ร้านขายกัญชาโอด นายกฯเตรียมแก้กฎหมายกลับไปเป็นยาเสพติด กระทบรายได้ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท

ร้านขายกัญชาโอด หลังนายกฯเตรียมแก้กฎหมายกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดประเภทที่ 5 คาดส่งผลกระทบผู้ประกอบการในเชียงใหม่นับ 100 ล้านบาท

กลุ่มผู้ประกอบการร้านขายกัญชาในเชียงใหม่ ที่เปิดมานานกว่า 2 ปี หลังเปิดกัญชาเสรี ซึ่งได้ลงทุนในธุรกิจไปไม่ต่ำกว่าร้านละหลักแสนบาทขึ้นไป หลังได้รับข่าวร้ายที่นายกรัฐมนตรีให้ข่าว เตรียมเสนอนำกัญชากลับเข้าบัญชียาเสพติดประเภทที่ 5 และเน้นใช้ในทางการแพทย์ ไม่เน้นด้านสันทนาการ ทำให้กลุ่มผู้ประกอบการร้านกัญชาเตรียมรับผลกระทบที่ตามมา โดยเฉพาะในเชียงใหม่ ที่เป็นหัวเมืองท่องเที่ยวหลัก มีร้านกัญชาที่จดทะเบียนนับพันร้าน คาดต้องสูญไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท และคนตกงานอีกเพียบ ทั้งลูกจ้าง เกษตรกรผู้ปลูกกัญชา เจ้าของธุรกิจเตรียมพับเสื่อกลับบ้าน ฯลฯ

นายชิษณุพงศ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี เจ้าของธุรกิจร้านขายกัญชาแห่งหนึ่ง บนนิมมานเหมินทร์ ย่านท่องเที่ยวชื่อดังของเชียงใหม่ เผยว่า ในจังหวัดเชียงใหม่มีร้านกัญชาหลักร้อยและอาจแตะหลักพันไปแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นแน่ ๆ คือร้านค้าเหล่านี้ตายกันเละเทะแน่นอน ลูกจ้างในร้านก็ตกงาน ซึ่งบางร้านอาจมี 1-2 คน ส่วนผูประกอบการแบบตน หากมีการแก้ไขว่ากัญชาผิดกฎหมายจริง ๆ ห้ามใช้ทางสันทนาการ ก็เตรียมตัวเจ๊งอย่างเดียว และร้านที่เปิดมามีการลงทุนตั้งแต่หลักหมื่นปลาย ๆ ไปจนถึงหลักแสนและหลักล้าน

ส่วนตัวมองว่าหากมีการแก้กฎหมายกัญชา ร้านเหล่านี้อาจจะมีอยู่แต่ต้องควบคุมด้วยเภสัชการ คิดว่ามูลค่าการตลาดไม่สูงเท่าเพื่อการสันทนาการที่คนจากทั่วโลกที่เข้ามาเพื่ออยากลองกัญชาของไทย เพราะอเมริกาเองเพิ่งมีกัญชาถูกกฎหมายมาระยะหนึ่ง และอีกหลายประเทศก็เปิดเสรีกันแล้ว ส่วนต้นทุนในปัจจุบันของไทยเราก็ถูกลง จากการแข่งขันทางการค้า จึงได้รับความนิยมจากบรรดานักท่องเที่ยวต่างชาติ เรื่องนี้ไม่ได้กระทบแค่หน้าร้านเท่านั้น บรรดานักลงทุนฟาร์มกัญชา ที่นำมาขายต่อร้านค้าปลีก ก็มีอีกมากที่ได้รับผลกระทบ จึงอยากให้ทางรัฐบาล ทบทวนเรื่องนี้ดี ๆ และหากจะทำแบบที่ท่านนายกฯพูด ก็ต้องหาแนวทางเยียวยาผู้ประกอบการด้วย เพราะผลกระทบค่อนข้างใหญ่ และมีคนตกงานหลักพันหลักหมื่นคนแน่นอน.

ร่วมแสดงความคิดเห็น