(มีคลิป) หนุ่มวิ่งราวทรัพย์ นทท. แต่กลัวความผิด โยนหลักฐานลงคลอง จนท. รวบตัวส่งดำคดี

0
3

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 14 ก.พ. 63 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายชัยมงคล หรือหนึ่ง แจ้งคง อายุ 41 ปี ที่อยู่ 59/24 ถ.ระแกง ต.หายยา อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ พร้อมด้วยของกลาง รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อซูซูกิ รุ่นสแมส สีแดง-เทา หมายเลขทะเบียน งจก 607 เชียงใหม่ จำนวน 1 คัน, เสื้อกันหนาวแขนยาว กำมะหยี่ สีเทา ยี่ห้อ DOMYOS จำนวน 1 ตัว, กางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน ยี่ห้อ COVE จำนวน 1 ตัว, รองเท้าแตะยี่ห้อแกมโบ แบบคีบ สีน้ำตาล จำนวน 1 คู่, โทรศัพท์มือยี่ห้อแอปเปิ้ล รุ่นไอโฟน เอ็กอาร์ ขนาด 128 GB สีเหลือง ราคา 30,000 บาท จำนวน 1 เครื่อง, ขวดบรรจุปัสสาวะและอุปกรณ์การตรวจปัสสาวะ จำนวน 1 ขวด, ผลตรวจคัดกรองจากแพทย์โรงพยาบาลหางดง จำนวน 1 ชุด และอุปกรณ์การเสพ จำนวน 1 ชุด โดยกล่าวหาว่า มีความผิดฐาน “วิ่งราวทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย”

ทั้งนี้สืบเนื่องมาจาก ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายเป็นชาวต่างชาติรายหนึ่งว่า ได้ถูกคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ ขณะกำลังปั่นจักรยานอยู่บนถนน โดยคนร้ายได้ทำการขับรถจักรยานยนต์ตามมา แล้วคว้าเอามือถือ กับเงินจำนวนหนึ่งที่ใส่ไว้บริเวณตะกร้าหน้ารถจักรยาน แล้วขับรถหลบหนีไป หลังจากทราบเรื่องเบื้องต้นแล้ว จึงได้ทำการสืบสวนติดตามขยายผลจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ โดยได้ทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด

ซึ่งต่อมาใกล้กันกับจุดเกิดเหตุบริเวณสะพานแม่ข่า ถนนระแกง ต.หายยา อ.เมืองเชียงใหม่ พบชายคนหนึ่งลักษณะท่าทางมีพิรุท ได้เดินมาบริเวณดังกล่าว จากนั้นได้นำวัตถุ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นของกลางที่ก่อเหตุมา โยนทิ้งลงไปในลำน้ำบริเวณสะพานดังกล่าว ซึ่งจากการตรวจสอบรูปพรรณของคนร้าย ทราบว่าคือ นายชัยมงคล หรือหนึ่ง แจ้งคง ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการติดตามสืบสวนจนพบตัว และจากการสอบถามทางเจ้าตัวก็ยอมรับว่าได้เป็นผู้ด่อเหตุดังกล่าวจริง จึงได้ทำการควบคุมตีวมายัง สภ.เมืองเชียงใหม่

โดยจากการสอบสวนทางผู้ต้องหาได้รับว่า นำของกลางโทรศัพท์ที่ก่อเหตุได้มาไปโยนทิ้งที่บริเวณลำน้ำคลองแม่ข่า เพื่อทำลายหลักฐาน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ดำเนินการติดตามของกลาง โดยประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยสมาคมกุศลสงเคราะห์เชียงใหม่ มางมจนพบของการเป็นโทรศัพท์มือถือดังกล่าว และนอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจปัสสาวะของผู้ต้องหาพบว่ามีสารเสพติดในร่างกาย ซึ่งผู้ต้องหายอมรับว่าได้เสพยาเสพติด ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางให้ทางพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ร่วมแสดงความคิดเห็น