“ไม่อนุญาตให้ปล่อยโคม” 5 อำเภอเขตปลอดภัยการบิน ย้ำอีก 20 อำเภอให้ปฏิบัติตามประกาศจังหวัด เรื่องปล่อยโคมอย่างเคร่งครัด

1154
จังหวัดเชียงใหม่ โดย นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ มีหนังสือที่ ชม 0018.1/37172 ลงวันที่ 9 ก.ย. 62 สั่งการถึงนายอำเภอทุกอำเภอ โดยระบุว่า ตามที่จังหวัดเชียงใหม่ได้ออกประกาศจังหวัดเชียงใหม่ เรื่องมาตรการป้องกันและการรักษาความปลอดภัยและการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนในการจุดและปล่อยโคมลอย โคมไฟโคมควัน (ว่าวฮม) หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ขึ้นไปสู่อากาศ ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2554 ซึ่งนายอำเภอท้องที่สามารถพิจารณาอนุญาตให้จุดและปล่อยโคมลอย โคมไฟ โดมควัน (ว่าวฮม) หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกันขึ้นไปสู่อากาศ ในพื้นที่ 25 อำเภอได้ตามวันและเวลาที่กำหนดไว้ในประกาศดังกล่าว ปัจจุบันพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ 14) พ.ศ. 2562
ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2562 โดยมาตรา 33 วรรคสองบัญญัติว่า ห้ามมิให้บุคคลใดจุดและปล่อย หรือกระทำการใดเพื่อให้บั้งไฟ พลุ ตะไล โคมลอย โคมไฟ โดมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกันขึ้นไปสู่อากาศ ซึ่งเป็นการรบกวนหรือก่อให้เกิดอันตรายต่อการเดินอากาศหรือปฏิบัติการของอากาศยาน ภายในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศตามมาตรา 58 ทั้งนี้ หากมีผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่กิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งการพิจารณาอนุญาตตามประกาศจังหวัดเชียใหม่นั้นมีพื้นที่บางส่วนขัดกับพระราชบัญญัติการเดินอากาศ(ฉบับที่ 14) พ.ศ. 2562 มาตรา 33 วรรคสอง
จังหวัดเชียงใหม่พิจารณาแล้วให้อำเภอดำเนินการ ดังต่อไปนี้ แจ้งให้นายอำเภอท้องที่พิจารณาไม่อนุญาตให้มีการจุดและปล่อยโคมลอย โคมไฟ โคมควัน (ว่าฮม) หรือวัตถุอื่นในที่คล้ายคลึงกัน ขึ้นไปสู่อากาศในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศในพื้นที่ 5 อำเภอ ดังนี้ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ครอบคลุมทุกตำบล จำนวน 16 ตำบล อำเภอหางดง ครอบคลุมทุกตำบล จำนวน 11 ตำบล อำเภอสารภี จำนวน 4 ตำบล ได้แก่ ต.ขัวมุง ดอนแก้ว ท่าวังตาล และ ต.หนองผึ้ง อำเภอแม่ริม จำนวน 3 ตำบล คือ ต.ดอนแก้ว ริมใต้ และ ต.แม่สา และอำเภอสันทราย จำนวน 1 ตำบล คือ ต.หนองหาร
สำหรับการพิจารณานั้นให้นำพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ 14) พ.ศ.2562 มาตรา 33 วรรคสอง และประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง กำหนดเขตบริเวณใกล้เคียงสนามบินเชียงใหม่ เป็นเขตปลอดภัยในการเดินอากาศ พ.ศ.2535 มาประกอบการพิจารณา ซึ่งได้แก่ ท้องที่ อ.แม่ริม สันทราย เมืองเชียงใหม่ หางดง และ อ.สารภี และถ้าหากในพื้นที่ทั้ง 5 อำเภอนี้ ได้มีการออกใบอนุญาตไปแล้ว ให้อำเภอทำหนังสือประสานการตรวจสอบกับการท่าอากาศยานเชียงใหม่ว่า สถานที่ขออนุญาตในพื้นที่นั้น เป็นเขตปลอดภัยทางเดินอากาศหรือไม่ หากเป็นเขตปลอดภัยทางเดินอากาศให้พิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าวทันที แล้วรายงานจังหวัดทราบ พร้อมกันนี้ให้ทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการ เจ้าของสถานที่ที่ได้รับอนุญาต ถึงการถือปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ 14) พ.ศ.2562 ด้วย
หนังสือสั่งการดังกล่าวยังระบุอีกว่า ส่วนอำเภอที่อยู่นอกเขตปลอดภัยทางเดินอากาศ การพิจารณาอนุญาตให้ปฏิบัติตามประกาศจังหวัดเชียงใหม่ เรื่อง มาตรการป้องกันและการรักษาความปลอดภัยและการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนในการจุดและปล่อยโคมลอย โคมไฟ โดมควัน (ว่าวฮม) หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกันขึ้นไปสู่อากาศ ลงวันที่ 7 ต.ค. 2554 ทั้งนี้ ให้นายอำเภอท้องที่ใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาอนุญาต โดยพิจารณาถึงความเหมาะสมของจำนวนโคมและเวลาที่จะทำการจุดและปล่อย ตลอดจนขนาดโคมให้เป็นไปตามมาตรฐาน มผช. 808/2552 และประกาศจังหวัดเชียงใหม่เพื่อสะดวกในการควบคุมและเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และความปลอดภัยต่ออากาศยาน
นอกจากนี้ยังหนังสือสั่งการดังกล่าวยังกำชับให้ตรวจสอบการจำหน่ายโคมลอย โคมไฟ โดมควัน (ว่าวฮม) หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกันให้เป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน โคมลอย มาตรฐานเลขที่ มผช. 808/2552 และจำหน่ายในสถานที่ตามประกาศจังหวัดเชียงใหม่กำหนด และให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดเตรียมมาตรการและความพร้อมในการป้องกันภัยที่อาจเกิดขึ้นในช่วงที่มีการปล่อยโคมในช่วงเทศกาลลอยกระทง

ร่วมแสดงความคิดเห็น