พปชร. หารือ คณะทำงาน รับมืออภิปรายไม่ไว้วางใจ ตั้งทีมสนับสนุนข้อมูล 30 คน พร้อมเปิดสายด่วน 1350 รับเรื่องร้องทุกข์จากประชาขน

พรรคพลังประชารัฐได้มีการประชุมหารือร่วมกันของคณะทำงานวอร์รูมนอกสภา โดยเริ่มขึ้นในเวลา 10.00 น. เป็นการเตรียมข้อมูลให้กับ ส.ส.พลังประชารัฐ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี 5 คน ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 24-26 ก.พ.นี้ ในหัวข้อ “ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล”

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ได้เชิญบุคคลที่มีความชำนาญหลายคน มาร่วมประชุมหารือเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เพื่อร่วมกันสนับสนุนให้การอภิปรายเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ทั้งในการตอบโต้และข้อมูลรวมถึงอภิปรายให้เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน

โดยคณะทำงานฯ มีนายจำลอง ครุฑขุนทด เป็นประธาน มีนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ เป็นรองประธาน น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคฯ และบุคคลอื่น ๆ เป็น ผู้สนับสนุนรวม 30 คน

นายจำลอง ครุฑขุนทด ประธานคณะทำงานผู้สนับสนุนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ มองว่า พรรคฝ่ายค้านโจมตีและเล่นงานพรรคพลังประชารัฐเพียงอย่างเดียว จึงอยากเข้ามาช่วยพรรคพลังประชารัฐ เพื่อให้การอภิปรายเป็นไปอย่างสร้างสรรค์และอยากให้การอภิปรายมีเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน

นายจำลอง ยังบอกอีกว่า การอภิปรายครั้งนี้เป็นญัตติตามฤดูกาล ที่กฎหมายอนุญาตให้เปิดประชุมอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมื่อได้วิเคราะห์ข้อมูลดูเหมือนจะรุนแรงแต่เนื้อหาดูเหมือนน้ำท่วมทุ่งมากกว่า เนื่องจากไม่ได้กล่าวถึงการทำงานในปัจจุบันแต่กล่าวถึงการปฏิวัติรัฐประหารมาก่อนหน้านี้

“เราจะเก็งข้อสอบล่วงหน้าให้กับรัฐมนตรีเพื่อให้เกิดข้อมูลที่ดีที่สุดส่วนในสภาก็ประสานงานการเพื่อการประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและยินดีที่จะประสานกับฝ่ายค้านรวมถึงประธานสภาเพื่อให้การอภิปรายครั้งนี้เป็นประโยชน์แก่ประชาชน”

นายจำลอง ยังบอกอีกว่าทีมผู้สนับสนุนจะทำการบ้านและมอนิเตอร์การประชุมตลอดเวลา โดยทีมงานจะเข้าเวรสลับสับเปลี่ยนมาดูการอภิปราย ตั้งแต่เริ่มอภิปรายกระทั่งสิ้นสุดการอภิปราย เพื่อสนับสนุนข้อมูลให้ตลอดเวลา

เลขาธิการพรรคฯ ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า ข้อกล่าวหาต่าง ๆ อย่างเป็นข้อกล่าวหาที่เน้นทางการเมืองเป็นหลักแต่ไม่ได้เน้นข้อเท็จจริงทั้งหมดซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นความตั้งใจที่จะให้พลังประชารัฐเป็นเป้าหมายทางการเมืองจึงเป็นเหตุให้ผู้ป่วยทางการเมืองในเข้ามารวมตัวกันเพื่อช่วยทำงานการเมืองของภาคและเป็นจุดเริ่มต้นสัมพันธ์ที่ไม่ใช่การปริวาสอภิปรายแต่เป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับบัตรประชารัฐที่จะเดินหน้าทำงานแก้ไขปัญหาประเทศไทยได้

จากนั้น ได้มีการเปิดศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์พรรคพลังประชารัฐ โดยมีนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ เพื่อให้ประชาชนทุกคนที่เดือนร้อนสนมารถส่งข้อมูลที่จะให้ทางพรรคพลังประชารัฐช่วยเหลือต่อไป และเปิดสายด่วน 1350 พลังประชารัฐช่วยได้ ซึ่งจะได้ประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนต่อไป

ร่วมแสดงความคิดเห็น