(มีคลิป) คณะอนุกรรมการศึกษา เสนอแนะแนวทางป้องกัน และลดอุบัติเหตุทางถนน วุฒิสภาลงพื้นที่ จ.น่าน ตรวจเยี่ยมการดำเนินงาน ศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนน

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2563 เวลา 10.00 น.โรงแรมน่านกรีนเลควิวรีสอร์ท จ.น่าน คณะอนุกรรมการศึกษาเสนอแนะแนวทางป้องกัน และลดอุบัติเหตุทางถนน วุฒิสภา นำโดย นพ.ทวีวงษ์ จุลกมนตรี. สมาชิกวุฒิสภา​ และประธาน​คณะอนุกรรมการศึกษาเสนอแนะแนวทางป้องกัน และลดอุบัติเหตุทางถนน วุฒิสภา , พล.ต.ท. อนันต์ ศรีหิรัญ , พล.อ.ต ณฤทธิ์ สุดใจธรรม , นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร , นพ.สัญชัย ชาสมบัติ รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ , รศ.ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม, ดร. ศรินทร สนธิศิริกฤตย์ , นายคณวัฒน์ วงศ์แก้ว , น.ส.รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผอ. สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส. นางก่องกาญจน์ ทักษ์หิรัญฤทธิ์ ผช.ผอ.สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส.พร้อมคณะ

ลงพื้นที่ จ.น่าน โดยมี นายสัมฤทธิ์ สวามิภักดิ์ รองผู้ว่าราชการ จ.น่าน/หน.ปภ.น่าน พร้อมคณะให้การต้อนรับ นายจรัสพันธ์ อรุณคง หน.สนง.ปภ.น่าน กล่าวรายงาน ผลการดำเนินการของศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนน อ.เมืองน่าน , นายวิศิษฐ์ ทวีสิงห์ นอภ.เมืองน่าน รายงานผลการดำเนินงานศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนน , พ.ต.อ.ธนกร คุ้มวงศ์ รอง ผบก.ภ.จ.น่าน, นายเอกชาติ อินทรพัฒน์ นายก อบต.ไชยสถาน รายงานผลการดำเนินงานศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนน และลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงาน ที่สนามสำนึกความปลอดภัยวินัยจราจร ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ต.ไชยสถาน อ.เมืองน่าน  และนายธีรพล วรรณวิภูษิต นายก อบต.สะเนียน รายงานผลการดำเนินงานศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนน

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือโรคโควิด-19 ซึ่งแพร่ระบาดไปทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย จนกระทั่งมีประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 เป็นโรคติดต่ออันตรายและจัดตั้งศูนย์บริการสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เมื่อ 12 มีนาคม 2563 และประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วราชอาณาจักร เมื่อ 26 มีนาคม 2563 รวมทั้งจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) เพื่อรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด–19 โดยมีการบูรณาการการปฏิบัติของพลเรือน ตำรวจและทหาร เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั่วราชอาณาจักร

โดยมีมาตรการสำคัญป้องกันการแพร่เชื้อและการติดเชื้อ คือ การห้ามออกนอกเคหสถานและห้ามรวมกลุ่มชุมนุมมั่วสุม การคัดกรองและนำเข้าพักในพื้นที่กักกันโรคแห่งรัฐ (STATE QUARANTINE) หรือพื้นที่กักกันโรคในระดับพื้นที่ (LOCAL QUARANTINE) จนทำให้การควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทยประสบผลสำเร็จและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคได้ในเกณฑ์เป็นที่น่าพอใจ จนสามารถผ่อนคลายกิจการและกิจกรรมในระยะที่ 5 ซึ่งกิจกรรมสำคัญอื่นๆ ที่ช่วยให้การควบคุมการระบาดของโรคในประเทศได้ผลดี คือ การควบคุมการจำหน่ายสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การรณรงค์ให้ประชาชนใช้ชีวิตบนหลักเศรษฐกิจพอเพียง และการทำกิจกรรมที่บ้าน เช่น การทำงานที่บ้าน การชื้อของจากบ้าน การประชุมทางไกล การเรียนแบบรักษาระยะห่าง เป็นต้น

นพ.ทวีวงษ์ จุลกมนตรี สมาชิกวุฒิสภา​ และประธานฯ กล่าวว่า การดำเนินงานในการเฝ้าระวังและป้องกันการระบาดของโรค โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน มีพื้นฐานจากการปฏิบัติการของศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน จากจังหวัดสู่อำเภอและลงสู่ตำบล หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น กิจกรรมของ อสม. รพสต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชนในรูปแบบของด่านครอบครัว ด่านชุมชน การรณรงค์ให้ประชาชนไม่ออกนอกบ้านโดยไม่จำเป็น การรณรงค์การสวมหมวกนิรภัยขณะขับขี่ การไม่ดื่มและขับ ขับรถเร็วกว่ากฎหมายกำหนด การมีใบอนุญาตขับขี่ รวมทั้งมาตรการการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค เช่น ประชาสัมพันธ์การใส่หน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่าง การไม่ไปในสถานที่มีการแออัด การล้างมือ กินอาหารถูกสุขลักษณะ

รวมทั้งการใช้พลังของ อสม. รพสต. ผู้นำชุมชนออกตรวจและเยี่ยมตามบ้าน การให้ความรู้กับประชาชนและติดตามอย่างใกล้ชิดผู้ที่ถูกกักกัน 14 วัน การบูรณาการกิจกรรมของชุมชน ทั้งในด้านความปลอดภัยทางถนน รวมทั้งสุขภาวะด้านป้องกันการระบาดของโรคเป็นหนึ่งเดียวในโลก จนเป็นที่ยอมรับเป็นที่กล่าวขวัญและชื่นชมกิจกรรมของ อสม. ไปทั่วโลกจากวิกฤต การควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด–19 ทำให้เกิดเป็นโอกาสของการลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งสถิติของการบาดเจ็บและการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนในช่วงวิกฤตโควิดก็ลดลงจากสภาวะปกติเฉลี่ยวันละประมาณร้อยละ 30 และคาดหวังว่าจะกลายเป็นวิถีชีวิตในรูปแบบของความปกติใหม่หรือ NEW NORMAL คณะอนุกรรมการฯ

จึงได้ลงพื้นเพื่อตรวจเยี่ยม การดำเนินงาน ศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนน ที่ จ.น่าน ซึ่งเป็น 1 ใน 10 ของจังหวัดที่จะใช้เป็นต้นแบบที่จะใช้เป็นข้อมูล ในการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายผ่านวุฒิสภาไปยังรัฐบาล เพื่อความปลอดภัยทางถนนและบรรลุเป้าหมายในการลดการเสียชีวิต จากอุบัติเหตุทางถนนให้ได้ถึง ร้อยละ 50 ตามยุทธศาสตร์ชาติ ภายในปี 2565

ร่วมแสดงความคิดเห็น


Do NOT follow this link or you will be banned from the site!