เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2562 นายปัญญา จีนาคำ ส.ส.แม่ฮ่องสอน พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำป่าทะลักท่วมพื้นที่บ้านเมืองน้อย บ้านถ้ำลอด อ.ปางมะผ้า ล่าสุดตนได้แจ้งให้ทีมงาน ส.ส.ประสานไปยัง นอภ. และนายก อบต.ถ้ำลอด เข้าไปช่วยเหลือราษฎรที่ประสบเหตุอุทกภัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทาง นอภ.ปางมะผ้า อบต.ถ้ำลอด และกำนัน ต.ถ้ำลอด ได้นำรถแบคโฮ เข้าถมคอสะพาน บ้านเมืองแพม ต.ถ้ำลอด จนสามารถใช้การได้เป็นปกติแล้ว
สำหรับความเสียหายในพื้นที่ อ.ปางมะผ้า เบื้องต้นทาง อบต.ถ้ำลอด เปิดเผยว่า เหมืองฝายเสียหาย จำนวน 35 แห่ง พื้นที่นา 35 ไร่ พื้นที่การเกษตร 45 ไร่ ระบบประปาภูเขา ท่อน้ำส่งน้ำเสียหาย 500 เมตร ลำเหมืองส่งน้ำเข้าพื้นที่การเกษตรเสียหาย 500 เมตร ส่วนถ้ำน้ำลอด ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยว จากน้ำท่วมมิดปากถ้ำ ซึ่งสูงกว่า 30 เมตร น้ำได้ลดปริมาณลงสู่ภาวะปกติ แต่แพน้ำเที่ยวจำนวนกว่า 100 แพ ถูกน้ำพัดเสียหายทั้งหมด และได้มีการปิดแหล่งท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 17–19 สิงหาคม 2562 นี้ เพื่อทำการเคลียร์พื้นที่แหล่งท่องเที่ยวทั้งหมด เพื่อให้สามารถรองรับการท่องเที่ยวได้


นายสังคม คัดเชียงแสน นอภ.ปาย เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมใน อ.ปาย พบว่า ได้มีน้ำท่วม 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อเวลา 19.00 น.ของวันที่ 16 ส.ค. และล่าสุดวันที่ 17 ส.ค.นี้ เมื่อเวลา 14.30 น. ระดับน้ำในแม่น้ำปาย ได้เพิ่มสูงขึ้นอีกเป็นคำรบสอง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้างในพื้นที่หลายตำบล ของ อ.ปาย โดยเฉพาะพื้นที่ ต.แม่ฮี้ ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากพื้นที่การเกษตร อยู่ติดริมฝั่งแม่น้ำปาย ที่มีเกสเฮ้าท์ที่รองรับการท่องเที่ยว และพื้นที่บริเวณโซนวัดป่าขาม ต.เวียงใต้ ซึ่งอยู่ตรงข้ามฝั่งแม่น้ำปาย ได้รับผลกระทบหนัก เนื่องจากผู้ประกอบกิจการการท่องเที่ยว ขนสิ่งของหนีน้ำไม่ทัน และถูกน้ำท่วมเสียหายหนัก อาทิ เครื่องนอน เครื่องประดับในห้องพัก สวนดอกไม้ราคาแพง ถูกน้ำท่วมและมีโคลนหินทรายทับถมเต็มไปหมด โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบ กำลังรอให้น้ำลด เพื่อที่จะสำรวจความเสียหายทั้งหมด
นอกจากนั้น ที่บ้านเหมือนแร่ ต.เมืองแปง มีเหตุกรณีมีผู้เสียชีวิต ตั้งแต่วันที่ 16 ส.ค. ว่านายสุรพล มานิสา อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51/2 หมู่ 7 ต.ห้วยผา อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ได้หายออกไปจากบ้านเมื่อบ่ายวันที่ 15 ส.ค. ต่อมาได้พบว่า นายสุรพล ได้เสียชีวิตในกระท่อม ติดแม่น้ำปาย บ้านเหมือนแร่ อ.ปาย ช่วงเช้าก่อนน้ำท่วม ต่อมาวันที่ 17 ส.ค. ทางเจ้าหน้าตำรวจ สภ.ปาย แพทย์ รพ.ปาย และหน่วยกู้ภัยของอาสากู้ภัยปายสามัคคี ได้เดินทางไปชันสูตรพลิกศพ แต่เมื่อไปถึง ขณะที่เจ้าหน้าที่จะเดินทางข้ามแม่น้ำปาย ที่อยู่คนละฟากฝั่งแม่น้ำปาย ได้เกิดน้ำปายไหลบ่าทะลักมาเป็นรอบที่สอง ทำให้น้ำได้พัดพาศพลอยไปกับสายน้ำ ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่กำลังเร่งค้นหาศพดังกล่าว อย่างเต็มความสามารถ

ร่วมแสดงความคิดเห็น