(มีคลิป) รองอธิบดีกรมชลฯ ลงพื้นที่สำรวจโครงการก่อสร้างเขื่อนใหญ่ แก้ปัญหาภัยแล้ง

นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากยุทธศาสตร์กรมชลประทาน 20 ปี มีอยู่ 5 ประเด็น ในแต่ละประเด็นเกี่ยวข้องกับศาสตร์พระราชา หรือหลักของการทรงงานของในหลวงรัชกาลที่ 9 เช่น ประเด็นที่ 1 ในเรื่องของการพัฒนาแหล่งน้ำ ก็ใช้หลักในเรื่องของการทรงงานในเรื่องขององค์รวม เรื่องของภูมิสังคม ในเรื่องของภูมิศาสตร์ หรือภูมิปัญญา เพราะในการพัฒนาแหล่งน้ำทั้ง 22 ลุ่มน้ำนั้น จะมีความแตกต่างกัน เราวางแบบสำเร็จรูปว่าจะสร้างเขื่อนอย่างเดียวทั้งหมดไม่ได้ ฉะนั้นหลักการทรงงานของในหลวงรัชกาลที่ 9 มีความสำคัญยิ่งที่จะใช้เป็นแนวทางในการทำงานและการพัฒนาแหล่งน้ำของกรมชลประทาน ที่ถือว่าเป็นงานที่สำคัญยิ่ง โดยเฉพาะโครงการพระราชดำริหลายโครงการ ที่เกิดขึ้นเพื่อยังประโยชน์แก่พสกนิกรของพระองค์ท่านในลุ่มน้ำต่าง ๆ

โดยจังหวัดเชียงใหม่ ถือเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีโครงการพระราชดำริ มากถึง 500 โครงการ แล้วเสร็จประมาณ 400 โครงการเศษ ปัจจุบันมีโครงการที่ได้ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและแล้วเสร็จอีก 3 แห่ง ได้แก่ 1. อ่างเก็บน้ำแม่ปอน อำเภอจอมทอง 2. อ่างเก็บน้ำแม่ฮอด อำเภอฮอด และ 3. อ่างเก็บน้ำห้วยแม่ป่าไผ่ อำเภอฮอด สามารถใช้เพื่อการอุปโภค-บริโภค เพื่อการเกษตร และมีบางส่วนที่จะใช้รักษาระบบนิเวศน์ และจะยังใช้ประโยชน์กับบริเวณพื้นที่ ที่อยู่ข้างเคียงได้ด้วย ถือเป็นประโยชน์กับประชาชนในอำเภอจอมทอง และอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่

ล่าสุด นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน นำคณะสื่อมวลชนจากส่วนกลางและท้องถิ่น จังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่ ณ บริเวณจุดสร้างอ่างเก็บน้ำแม่ปอน ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง พร้อมกับให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้ง 3 โครงการ เป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลางในลุ่มน้ำปิง ที่ได้ทำการคัดเลือกแล้วว่า มีความเหมาะสมในด้านวิศวกรรม สังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ ซึ่งกรมชลประทานได้ทำการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น แล้วเสร็จเมื่อ มิถุนายน 2562

ต่อมากรมชลประทานได้ว่าจ้าง กิจการร่วมค้า ดับเบิ้ลยู เอฟ โอ ซึ่งประกอบด้วย บริษัท วิศวชาญ 2002 จำกัด, บริษัท ฟรอนเทียร์ เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแทนท์ส จำกัด และบริษัท องศา คอนซัลแตนท์ จำกัด เพื่อดำเนินการงานสำรวจ ออกแบบ ตามสัญญาเลขที่ จ.57/2562 (สพด.) ลงวันที่ 20 กันยายน 2562 เริ่มปฏิบัติงานวันที่ 15 ตุลาคม 2562 และสิ้นสุดสัญญาวันที่ 8 กันยายน 2563 รวมระยะเวลาดำเนินงาน 330 วัน นับตั้งแต่วันเริ่มปฏิบัติงาน

สำหรับการดำเนินงานแบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอน คือ 1. งานเขื่อนและอาคารประกอบ และ 2. งานประชาสัมพันธ์และการมีส่วนร่วม ซึ่งงานเขื่อนและอาคารประกอบ จากผลการศึกษาเบื้องต้นอ่างเก็บน้ำแม่ปอนพบว่า จะตั้งอยู่ที่หมู่ 15 บ้านแม่ปอน ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง เป็นเขื่อนดินถมแกนดินเหนียวแบบแบ่งโซน เขื่อนสูง 31 เมตร สามารถกักเก็บน้ำได้ 2.03 ล้าน ลบ.ม. อ่างเก็บน้ำแม่ฮอด ตั้งอยู่ในเขตหมู่ 2 บ้านแพะดินแดง ตำบลฮอด อำเภอฮอด เป็นเขื่อนดินถมแกนดินเหนียวแบบแบ่งโซน เขื่อนสูง 44.5 เมตร สามารถกักเก็บน้ำได้ 3.62 ล้าน ลบ.ม. และอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ป่าไผ่ ที่หมู่ 8 ตำบลนาคอเรือ อำเภอฮอด เป็นเขื่อนหินถมแกนดินเหนียว เขื่อนสูง 50.50 เมตร สามารถกักเก็บน้ำได้ 12.24 ล้าน ลบ.ม.

ทั้งนี้ เมื่อผ่านดำเนินการสำรวจ ออกแบบ สู่การก่อสร้างเป็นรูปธรรมแล้ว โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้ง 3 โครงการ จะเป็นแหล่งกักเก็บน้ำสำคัญทางการเกษตร สามารถส่งนำให้กับพื้นที่เพาะปลูกด้านท้ายอ่างเก็บน้ำได้ในทุกฤดูกาล เป็นแหล่งน้ำสำหรับอุปโภค-บริโภคของประชาชน สามารถพัฒนาเป็นแหล่งแพร่พันธ์ุ และเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดได้ ทั้งช่วยบรรเทาอุทกภัยจากน้ำป่าไหลหลาก และที่สำคัญยังช่วยสร้างรายได้จากการเกษตรและอาชีพเสริม ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่โครงการ และพื้นที่บริเวณใกล้เคียงต่อไป

“ส่วนข้อกังวลเกี่ยวกับเรื่องค่าชดเชยผลกระทบ จากการสร้างอ่างเก็บน้ำแม่ปอน ไม่ว่าจะเป็นค่าที่ดิน ทั้งส่วนควบอันเป็นทรัพย์สิน ไม้ผลต่าง ๆ ในที่ดินที่ชาวบ้านทำกินอยู่ เมื่อสำรวจออกแบบแล้วเสร็จ ก็จะทราบว่าแต่ละรายจะได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใด ทางกรมชลประทานก็มีคณะกรรมการชุดหนึ่ง มาดูแลเรื่องนี้เป็นการเฉพาะ และขอยืนยันกับราษฎรทุกคนที่ได้รับผลกระทบ จะได้รับความเป็นธรรมมากที่สุด โดยเฉพาะค่าชดเชยต่าง ๆ ขอให้พี่น้องประชาชนเบาใจได้ ซึ่งหากยังไม่พอใจก็ยังสามารถอุทธรณ์ราคาได้อีก แต่ส่วนใหญ่เรื่องค่าชดเชยที่ผ่านคณะกรรมการชุดที่ว่านี้ ยังไม่เคยมีใครอุทธรณ์เลย เพราะราคาที่ได้รับนั้น เป็นที่พอใจของพี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่ ที่มีการดำเนินการชดเชยผลกระทบจากการก่อสร้าง” นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าว

ร่วมแสดงความคิดเห็น