เสียงหวูดของขบวนรถเร็วสายกรุงเทพเชียงใหม่ที่จอดแวะสถานีบ้านขุนตาน เป็นเสมือนสัญญาณบอกให้นักท่องเที่ยวที่ลงรถไฟสถานีนี้ว่า นี่เป็นบททดสอบเริ่มต้นของการเดินทางขึ้นไปยังอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาน ว่ากันว่าในช่วงเวลาของหนุ่มสาว หากใครที่ยังไม่เคยแบกเป้เข้าป่า ขึ้นไปเที่ยวดอยขุนตานแล้วละก็ยังนับว่าไม่อาจผ่านวันเวลาแห่งการเป็นวัยรุ่นนั้นมาได้เนิ่นนานเต็มที ที่ผู้คนชาวลำพูนและลำปางจะหาเวลาว่างช่วงวันหยุดพักผ่อนพากันนั่งรถไฟมาลงที่สถานีบ้านขุนตานเพื่อขึ้นไปสัมผัสกลิ่นไอธรรมชาติของดอยขุนตาน ในอดีตที่นี่ถือได้ว่าเป็นเส้นทางเดินเท้าทางเดียวที่จะขึ้นไปยังอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาน
ปัจจุบันสามารถนำรถขึ้นไปได้จนถึงบริเวณจุดยุทธศาสตร์1 (ย.1) แต่ทว่าชื่อเสียงอันระบือของดอยขุนตานกลับอยู่ที่การนั่งรถไฟลอดอุโมงค์มาลงที่สถานีบ้านขุนตาน ซึ่งถือว่าเป็นอุโมงค์รถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทย หากย้อนระลึกถึงอดีตอันขมขื่นของการขุดเจาะอุโมงค์รถไฟ ที่มีกรรมกรชาวจีนต้องสังเวยชีวิตด้วยโรคอหิวาห์และไข้มาลาเรียเป็นจำนวนหลายพันคนแล้วนั้น
การขุดเจาะอุโมงค์ขุนตานหรือถ้ำขุนตานเริ่มต้นมีการสำรวจเมื่อปี พ.ศ.2448 โดยวิศวกรชาวเยอรมันชื่อ มร.อีไอเซ็นโฮเฟอร์ ซึ่งเข้ามารับราชการในกรมรถไฟหลวงเมื่อปลายรัชกาลที่ 5 อุโมงค์แห่งนี้เริ่มลงมือขุดเจาะเมื่อปี พ.ศ.2450 ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 11 ปี งานขุดเจาะอุโมงค์ขุนตานใช้นายช่างชาวเยอรมันเกือบ 250 คน กรรมกรชาวจีน อีสานและคนพื้นเมืองอีกนับพัน ในการก่อสร้างอุโมงค์ขุนตานคนงานต้องพบกับอุปสรรคอย่างมากมาย ทั้งโรคภัยไข้เจ็บ รวมถึงปัญหาเสือคาบคนงาน แม้แต่นายช่างชาวเยอรมันก็เคยถูกเสือที่เข้าไปหลบซ่อนอยู่ในอุโมงค์ทำร้ายบาดเจ็บมาแล้ว การขุดเจาะอุโมงค์ขุนตานแล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ.2461 มีความยาวทั้งสิ้นประมาณ 1,352 เมตร
จากสถานีบ้านขุนตานจะมีเส้นทางเดินเท้าขึ้นไปยังอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาน เส้นทางในช่วงนี้จะแคบลัดเลาะไปตามไหล่เขาค่อนข้างชัน ระยะทางประมาณ 1,300 เมตร ก่อนจะถึงที่ทำการอุทยานฯจะมีจุดชมวิว ทิวทัศน์จากจุดนี้สามารถมองเห็นเทือกเขาสลับซับซ้อนสวยงามมากอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาน ได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 10 เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2518 จนถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 44 ปี อุทยานแห่งชาติดอยขุนตานมีพื้นที่กว้างประมาณ 255 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่อำเภอแม่ทาจังหวัดลำพูนและอำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง เมื่อมาถึงที่ทำการอุทยานฯ นักท่องเที่ยวจะต้องเสียค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯคนละ 20 บาท เส้นทางจากนี้ไปจะเป็นทางเดินขึ้นสู่ยอดดอยในช่วงแรกจะมีทางสำหรับรถยนต์ระยะทางประมาณ 2,500 เมตรขึ้นไปจนถึงลานจอดรถจากนั้นก็เดินเท้าต่อไปยังจุดยุทธศาสตร์ที่ 1 (ย.1) เส้นทางเดินช่วงนี้จะเป็นทางขึ้นเขาที่แคบพอเดินสวนกันได้ส่วนใหญ่เป็นบันไดปูนและหิน
บริเวณจุดยุทธศาสตร์ 1 (ย.1) สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 900 เมตร ในอดีตที่แห่งนี้เคยเป็นที่ประทับพักแรมของกรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ซึ่งเสด็จมาเป็นแม่งานคุมงานก่อสร้างอุโมงค์รถไฟขุนตาน ปัจจุบันบริเวณ ย.1 เป็นกลุ่มบ้านพักของการรถไฟแห่งประเทศไทย ไว้ให้บริการแก่นักท่องเที่ยว บริเวณนี้เราจะเห็นกลุ่มต้นสนแทรกตัว ปะปนกับพันธุ์ไม้อื่นทั่วไปที่ระดับความสูง 850 – 1,000 เมตร ซึ่งเป็นระดับความสูงปานกลางของดอยขุนตาน ที่เชื่อมต่อเนื่องระหว่างป่าผลัดใบกับป่าดิบสน
จากย.1 ขึ้นไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร ถึงบริเวณ ย.2 ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 บริเวณนี้เป็นที่พักของบริษัทตัดไม้ หลังสงครามสงบหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรีได้ซื้อพื้นที่ดังกล่าว แล้วสร้างบ้านพักส่วนตัวและทำไร่ลิ้นจี่ ไร่ดอกไม้จีนและสวนดอกไม้ ปัจจุบันบริเวณย.2 ยังมีสถานที่บรรจุอัฐิของหม่อมราชวงศ์คึกฤกธิ์ ปราโมช ตรงข้ามบ้านพัก บนย.2 มีเนินเขาปกคลุมด้วยต้นสนสองใบ เรียกว่า “ลานสน” เหมาะสำหรับเป็นที่กางเต็นท์พักแรมจากย.2 ไปจนถึง ย.3 เส้นทางเดินไปลำบากนักเพราะบางช่วงจะเป็นที่ราบขึ้นเขาบ้างเล็กน้อย ระยะทางในช่วงนี้ประมาณ 2 กิโลเมตร บริเวณย.3 อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,225 เมตร เป็นกลุ่มบ้านพักของมิชชั่นนารีอเมริกันสร้างไว้ หลังจากอุโมงค์ขุนตานและทางรถไฟสร้างเสร็จ ทุก ๆ ปีช่วงเดือนเมษายนจะมีกลุ่มมิชชั่นนารีเดินทางมาพักผ่อน ปัจจุบันบ้านพักดังกล่าวอยู่ในความดูแลของมหาวิทยาลัยพายัพ หากเดินต่อไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตรจะถึงย.4 ระยะทางในช่วงสุดท้ายจะลำบากกว่าช่วงอื่น บางตอนต้องไต่ความสูงชันไปตามซอกหิน บริเวณริมทางเดินจะมีศาลาพักไว้บริการเป็นช่วง ๆ
จุดสูงสุดของดอยขุนตานหรือ ย.4 เป็นลานหินเล็ก ๆ ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เรียกว่า “ม่อนส่องกล้อง” ซึ่งเป็นบริเวณที่ใช้ส่องกล้องทางยุทธศาสตร์ สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองลำปางได้ชัดเจน ทิวเขากว้างใหญ่ที่ทอดตัวอยู่เบื้องหน้าคล้ายดั่งปราการที่โอบล้อมธรรมชาติของที่นี่เอาไว้ หากใครที่อยากจะสัมผัสมนต์เสน่ห์ของธรรมชาติบนดอยขุนตาน สามารถติดต่อได้ที่อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาน โทรศัพท์ 0-5351-9216, 519217.
หมายเหตุ : นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปเที่ยวดอยขุนตานได้ โดยใช้เส้นทางรถไฟไป – กลับภายในวันเดียว เริ่มต้นที่สถานีรถไฟลำพูนมีขบวนรถเร็วที่วิ่งจากเชียงใหม่ – กรุงเทพฯ มาถึงสถานีลำพูนเวลา 07.10 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 50 นาทีถึงสถานีรถไฟขุนตาน ราคาค่าโดยสารคนละ 10 บาท ส่วนขากลับมีรถไฟเที่ยวล่องหลายขบวน เริ่มตั้งแต่เวลา 11.11 น. เป็นขบวนรถเร็วกรุงเทพฯ – เชียงใหม่ และในเวลา 13.33 น. ขบวนรถดีเซลราง นครสวรรค์ – เชียงใหม่
บทความโดย
จักรพงษ์ คำบุญเรือง

ร่วมแสดงความคิดเห็น