ทิศทางของ “งานฤดูหนาวลำพูน” งานประจำจังหวัดหรือแค่ “ตลาดนัด”

2329
งานฤดูหนาวประจำจังหวัดลำพูนจัดขึ้นเป็นครั้งแรกระหว่างวันที่ 1 – 7 ธันวาคม พ.ศ.2494 หลังสงครามมหาเอเชียบูรพา (สงครามโลกครั้งที่ 2) ซึ่งก่อนหน้านั้นได้มีการจัดงานฉลองรัฐธรรมนูญขึ้นเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ.2475 ในกรุงเทพก่อน งานฉลองรัฐธรรมนูญในปีแรกมีกำหนด การจัดงาน 3 วัน โดยวันแรกเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับพระราชพิธี ส่วนอีก 2 วันที่เหลือจะเป็นงานเฉลิมฉลองรื่นเริง มีการแสดงมหรสพต่าง ๆ เช่น ละคร โขน งิ้ว และภาพยนตร์ ซึ่งจัดขึ้นที่บริเวณท้องสนามหลวง
ในปีถัดมางานฉลองรัฐธรรมนูญถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ และจัดขึ้นในหลายสถานที่ อาทิ วังสราญรมย์ ท้องสนามหลวง ท่าราชวรดิษฐ์ และเขาดินวนา โดยในปี พ.ศ.2476 รัฐบาลได้จัดให้มีงานเฉลิมฉลองยาวนานถึงกว่าครึ่งเดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 12 ธันวาคม กระทั่งปี พ.ศ.2477 รัฐบาลกำหนดให้มีงานฉลองรัฐธรรมนูญเพียงแค่ 7 วันคือ วันที่ 8 – 14 ธันวาคม ของทุกปีงานฉลองวันรัฐธรรมนูญของจังหวัดลำพูนนั้น แรกเดิมทีเริ่มจากการเดินขบวนแห่รัฐธรรมนูญของหน่วยงานราชการและโรงเรียนต่าง ๆ ในจังหวัดเดินขบวนไปตามถนนอินทยงยศ แล้วเข้ามารวมกันที่เค้าสนามหลวง (บริเวณศาลากลางลำพูน) หลังจากนั้นเจ้าหลวงจักรคำขจรศักดิ์ได้ให้โอวาทแก่ผู้มาร่วมงาน ในงานมีการออกร้านของหน่วยงานราชการ เอกชน รวมถึงการแสดงผลงานของนักเรียนจากโรงเรียนต่าง ๆ และมีการแสดงมหรสพ
งานฤดูหนาวลำพูน จัดขึ้นที่บริเวณศาลากลางจังหวัดก่อนที่จะย้ายไปจัดที่สนามโรงเรียนจักรคำคณาทร กระทั่งปี พ.ศ.2525 ได้ย้ายไปจัดที่บริเวณสนามกีฬากลางจังหวัดลำพูน ใช้ชื่อว่า “งานฤดูหนาวและงานกาชาดจังหวัดลำพูน” ภายในงานยังคงรูปแบบการจัดงาน
เหมือนงานฉลองรัฐธรรมนูญ คือมีการละเล่นมหรสพ ชกมวย การประกวดนางสาวลำพูน รวมทั้งมีการฉายภาพยนตร์ ชิงช้าสวรรค์ การกระโดดหอจากหน่วยงานทหาร นอกจากนั้นมีการออกร้านของหน่วยงานราชการ จากสำนักงานเกษตร สำนักงานประมง ฯลฯ รวมถึงการแสดงผลงานของนักเรียน หรือที่คนรุ่นก่อนเรียกว่า “ห้องศิลป์” พ่อแม่ผู้ปกครองจะพาลูกไปชมการแสดงผลงานนักเรียนจากโรงเรียนต่าง
ปัจจุบันงานฤดูหนาวลำพูน ได้เปลี่ยนชื่อเป็นงาน “เจ้าแม่จามเทวีและงานฤดูหนาวกาชาดจังหวัดลำพูน” กลับไม่ได้รับความสนใจจากคนลำพูน หมดมนต์ขลัง ขาดการมีส่วนร่วมของหน่วยงานในท้องถิ่นเหมือนในอดีต รูปแบบของงานฤดูหนาวลำพูนในระยะหลังจึงเป็นเพียงแค่ “ตลาดนัด” ขายเสื้อผ้าและอาหาร


บทความโดย
จักรพงษ์ คำบุญเรือง

ร่วมแสดงความคิดเห็น