งานศิลปะปูนปั้น หมายถึง ภาพที่เกิดจากการปั้นปูน เกิดเป็นลวดลาย รูปภาพนูนสูง และรูปทรง เพื่อใช้ในการประดับตกแต่ง ตลอดจนทำเป็นส่วนประกอบทางสถาปัตยกรรม ถือเป็นงานทางศิลปกรรมของช่างไทย ที่สำคัญอย่างหนึ่ง และปรากฏมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ปรากฎหลักฐานว่า มีมาแล้วตั้งแต่สมัยทวาราวดี ราวพุทธศตวรรษที่ 12 โดยได้พบงานปูนปั้นประดับศาสนสถานในลักษณะต่างๆ ซึ่งมีทั้งที่เป็นลวดลายประติมากรรมรูปพระพุทธรูป เทวดา และบุคคล ในบริเวณเมืองโบราณสำคัญ งานปูนปั้นที่ปรากฎอยู่ในศิลปะสกุลช่างหนึ่ง ซึ่งมีอายุร่วมสมัยกับอยุธยา คือ “ศิลปะล้านนา” งานปูนปั้นที่งดงาม และมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดี คือ งานปูนปั้นรูปเทวดาประดับพระวิหารเจ็ดยอด วัดมหาโพธาราม หรือวัดเจ็ดยอด พระอารามหลวง และปูนปั้นประดับ หอไตรวัดพระสิงห์ เมืองเชียงใหม่รูปเทวดา หรือ รูปบุคคลชั้นสูงในศิลปะล้านนา หลักฐานที่มีอยู่ส่วนใหญ่ สร้างตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 20 หรือพุทธศตวรรษที่ 21 ลงมา พระพักตร์รูปเทวดา ของหน้าวิหารเจ็ดยอด แสดงถึงเค้าความนิยมในศิลปะสุโขทัย ที่ยังหลงเหลืออยู่ เครื่องทรงมงกุฎ ภูษาผ้านุ่ง มีแบบมากมายหลายแบบ มีความวิจิตรงดงาม อันสะท้อนการสืบทอดจากศิลปะที่มีอยู่ก่อน เช่น จากเมืองเชียงแสน และจากศิลปะจีน รวมทั้งศิลปะพม่าด้วย นอกเหนือจากแบบอย่างที่มีอยู่ก่อนในศิลปะสุโขทัยอีก งานปูนปั้นประดับผนังด้านนอกของวิหารนี้แบ่งไว้ 2 แถว แต่ละแถวแบ่งช่องสำหรับรูปเทวดานั่ง ที่ยืนพนมมือประดับในส่วนของพื้นที่อันเหมาะสม ตรงหลืบที่เป็นมุมจากการยกเก็จ พื้นหลังของรูปเทวดาเหล่านี้ประดับลายโปร่งประเภทพันธุ์พฤกษา


รูปเทวดาทุกองค์ มีพระพักตร์และพระวรกายที่ได้สัดส่วนสมบูรณ์ วงพระพักตร์ยาวรีคล้ายรูปไข่ จึงยังเกี่ยวข้องกับอิทธิพลของศิลปะสุโขทัย ที่แพร่หลายขึ้นมาตั้งแต่เมื่อต้นพุทธศตวรรษที่แล้ว เครื่องประดับมากมาย หลากหลายด้วยรูปแบบ เช่น มงกุฏ กรองศอ สังวาล และภูษา เป็นต้น คงจำลองหรือดัดแปลงจากเครื่องทรงในราชสำนักของสมัยนั้น รูปแบบของเครื่องทรงเครื่องประดับเหล่านี้ มีความเกี่ยวข้องกับที่มีอยู่ในศิลปะสุโขทัย พม่า และจีน ด้วย ส่วนผนัง หรือ พื้นหลังของรูปเทวดา มีลายรูปดอกไม้ ใบไม้เป็นกลุ่ม พร้อมทั้งลายประดิษฐ์เป็นแถบพลิ้วประกอบอยู่ด้วย แสดงถึงอิทธิพลของลวดลายประดับแบบจีน ซึ่งไม่เพียงแพร่หลายอยู่ในศิลปะล้านนาเท่านั้น แต่ยังปะปนอยู่ในงานประดับของศิลปะสุโขทัย และศิลปะพม่าด้วยเช่นกัน

งานปูนปั้นดังกล่าว นอกจากประดับผนังให้งดงามแล้ว ยังมีความหมายคือ เล่าเรื่องราวในเรื่องพุทธประวัติ ที่กล่าวถึงเหล่าเทวดาพากันมาชุมนุม ท่ามกลางดอกไม้สวรรค์ที่โปรยปรายลงมา เพื่อแสดงความชื่นชมยินดี คราวที่พระพุทธองค์ตรัสรู้ ตรงกับความประสงค์ในการสร้าง เพื่อระลึกถึงการตรัสรู้ของพระพุทธองค์ การประดับรูปเทวดา ยังสืบต่อกันมาโดยประดับที่ผนังเรือนธาตุเจดีย์ทรงปราสาท แต่ด้วยความหมายที่แตกต่าง จากรูปเหล่าเทวดาที่เจดีย์วัดเจ็ดยอด พระอารามหลวง ปัจจุบันยังคงเป็นต้นแบบและแรงบันดาลใจ ในการออกแบบเครื่องกายร่วมสมัย บรรดาศิลปิน และนักออกแบบมาจนทุกวันนี้

ร่วมแสดงความคิดเห็น