รู้หรือไม่ ? เช้าไม่ยอมตื่น กลางคืนไม่ยอมนอน เสี่ยง “ร่างพัง”

463
จากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนเมือง ที่มักติดอยู่กับสิ่งเร้าภายนอก โดยเฉพาะการท่องโลกโซเชียลหรือการดูซีรีส์จนดึกดื่น ส่งผลให้หลายคนร่างพังโดยไม่รู้ตัว ลองสังเกตตัวเองดูว่า ในเวลาเรียนหรือเวลาทำงานมีอาการง่วงซึมบ่อย ๆ ไหม ถ้ามี…นั่นแหละ… สัญญาณอันตรายกำลังดังแล้ว!
“ร่างพัง” อะไรคือต้นเหตุของปัญหา

1. นอนดึกหรือเลยไปถึงเช้า
ปฏิเสธไม่ได้ว่า คนนอนดึกส่วนใหญ่ถ้าไม่ใช่มีอาชีพกลางคืน ก็มักติดดูซีรีส์ ไม่ก็ติดเล่นมือถือ และเพราะการถูกกระตุ้นด้วยแสงสีฟ้าจากหน้าจออิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิดมีส่วนในการกระตุ้นประสาทให้ตื่นตัว ทำให้พอถึงเวลาเข้านอนจริงๆ ก็หลับไม่สนิท ส่งผลให้ร่างค่อยๆ พังไปทีละนิด


2. ตื่นสายเป็นประจำ
ในตอนเช้า… นาฬิกาชีวิตของมนุษย์ต้องการการขับถ่าย หากใครยังนอนไม่ตื่นของเสียนั้นก็จะถูกดูดซึมกลับ การตื่นสายยังทำให้หลายคนงดมื้อเช้าไปโดยปริยายเพราะต้องรีบไปเรียนหรือเข้างาน กระเพาะอาหารที่ว่างเปล่าแต่เต็มไปด้วยกรดก็จะถูกกัดกร่อน โรคกระเพาะจึงถามหา และไม่ช้าระบบการย่อยอาหารและการเผาผลาญก็รวน3. ง่วงกลางวัน…จึงหันมาพึ่งกาเฟอีน
เพราะการนอนดึกทำให้ “โกรทฮอร์โมน” หลั่งออกมาไม่เต็มที่ ส่งผลให้การหลับไม่มีคุณภาพ ร่างกายไม่ได้ซ่อมแซม พอเข้าช่วงกลางวันก็เริ่มอ่อนเพลีย อยากจะหลับ… หลายคนแก้ปัญหาด้วยการอัดกาแฟหนักๆ เพื่อให้ทำงานไหว เตือนไว้ก่อนว่า… หากใครดื่มกาแฟหลังบ่ายสามมักส่งผลให้คุณภาพการนอนลดลง เพราะร่างกายยังขับกาเฟอีนออกไม่หมดในวันนั้นๆ

4. กินกลางคืน
ผลจากการไม่ยอมนอน หลายคนก็ต้องหาอะไรมากินแก้หิว ปกติแล้วหลังสี่ทุ่ม ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนที่มาปรับระบบเผาผลาญ แต่ถ้าคุณไม่นอน ฮอร์โมนก็ไม่หลั่งหรือหลั่งน้อย ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคอ้วน ฮอร์โมนหลายตัวที่จะถูกผลิตออกมาในตอนกลางคืนก็ลดลง ทำให้สมดุลฮอร์โมนเสียไป ในผู้หญิงก็อาจมีปัญหาประจำเดือนไม่ปกติ และทุกเพศทุกวัยก็จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตมากขึ้นมาปรับชีวิตใหม่…ให้ร่างได้ฟื้นตัว

#การนอน ปรับเวลานอนให้เร็วขึ้นไม่เกินเที่ยงคืน จัดบรรยากาศห้องนอนให้การนอนหลับมีคุณภาพขึ้น เช่น มืดสนิท อากาศถ่ายเท ไม่ร้อนหรือหนาวเกินไป วางมือถือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้ห่างไกลที่นอน

#การกิน ดื่มน้ำให้เพียงพอหลังตื่นนอน กินให้ครบ 5 หมู่ และต้องจัดสัดส่วนให้ดี คือกำหนดให้ 2 ส่วนเป็นผักและผลไม้ อีก 2 ส่วนที่เหลือคือโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตอย่างละเท่า ๆ กัน พยายามอย่ากินมื้อเย็นแบบจัดหนัก #การออกกำลังกาย จัดสรรเวลาออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 4-5 วัน วันละ 30 นาทีขึ้นไปเพื่อเรียกเหงื่อและบริหารหัวใจให้ได้สูบฉีดเลือด เพิ่มความแข็งแรงของหลอดเลือด สำหรับผู้สูงวัยอาจจะใช้การเดินเร็วเพื่อให้ระบบต่าง ๆ ของร่างกายได้รับการกระตุ้น

#การหายใจ เพื่อการทำสมาธิและได้รับออกซิเจนมากขึ้น ทุกคนสามารถฝึกหายใจเข้า – ออกช้า ๆ ให้ปอดทำงานได้เต็มที่ เป็นการสร้างสมดุลให้ร่างกายและผ่อนคลายความเครียดไปในตัว

#การบริหารเวลา ใช้เวลากับหน้าจอทุกชนิดให้น้อยลง แบ่งเวลางานและเวลาส่วนตัวให้พอเหมาะ ใช้ชีวิตกลางแจ้งและมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างให้มากขึ้น

ที่มา : healthaddict

ร่วมแสดงความคิดเห็น