผ่าใจมา นายก อบต.ภูซาง ทราบเรื่องที่เกิดขึ้นก็ได้สั่งการให้รถดับเพลิงเข้าพื้นที่เพื่อช่วยเหลือในเหตุการณ์ครั้งนี้ทันที เมื่อพนักงานสอบสวนไปถึงที่เกิดเหตุพบว่าทางรถดับเพลิงกำลังระดมฉีดน้ำดับไฟที่กำลังไหม้บ้านของบ้านนายประสิทธิ์ บ้าน ม.10 บ้านธาตุภูซางลักษณะเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวยกสูงซึ่งกำลังลุกไหม้อย่างหนัก ทั้งนี้ใช้เวลากว่า 1 ชม.จึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้

พ.ต.ต.บรมวิชญ์ ได้กล่าวว่า จากการลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบและทำการสอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์นั้นได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุนั้นภายในบ้านได้มีนางแดง อายุประมาณ 60 ปี ได้อยู่บ้านคนเดียวซึ่งนายประสิทธิ์ สามีได้ออกจากบ้านเพื่อไปขายของที่ตลาดบ้านม่วงชุม หลังจากนั้นผู้เห็นการณ์คนแรกคือนายจิตติพงษ์ ซึ่งบ้านอยู่ตรงข้ามกันได้ยินเสียงเหมือนมีอะไรระเบิดภายในบ้านของนายประสิทธิ์ จึงได้เดินไปดูก่อนจะเห็นว่าเริ่มมีเปลวไฟและควันจำนวนมากออกมาจากตัวบ้าน ทั้งนี้ยังได้ยินเสียงนางแดงร้องขอความช่วยเหลืออยู่บริเวณหลังบ้าน นายจิตติพงษ์จึงได้รีบวิ่งไปช่วยเหลือได้ออกมาทันเวลาและต่อมาจึงได้แจ้งผู้ใหญ่บ้านให้ติดต่อเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือในเหตุการณ์ครั้งนี้ โดยกว่าเจ้าหน้าที่จะเข้ามาควบคุมเพลิงนั้นไฟได้ไหม้บ้านจนวอดทั้งหลังทำให้นางแดงที่กำลังดูบ้านตัวเองถูกไฟเผานั้นนั่งด้วยความตกใจและเสียใจในเวลาเดียวกันด้วย

ด้านนายกิตติ ชัยดรุณ นายอำเภอภูซาง หลังทราบเรื่องก็ได้ลงพื้นที่เพื่อเข้าตรวจสอบเหตุที่เกิดขึ้นพร้อมทั้งให้กำลังใจเจ้าของบ้านในครั้งนี้ด้วย นอกจากนี้ได้ให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากที่เพลิงได้สงบลงทั้งตนรวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจลายก อบต.ภูซางได้สำรวจความเสียหายภายในบ้านและสาเหตุทีเกิดขึ้นพบว่ามีรอยเบรคเกอร์ไหม้จึงคาดว่าไฟฟ้าหน้าจะลัดวงจรตรงเบรคเกอร์ และไม่ทำงานในเวลาต่อมาทำให้เกิดประกายไฟขึ้นมาได้ โดยหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการตรวจสอบและหาสาเหตุในการเกิดเพลิงไหม้ที่แท้จริงอีกครั้งในวันถัดไป

ร่วมแสดงความคิดเห็น