วันที่ 14 สิงหาคม 2562 ที่ ห้อง 502 ชั้น 5 สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน อาคาร B ศูนย์ราชการฯ ถ.แจ้งวัฒนะ นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน พร้อมตัวแทนชาวบ้านอำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา หอบรายชื่อชาวบ้านกว่า 900 คน เดินทางจากจังหวัดพะเยา เพื่อเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เรื่องขอให้ตรวจสอบและเสนอแนะไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการสั่งปิดโรงงานผลไม้อบแห้ง ชื่อบริษัท เจ.เค. ชนาธาร จำกัด ตั้งอยู่ หมู่ 11 ตำบลเชียงบาน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา โดยชาวบ้านอ้างว่า โรงงานได้ปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ และมีกลิ่นเหม็นออกมาจากโรงงาน เป็นระยะเวลากว่า 5 ปี


โดยมี น.ส.ณพิชญา ขายสระน้อย เจ้าหน้าที่สอบสวนผู้ชำนาญการ สำนักตรวจสอบเรื่องร้องทุกข์ เป็นผู้รับเรื่อง ซึ่งก่อนหน้านี้ชาวบ้านมีการรวมตัวกันตั้งเต้นท์ประท้วง เพื่อปิดถนนหน้าโรงงานมาแล้วหนึ่งครั้ง และล่าสุดก่อนจะยกพลเข้ากรุงเทพมหานคร ได้มีการรวมตัวถือป้ายประท้วง เผาพริกเผาเกลือสาปแช่ง เนื่องจากได้ผลกระทบจากกลิ่นเหม็น ที่ออกมาจากภายในโรงงานอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งขณะนี้ทางอุตสาหกรรมจังหวัดพะเยา อยู่ระหว่างการเข้ามาควบคุมการกำจัดกลิ่นให้หมดไป และในเวลา 13.00 น. นายศรีสุวรรรณ ได้พาชาวบ้านอำเภอเชียงคำ เข้าร้อง ป.ป.ช. เพื่อให้เข้าตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐในจังหวัดพะเยา และภายหลัง นายศรีสุวรรณ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก มีข้อความดังนี้

ศรีสุวรรณ นำชาวพะเยาร้อง ป.ป.ช.ลงแส้ จนท.รัฐละเว้นโรงงานปล่อยน้ำเสีย
วันนี้เวลา 13.00 น.ที่ สนง.ป.ป.ช. นนทบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ได้นำชาวตำบลเชียงบาน ตำบลน้ำแวน และตำบลทุ่งผาสุก อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ประมาณ 30 คน มาร้องเรียน ป.ป.ช. เพื่อขอให้ช่วยเป็นธุระในการแก้ไขปัญหาโรงงานปล่อยมลพิษลงลำน้ำสาธารณะ และปล่อยกลิ่นเหม็นฟุ้งกระจาย ซึ่งเป็นปัญหามากว่า 5 ปีแล้ว โดยการปล่อยปละละเลยของหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัด ปล่อยให้โรงงานผลไม้ดอง ปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ ปัญหากลิ่นเหม็นจากระบบบำบัดน้ำเสีย ปัญหากลิ่นเหม็นจากควันไฟ ที่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิง จนชาวบ้านเคยรวมตัวกันกว่า 300 คน พร้อมถือป้ายประท้วงและประกาศขายบ้าน เพื่อหนีกลิ่นเหม็นอย่างรุนแรงที่ถูกปล่อยจากโรงงาน ซึ่งชาวบ้านทนกันมาหลายปี โดยครั้งล่าสุดเมื่อเดือนมิถุนายน 2562 มีทั้งกลิ่นเหม็นและปลาตายเป็นจำนวนมาก จนนำไปสู่การร้องเรียน และชาวบ้านก็เคยรวมตัวในเรื่องนี้มาแล้ว แต่ไม่ได้รับการแก้ไขให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด และเป็นปัญหาสะสมเรื่อยมา

ปัญหาดังกล่าว เป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปในระดับท้องถิ่นและในระดับจังหวัด แต่ก็ไม่มีใครกล้าลงดาบปิดโรงงานดังกล่าวได้ แม้จะมีการออกหนังสือเตือนแล้วหลายต่อหลายครั้ง โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดคนปัจจุบัน ที่คนทั้งประเทศกล่าวชมว่าเก่งกล้าสามารถและเป็นคนตรงนั้น แต่กลับไม่ได้ให้ความสำคัญกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับโรงงานนี้แต่อย่างใด ไม่รู้ว่าเส้นใหญ่มาจากไหน ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนและชาวบ้านทั้ง 3 ตำบล จึงได้นำความไปร้องเรียน ป.ป.ช. เพื่อให้ตรวจสอบและเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการลงโทษ และสั่งปิดโรงงานดังกล่าวเสีย โดยเฉพาะไต่สวนสอบสวนผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา อุตสาหกรรมจังหวัดพะเยา นายอำเภอเขียงคำ นายก อบต.เชียงบาน ด้วยว่า มีพฤติการณ์ละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ด้วย นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด

ร่วมแสดงความคิดเห็น