หากกล่าวถึงการสร้างสะพานที่มุงด้วยหลังคา หรือ “ขัวมุง” ในภาษาล้านนา จะว่าไปแล้วการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำในอดีตของชาวล้านนานั้น ส่วนใหญ่จะนิยมสร้างด้วยไม้ เพราะไม้หาได้ง่าย
ในหนังสือสะป๊ะเรื่องตะวา ของ พ.ต.ท.อนุ เนินหาด กล่าวถึง การสร้าง “ขัวกุลา” ซึ่งเป็นสะพานไม้ข้ามแม่น้ำปิงที่เก่าแก่แห่งหนึ่งของเมืองเชียงใหม่
สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2421 โดยนายชีค (Cheek) มิชชั่นนารีชาวอเมริกัน สร้างด้วยไม้สักขนาดใหญ่ข้ามระหว่างแม่น้ำปิงฝั่งตะวันออกบริเวณหลังวัดเกตุการามมาฝั่งตะวันตก บริเวณถนนช้างม่อยตัดกับถนนวิชยานนท์เหนือตลาดต้นลำใย
ในฤดูน้ำหลากจะมีท่อนซุงขนาดใหญ่จำนวนหลายร้อยท่อนลอยมาตามแม่น้ำปิงไหลปะทะเสาสะพานจนพัง กระทั่งปี พ.ศ.2483 ได้มีการรื้อสะพานแห่งนี้เนื่องจากไม้พุพัง เมื่อรื้อสะพาน “ขัวเก่า” แล้ว ทำให้ชาวบ้านสองฝั่งแม่น้ำปิงมีความยากลำบากในการเดินทางข้ามเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในฤดูแล้งไม่สามารถใช้เรือข้ามได้ ทางราชการจึงได้สร้างสะพานชั่วคราวทำด้วยไม้ไผ่ขึ้น ชาวบ้านเรียกว่า “ขัวแตะ” ซึ่งสันสันษฐานว่านำไม้ไผ่มาสานเข้าด้วยกันเป็นแตะนอกจากนั้นในหนังสือ ลานนาไทยในอดีต ของบุญเสริม สาตราภัย ซึ่งเก็บรวบรวมภาพถ่ายสมัยเก่าของเมืองเชียงใหม่และสถานที่ต่าง ๆนั้น ปรากฏมีอยู่ภาพหนึ่งซึ่งถ่ายสะพานที่สร้างด้วยไม้มุงหลังคา อาจเรียกได้ว่าเป็นต้นแบบของการสร้างมุงขัวในเวลาต่อมา ภาพดังกล่าวถ่ายในจังหวัดแม่ฮ่องสอนและไม่ได้บอกว่าถ่ายในปี พ.ศ.ใด ซึ่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอนนั้นจะนิยมสร้างศาลาพักร้อนคล่อมสะพานไม้เพื่อให้คนที่เดินทางผ่านไปมาใช้เป็นที่พักผ่อน หลบแดดฝน ศาลาหลังนี้สร้างด้วยไม้สักล้วนทำอย่างปราณีตบรรจง แกะสลักลวดลายสวยงาม เป็นศิลปะของชาวไทยใหญ่
อย่างไรก็ตามจากการค้นคว้าทำให้พอจะทราบว่า การสร้าง “ขัวมุง” นั้น อาจได้รับอิทธิพลจากสะพานไม้ในแม่ฮ่องสอน ที่มุงหลังคาเพื่อให้คนได้ใช้เป็นที่พักผ่อนก็เป็นได้
บทความโดย
จักรพงษ์ คำบุญเรือง

ร่วมแสดงความคิดเห็น