องคมนตรีตรวจเยี่ยมโรงเรียน นักเรียนทุนพระราชทาน ตามโครงการกองทุนการศึกษา ในพื้นที่จังหวัดแพร่

62
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 ที่โรงเรียนบ้านวังเลียง ตำบลทุ่งแล้ง อำเภอลอง จังหวัดแพร่ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแพร่ เขต 2(สพป.แพร่ เขต 2) นายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา องคมนตรีในฐานะกรรมการโครงการกองทุนการศึกษา และคณะได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมโรงเรียนและพบปะนักเรียนทุนพระราชทาน ตามโครงการกองทุนการศึกษา
โดยมีนางกานต์เปรมปรีด์ ชิตานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่พร้อมด้วยส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อาสาสมัครโครงการกองทุนศึกษา ในจังหวัดแพร่ให้การต้อนรับ และบรรยายสรุปผลการดำเนินงานของโครงการกองทุนการศึกษาดังกล่าว โรงเรียนบ้านวังเลียง ให้บริการ 2 หมู่บ้านคือบ้านวังเลียงหมู่ 7 และบ้านทุ่งทองหมู่ 12 มีครูและบุคลากรรวม 21 คน มีนักเรียนรวมทั้งสิ้น 146 คน มีนักเรียนทุนพระราชทาน 2 คน ซึ่งไปศึกษาต่อยังโรงเรียนลองวิทยาแล้ว
จากนั้นเวลา 13.00 น. ที่โรงเรียนสรอยเสรีวิทยา ตำบลสรอย อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 37(สพม 37) นายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา องคมนตรี กรรมการโครงการกองทุนการศึกษาได้พบปะผู้อำนวยการโรงเรียน คณะครู และนักเรียนตามโครงการกองทุนการศึกษาในพื้นที่จังหวัดแพร่อีก 3 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนสรอยเสรีวิทยา , โรงเรียนบ้านแม่แรม ตำบลเตาปูน อำเภอสอง และโรงเรียนบ้านห้วยฮ่อม ตำบลบ้านเวียง อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่
สำหรับโครงการกองทุนศึกษานั้น ได้รับพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระองค์ทรงพระราชทานเงินส่วนพระองค์ เพื่อมาจัดตั้งโครงการกองทุนการศึกษา เพื่อหวังสร้างคนดีคืนแผ่นดิน โดยก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2555 โดยให้ประธานองคมนตรีและคณะองคมนตรีดำเนินการรับสนองพระราชดำริ ตั้งคณะกรรมการประกอบด้วยองคมนตรีเพื่อบริหารงานและให้มีอาสาสมัครที่มีความรู้ ความสามารถเข้ามาช่วย และตั้งสำนักงานขึ้นเพื่อรองรับงานด้านธุรการ นั่นคือจุดเริ่มต้นของโครงการกองทุนการศึกษาพระราชทานแนวพระราชดำริ โดยมุ่งพัฒนาเด็กให้เป็นคนดี มีน้ำใจช่วยเหลือเพื่อน
โดยเริ่มต้นจากครูที่ต้องทุ่มเทการสอน และมีจิตใจรักเด็ก โครงการกองทุนการศึกษาจึงได้เริ่มจากการสร้างความพร้อมพื้นฐานทางกายภาพของโรงเรียน เข้าไปปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเรียน รวมถึงบ้านพักครู ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะถ้าครูยังมีสภาพความเป็นอยู่พื้นฐานไม่ดี คงไม่สามารถไปทุ่มเทการสอนได้เต็มที่ เมื่อโรงเรียนและครูพร้อม ซึ่งพร้อมในที่นี้คือพร้อมพอสมควรกับสภาพแวดล้อมของโรงเรียนนั้น ๆ ไม่ใช่หรูหรา ฟุ่มเฟือย ครูก็ย่อมมีจิตใจที่ทุ่มเทให้แก่เด็ก

ร่วมแสดงความคิดเห็น