เดือดร้อนทั้งชุมชน วัดดังขึ้นค่าเช่าที่สุดโหดรวดเดียว 12 เท่า วอนขอความเห็นใจ

เดือดร้อนทั้งชุมชน วัดดังขึ้นค่าเช่าที่สุดโหดรวดเดียว 12 เท่า วอนขอความเห็นใจ ด้านวัดออกแจงที่อื่นก็ขึ้น

จากกรณีชาวบ้านในชุมชนป่าเป้า ริมถนนมณีนพรัตน์ ต.ศรีภูมิ อ.เมืองเชียงใหม่ ที่เกือบทั้งหมดยึดอาชีพเปิดร้านค้าขายสินค้า พร้อมใจกันขึ้นป้ายหน้าร้านของตัวเอง สะท้อนถึงความเดือดร้อน หลังจากเจ้าอาวาสวัดป่าเป้าประกาศขึ้นค่าเช่ารวดเดียวแบบสวนกระแสเศรษฐกิจ จากเดือนละ 1,500 บาท เป็น 17,000 บาท โดยไร้ความเห็นใจทั้งที่ชาวบ้านอยู่กันมานานหลายสิบปี

ล่าสุดวันนี้ (28 ก.พ.67) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ พบบริเวณดังกล่าวเป็นอาคารพาณิชย์ 2-4 ชั้น ที่สร้างริมถนนมณีนพรัตน์ ทั้งหมดเป็นที่ธรณีสงฆ์ที่อยู่ในความดูแลของวัดป่าเป้า เกือบทั้งหมดเปิดเป็นร้านค้าจำหน่ายเสื้อผ้าและสินค้าอุปโภคอื่น ๆ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในย่านการค้าเก่าแก่ในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ โดยชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นค่าเช่ามีทั้งหมด 23 คูหา พากันขึ้นป้ายหน้าร้านขอความเห็นใจ เช่น ขึ้นค่าเช่าแพงเหมือนอยากไล่ให้ไปที่อื่น , ขึ้นค่าเช่าโหดเหมือนไปโกรธใครมา , เมตตาธรรมค้ำจุนโลก ไม่มีจริง พร้อมกับเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเข้ามาช่วยเหลือ

โดยทาง นายธนูชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 74 ปี หนึ่งในชาวบ้านที่เช่าที่ เปิดเผยว่า อยู่มานานกว่า 60 ปี โดยก่อนหน้านี้ครอบครัวได้มาอยู่บนพื้นที่ดังกล่าว โดยการอนุญาตของทางวัด ต่อมาในปี 2518 ทางวัดได้ทำสัญญาเช่าเป็นระยะเวลา 15 ปี ค่าเช่าเดือนละ 200 บาท หลังจากครบ 15 ปี มีการต่อสัญญาอีกครั้งพร้อมกับขึ้นค่าเช่าเป็นเดือนละ 400 บาท

ต่อมาปี 2552 พระอินตา อินทวีโร เจ้าอาวาสวัดได้ทำสัญญาเช่าขึ้นมาใหม่ อายุสัญญา 15 ปี ขึ้นค่าเช่าเป็น 1,500 บาท พร้อมกับให้ผู้เช่าทุกคูหาจ่ายเงินกินเปล่าคูหาละ 500,000 บาท โดยอนุโลมให้ผ่อนชำระได้ภายใน 1 ปี ซึ่งชาวบ้านก็ยอมตามเพราะอยู่อาศัยและทำกินกันมานาน ไม่รู้จะย้ายไปที่ไหน

ล่าสุดสัญญาจะครบในเดือนมีนาคม 2567 ทางวัดได้ส่งทนายความมาสำรวจพื้นที่ พร้อมกับยื่นสัญญาเช่าฉบับใหม่ให้ โดยระบุว่าสัญญาฉบับใหม่ไม่ต้องจ่ายเงินกินเปล่า แต่ขึ้นค่าเช่าจากเดือนละ 1,500 บาท เป็น 17,000 บาท พร้อมกับต้องจ่ายล่วงหน้า 3 เดือน ซึ่งชาวบ้านเห็นว่าเป็นการขึ้นราคาที่มากเกินไปสร้างความเดือดร้อน เพราะการค้าขายก็ไม่ได้กำไรมากนักแค่พออยู่ได้ จึงไปเจรจาขอความเห็นใจ แต่เจ้าอาวาสยืนยันไม่ลดให้ บอกว่า ทางวัดต้องซ่อมแซมโบสถ์ ห้องน้ำ และอาคารสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ ในวัดและทางวัดไม่มีเงิน

ชาวบ้านได้ขอความเห็นใจและยินดีเพิ่มค่าเช่าให้เป็นเดือนละ 8,000 บาท แต่เจ้าอาวาสก็ยืนยันตามสัญญาใหม่ พร้อมบอกว่าใครไม่พร้อมก็สามารถย้ายออกได้ เมื่อเจรจาไม่เป็นผลชาวบ้านจึงร้องเรียนไปที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับคำตอบว่าเป็นการบริหารจัดการของทางวัด เมื่อไร้ที่พึ่งจึงพากันขึ้นป้ายขอความเห็นใจและเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ยื่นมือมาช่วยเหลือ

ช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ ทีมข่าวเข้าไปที่วัดป่าเป้า เพื่อขอนมัสการทราบข้อเท็จจริง จากพระครูอมรวีรคุณ อินฺทวีโร แต่ไม่ได้พบ คนในวัดแจ้งว่าเจ้าอาวาสอาพาธและรักษาตัวอยู่ในกุฏิ ขณะที่พระพระมหาอนุพันธ์ รองเจ้าอาวาสวัดป่าเป้า ให้ข้อมูลทางโทรศัพท์กับทีมข่าว บอกว่า ทางวัดจะพูดคุยกับกลุ่มผู้เช่าอีกครั้ง จะพยายามให้อยู่กันได้ทั้งสองฝ่าย ส่วนสาเหตุที่ขึ้นค่าเช่าเยอะมาก เป็นเพราะสภาพเศรษฐกิจ ที่อื่นก็ขึ้นกันหมด ก่อนหน้านี้ทางวัดก็มีไวยาวัจกรเข้าไปพูดคุย แต่ไม่ทราบสื่อสารกันอย่างไร อาจทำให้เข้าใจกันคลาดเคลื่อน ที่ผ่านมาทางวัดกับชาวบ้านก็อยู่ร่วมกันด้วยดีมาตลอด หลังจากนี้จะมีการหารือเพื่อหาข้อสรุปร่วมกันอีกครั้ง

ร่วมแสดงความคิดเห็น