นมแมลงสาบ! อาหารแห่งอนาคต ที่มีสารอาหารสูงกว่านมวัวถึง 4 เท่า

0
589
อาหารแห่งอนาคต “ประเภทนม” ที่นักวิจัยจากสถาบันชีววิทยาเซลล์ต้นกำเนิดและเวชศาสตร์ฟื้นฟูในอินเดีย ค้นพบว่า มีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่านมวัว ที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน ถึง 3 เท่า นั่นก็คือ “นมแมลงสาบ”

ปัจจุบันมีบริษัทแห่งหนึ่งในแอฟริกาใต้กำลังทำฟาร์มแมลงสาบและผลิตน้ำนมชื่อว่า “Entomilk” ซึ่งได้มาจากผลึกในลำไส้แมลงสาบพันธุ์ออสเตรเลียแปซิฟิกชื่อ “แมลงสาบเต่าทองแปซิฟิก” หรือชื่อวิทยาศาสตร์ คือ “Diploptera Punctata” ซึ่งผลึกนี้อุดมไปด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็นและโปรตีน เป็นแหล่งอาหารอันสมบูรณ์ของตัวอ่อนในท้องแมลงสาบ ยิ่งไปกว่านั้นรสชาติก็ไม่แตกต่างจากนมวัว ด้วยเหตุนี้นักวิจัยหลาย ๆ ท่าน จึงพากันพูดเป็นเสียเดียวกันว่า “นมแมลงสาบ” นี้จะต้องกลายเป็นอาหารยอดนิยมในอนาคตอย่างแน่นอน
โดยจากการวิจัยนั้น พบว่า “นมแมลงสาบ” นี้มีประโยชน์อย่างมากต่อร่างกายมนุษย์ ทั้งมีปริมาณโปรตีนที่สูง รวมถึงแร่ธาตุ อย่าง เหล็ก สังกะสี และแคลเซียม ก็สูงมากด้วย แต่อย่างไรก็ตาม การรีดนมจากแมลงสาบดูเหมือนจะเป็นเรื่องเป็นไปได้ยาก ทีมวิจัยจึงเลือกที่จะใช้ระบบยีสต์ในการผลิตผลึกโปรตีนนมที่ว่านี้ให้ได้จำนวนมากจากในห้องปฏิบัติการ เพื่อใช้เป็นแหล่งโปรตีนในอนาคต แต่ก็ยังพบปัญหาว่าแมลงสาบ 1 ตัวมีปริมาณนมที่น้อยมาก การจะได้ “นมแมลงสาบ” มาเพียง 100 กรัม จึงต้องใช้แมลงสาบถึง 1,000 ตัวเลยทีเดียว

ซึ่งสาเหตุที่ทำให้นักวิจัย สนใจทำเรื่องของ “นมแมลงสาบ” นั่นก็คือ ต้องการหาทางรับมือกับประชากรโลก ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยหากคำนวนจากปริมาณการเลี้ยงวัวในฟาร์ม ก็จะพบว่า “การเลี้ยงแมลงสาบ” จะให้ปริมาณอาหารที่คุ้มค่ากว่าการเลี้ยงวัวนั่นเอง

ปัจจุบันจึงมีหลาย ๆ ประเทศ สนใจที่จะเพิ่มจำนวนแมลงสาบมากขึ้น เช่น ประเทศจีน ที่มีฟาร์มแมลงสาบอยู่มากมาย และเจ้าของฟาร์มก็ได้รับรายได้มากกว่าปีละ 10 ล้านบาท จากการทำฟาร์มแมลงสาบอีกด้วย หรือจะเป็นประเทศเยอรมัน และบราซิลที่ผลิต “ขนมปังจากแมลงสาบ” เพราะให้สารอาหารกับร่างกายมนุษย์ มากกว่าขนมปังจากแป้ง ข้าว หรือข้าวโพด ทั่ว ๆ ไป

“แมลงสาบ” อาจจะเป็นสิ่งที่น่าขนลุก สำหรับใครหลาย ๆ คนในตอนนี้ แต่บอกเลยว่าในอนาคต ไม่แน่! เพราะขนาด “แมลง” ที่ไม่นิยมทานกันในอดีต ปัจจุบันยังทานกันแบบปกติ เอร็ดอร่อย ได้เลย เพราะฉะนั้น ที่เกริ่นมาตั้งแต่ต้นว่า “นมแมลงสาบ” อาหารแห่งอนาคต อาจจะเป็นไปได้จริงก็ได้ในอนาคต


ที่มา : flagfrog

ร่วมแสดงความคิดเห็น