ในบรรดาองค์พระธาตุที่มีอยู่ทั่วประเทศ ผมเชื่อว่าพระธาตุเจ้าหริภุญชัยในเมืองลำพูนนั้นมีความเก่าแก่ที่สุด ตามตำนานจามเทวีวงศ์กล่าวไว้ว่าสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอาทิตยราช เมื่อประมาณปี พ.ศ.1440 หากนับอายุถึงปัจจุบันน่าจะมีอายุราว 1,122 ปี องค์พระบรมธาตุหริภุญชัย เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์เดิมนั้นสูงเพียง 3 วามีโกษทองที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุสูง 3 ศอก ต่อมาเมื่อหริภุญชัยได้ตกเป็นเมืองขึ้นของเชียงใหม่ พระมหาเถระในลำพูนและขุนฟ้าได้ก่อพระเจดีย์รูปทรงกลมครอบองค์เดิม มีขนาดสูง 10 วา จากนั้นได้มีการบูรณะองค์พระธาตุอีก 2 ครั้ง โดยเฉพาะเมื่อปี พ.ศ.1986 พระเจ้าติโลกราช กษัตริย์นครเชียงใหม่ได้ทรงทำการปฏิสังขรณ์เสริมองค์พระเจดีย์ขึ้นมาใหม่ และในสมัยของพระเจ้ากาวิละ ได้ทรงยกฉัตรขึ้นทั้ง 4 มุมพระธาตุหริภุญชัย มีความสำคัญในฐานะศูนย์กลางความศรัทธาของคนล้านนา จากความสำคัญดังกล่าวชาวลำพูนเชื่อว่าองค์พระธาตุหริภุญชัยมีความศักดิ์สิทธิ์เป็นสิ่งสักการะคู่บ้านคู่เมืองลำพูน ดังนั้นในอดีตที่ผ่านมาจึงมีการประกอบพิธีสำคัญ ๆ ทางศาสนามากมาย วัดพระธาตุหริภุญชัย ยังถูกใช้เป็นสถานที่ทำพิธีถือน้ำพิพัฒนสัตยาของเจ้าหลวงลำพูน นอกจากนั้นพระมหากษัตริย์ไทยและเชื้อพระวงศ์เมื่อเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกรชาวลำพูน ก็จะทรงเสด็จมานมัสการกราบไหว้องค์พระธาตุหริภุญชัยทุกครั้ง ทุกปีเมื่อถึงวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 8 เหนือ หรือวันแปดเป็ง ได้จัดให้มีงานประเพณีสรงน้ำพระธาตุหริภุญชัยขึ้น มีศรัทธาประชาชนจากทุกสารทิศเดินทางนำน้ำขมิ้นส้มป่อยมาสรงองค์พระธาตุ แต่ทว่าภาพที่ปรากฏควบคู่กับงานประเพณีอันสำคัญเช่นนี้คือ กองขยะจากขวดพลาสติกที่แต่ละคนใส่น้ำขมิ้นส้มป่อยมาร่วมงาน หลังจากนั้นก็ได้ทิ้งเรี่ยราดไว้ตามทางเดินหรือกองไว้ด้านข้างพระวิหารหลวง เกิดภาพที่ขัดแย้งกับความรู้สึกของผู้ที่มาร่วมงาน กลายเป็นความมักง่ายของผู้คน ผมเองเกิดและเติบโตอยู่ในจังหวัดลำพูน มาจนครึ่งค่อนชีวิต บรรพบุรุษปู่ย่าตายายได้พร่ำสอนไว้ว่า ทุกปีเมื่อถึงวันงานประเพณีแปดเป็ง ให้นำส๋วยดอกไม้ธูปเทียนพร้อมน้ำขมิ้นส้มป่อยมากราบสักการะองค์พระธาตุเจ้าหริภุญชัยเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและครอบครัว หาได้พร่ำสอนว่าให้ทิ้งขยะไว้หน้าองค์พระธาตุเจ้าหริภุญชัยแต่ประการใด ขอฝากวิงวอนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหลายที่มีอำนาจช่วยพิจารณาและนำไปปรับปรุงแก้ไข เพราะองค์พระธาตุหริภุญชัยเป็นสิ่งศักด์สิทธิ์ที่สำคัญและมีผู้คนเดินทางมากราบสักการะเป็นจำนวนมาก ภาพที่ออกไปเกรงว่าจะเกิดความไม่สวยงามแก่ผู้พบเห็น และหวังว่างานประเพณีสรงน้ำพระธาตุหริภุญชัยในปีหน้าคงจะไม่ได้เห็นภาพเช่นนี้ต่อไป


บทความโดย
จักรพงษ์ คำบุญเรือง

ร่วมแสดงความคิดเห็น