ทูตสหรัฐฯ ชื่นชมความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายหลังเยือนสามเหลี่ยมทองคำ

จากกลางอากาศ ผมเห็นแม่น้ำโขงอันยิ่งใหญ่ไหลคดเคี้ยวผ่านป่าทึบ สีน้ำตาลอ่อนของสายน้ำตัดกับแมกไม้เขียวขจีที่ปกคลุมแนวเขาซึ่งทอดยาวเกือบถึงริมน้ำ แม้จะบินอยู่บนเฮลิคอปเตอร์ห่างจากพื้นดินขึ้นไปหลายร้อยฟุต แต่ผมก็ยังอดรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับแม่น้ำโขงไม่ได้ โชคดีที่ได้มาเห็นภาพแบบนี้ในช่วงฝนชุกที่สุด แม้ระดับน้ำจะยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงนี้ของปี แต่ก็ได้ฟื้นตัวจากสถานการณ์ในเดือนก่อน ๆ ที่แม่น้ำสายนี้เปลี่ยนไปจากเดิมมากจนแทบจะจำไม่ได้ เพราะภัยแล้งที่เกิดจากการควบคุมบรรดาเขื่อนต้นน้ำ สัปดาห์นี้ ผมได้รับเกียรติให้เดินทางไปยังสามเหลี่ยมทองคำร่วมกับพลตำรวจโท ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตลอดจนหุ้นส่วนใกล้ชิดของเราจากหน่วยงานรัฐบาลไทย เพื่อเยี่ยมชมฐานปฏิบัติการดอยช้างมูบและจุดชมวิวต่าง ๆ ซึ่งทำให้ผมเห็นเมียนมาและลาวจากอีกฟากของแม่น้ำได้

น่าเสียดายที่ความสวยงามของภูมิภาคนี้มักถูกบดบังด้วยข่าวและรายงานเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ สัตว์ป่า และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยาเสพติด แต่สิ่งที่คนได้ยินน้อยกว่าข่าวสารเหล่านั้นคือความร่วมมือที่ดีเยี่ยมระหว่างหน่วยงานด้านการบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐฯ และไทย รวมทั้งความคืบหน้าในการคุ้มครองพลเมืองของเราทั้งสองประเทศ แม้จะมีความท้าทายดังกล่าว แต่สหรัฐฯ และไทยก็ได้ร่วมกันต่อต้านองค์กรอาชญากรรมผ่านการสืบสวนสอบสวนและปฏิบัติการด้านการบังคับใช้กฎหมาย ช่วงไม่กี่ปีมานี้ ไทยได้ตรวจยึดเมทแอมเฟตามีนมากกว่าประเทศใดในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยปริมาณที่ยึดได้ในปี 2561 และ 2562 คือ 116 ตัน นอกจากนี้ สำนักงานป้องกันยาเสพติดและปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ยังรายงานว่า ปริมาณเมทแอมเฟตามีนชนิดเม็ด (ยาบ้า) ที่ไทยยึดได้ยังสูงขึ้นเป็น 3 เท่าในช่วงเวลา 5 ปี นั่นคือ จาก 113 ล้านเม็ดในปี 2557 เป็น 381 ล้านเม็ดในปี 2562 ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น การยึดยาไอซ์ของไทยก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก จาก 1,017 กิโลกรัมในปี 2557 เป็น 17,077 กิโลกรัมในปี 2562 ผมภูมิใจที่สหรัฐฯ ได้ช่วยให้พันธมิตรชาวไทยของเราบรรลุหลักชัยเหล่านี้ แต่หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกลนัก

รายงาน Synthetic Drugs in East and Southeast Asia (ยาเสพติดสังเคราะห์ในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) เดือนพฤษภาคม 2563 ของ UNODC ระบุว่าเมทแอมเฟตามีนยังคงเป็นยาเสพติดหลักที่น่ากังวลในประเทศไทย หน่วยงานด้านการบังคับใช้กฎหมายได้ตรวจยึดยาบ้าและยาไอซ์มากเป็นประวัติการณ์ตามแนวแม่น้ำโขงในช่วงปีหลัง ๆ มานี้ และมีตัวเลขประมาณการว่า ตลาดยาเสพติดประเภทดังกล่าวในภูมิภาคนี้มีมูลค่า 61,000 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี ซึ่งเกือบเทียบเท่ากับผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของเมียนมา อย่างไรก็ตาม การตรวจยึดที่เพิ่มขึ้นไม่ได้เป็นเพียงสัญญาณว่าปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ตำรวจมีประสิทธิผลมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังหมายความว่ามีการผลิตยาเสพติดปริมาณสูงขึ้นด้วย โดยจะเห็นได้จากมูลค่าของยาเสพติด เมทแอมเฟตามีนในไทยมีราคาตลาดลดลงถึง 2 ใน 3 จากปี 2553 ถึง 2563 แม้ว่าจะมีการตรวจยึดที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ในขณะที่ความบริสุทธิ์ของยายังคงสูงเท่าเดิม และสูงขึ้นด้วยซ้ำในบางกรณี ยาเสพติดสังเคราะห์ (ที่มนุษย์ผลิตขึ้น) เช่นเมทแอมเฟตามีนมีราคาถูกกว่าและใช้กำลังคนผลิตน้อยกว่าการดูแลและเก็บเกี่ยวพืชมาผลิตยา จึงเป็นการเพิ่มทั้งศักยภาพการผลิตและผลกำไรให้สูงขึ้น อีกทั้งยังดึงดูดความสนใจขององค์กรลักลอบค้ายาเสพติดมากขึ้นด้วย

ไม่ใช่เพียงแค่ยาเสพติดเท่านั้นที่เป็นปัญหา แต่สารเคมีตั้งต้นที่นำมาผลิตยาก็เป็นปัญหาด้วยเช่นกัน พูดง่าย ๆ ก็คือ ถ้าไม่มีสารเคมีตั้งต้นก็ไม่มียาบ้า ทางการไทยยึดโซเดียมไซยาไนด์ ซึ่งเป็นสารเคมีตั้งต้นสำคัญในการผลิตเมทแอมเฟตามีน 5,550 กิโลกรัมในปี 2557 และจนถึงปี 2562 จำนวนดังกล่าวได้เพิ่มเป็น 99,750 กิโลกรัม สถานการณ์นี้เป็นเพียงเศษเสี้ยวของปัญหาที่ใหญ่กว่านั้นมาก เรารู้ว่าสารเคมีตั้งต้นอื่น ๆ มากมายได้หลุดรอดการตรวจค้นไป โดยผ่านเข้ามาจากนอกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาชญากรข้ามชาติแสวงประโยชน์จากพื้นที่แนวชายแดนของเมียนมาและลาวที่ติดกับสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อลักลอบขนส่งสารเคมีเพื่อการผลิตยาเสพติด โดยสารเคมีเหล่านั้นส่วนใหญ่แล้วมีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน

เมื่อมองข้ามฝั่งแม่น้ำโขงไปยังคิงส์ โรมันส์ กาสิโน ในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำของลาว ผมเห็นอิทธิพลของข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางของจีนได้อย่างเด่นชัดจากการก่อสร้างใหม่ที่เกิดขึ้นแม้จะมีผลกระทบจากโรคโควิด-19 กระทรวงการคลังสหรัฐฯ มีคำสั่งคว่ำบาตรคิงส์ โรมันส์ กาสิโน เนื่องจากกาสิโนดังกล่าวดำเนินการฟอกเงินและและลักลอบค้ายาเสพติด ตลอดจนก่ออาชญากรรมร้ายแรงอื่น ๆ ทั้งนี้บ่อนการพนันมักมีส่วนพัวพันกับสถาบันการธนาคารระดับชาติ ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ไม่ประสงค์ดีใช้เป็นเครื่องมือแทรกซึมระบบการธนาคารของชาติ ทั้งในฮ่องกงและประเทศอื่น ๆ ได้ กิจการผิดกฎหมาย เช่น การฟอกเงินและการลักลอบค้ายาเสพติด สั่นคลอนความมั่นคงชายแดน เพิ่มภาระให้ระบบบริการสาธารณสุข บั่นทอนธุรกิจที่ถูกกฎหมาย อีกทั้งยังเพิ่มโอกาสในการทุจริตเนื่องจากหลักนิติธรรมเสื่อมโทรมอีกด้วย และแน่นอนว่าสถานการณ์อันเลวร้ายนี้ยังส่งผลต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยเช่นกัน เฉพาะในปี 2562 คนไทยกว่า 210,000 คนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเนื่องจากติดยาเสพติด

ความร่วมมืออันใกล้ชิดด้านการบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศเป็นวิธีที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติได้อย่างบังเกิดผล และรัฐบาลสหรัฐฯ ก็ยึดมั่นที่จะดำเนินการด้านดังกล่าวในระยะยาว ประเทศเรามีคำกล่าวว่า “อย่าทำแต่ปาก” ซึ่งหมายถึงการพูดอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาได้ แต่จะต้องลงมือทำด้วย สหรัฐฯ เองได้ลงแรงดำเนินการต่าง ๆ เสมอมา ดังเช่นการที่เราจัดตั้งหน่วยงานด้านการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดในกรุงเทพมหานครมาตั้งแต่ปี 2506 และในเชียงใหม่ตั้งแต่ปี 2514 นอกจากนี้ สำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐฯ (DEA) ยังได้ส่งเสริมและทำงานร่วมกับองค์กรด้านการบังคับใช้กฎหมายปราบปรามยาเสพติดของไทยตั้งแต่ปี 2541 ผ่านหน่วยสืบสวนพิเศษ (SIU) ซึ่งเป็นโครงการเรือธงนอกมาตุภูมิของ DEA ที่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลสหรัฐฯ มุ่งมั่นดำเนินการร่วมกับไทยมากเพียงใดมาโดยตลอด ไทยเป็น 1 ในเพียง 15 ประเทศทั่วโลก และประเทศเดียวในเอเชียที่มีการจัดตั้ง SIU เจ้าหน้าที่และนักวิเคราะห์ข่าวกรองของ DEA ปฏิบัติหน้าที่ประจำหน่วยดังกล่าวเพื่อเป็นที่ปรึกษาด้านการสืบสวนสอบสวน จัดหาเงินทุนสนับสนุนการปฏิบัติการ แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง และให้ความช่วยเหลือด้านวิชาการกับเจ้าหน้าที่ไทย ความสำเร็จของ SIU เป็นผลจากการร่วมมือเคียงบ่าเคียงไหล่ระหว่างเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายชาวอเมริกันและไทยในการพัฒนาและแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง เพื่อจับกุม ขัดขวาง และทำลายองค์กรลักลอบค้ายาเสพติดรายใหญ่ระหว่างประเทศ

ตัวอย่างความมุ่งมั่นในด้านดังกล่าวของสหรัฐฯ คือ พิธีเปิดอาคารฝึกอบรมยุทธวิธีตำรวจในร่ม หนองสาหร่าย เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อาคารมูลค่าหลายล้านเหรียญสหรัฐหลังนี้รองรับการฝึกในทุกสภาพอากาศ โดยได้รับทุนก่อสร้างจากทั้งกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เพื่อใช้เป็นอาคารฝึกอบรมตำรวจสำหรับองค์กรด้านการบังคับใช้กฎหมายทั่วอาเซียน ฤดูใบไม้ร่วงนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ จะช่วยเหลือไทยในการเปิดอาคารฝึกอบรมแห่งที่สองภายในพื้นที่ของกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ นอกเหนือจากการสนับสนุนผ่านโครงการด้านการฝึกอบรมและการจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์เพื่อการต่อต้านยาเสพติด ในขณะเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐฯ ได้บริจาคอุปกรณ์มูลค่ากว่า 600,000 เหรียญสหรัฐ ซึ่งรวมไปถึงจักรยานยนต์ รถบรรทุก กล้อง และเครื่องมือที่ใช้ในการสืบสวนสอบสวน ให้แก่หน่วยงานด้านการบังคับใช้กฎหมายของไทย โดยผ่านกองทุนของสหรัฐฯ สำหรับแม่น้ำโขง และในเวลาไม่นานหลังจากนี้ เราจะบริจาคอุปกรณ์การเฝ้าระวัง ชุดสำหรับการดำเนินยุทธวิธี รถบรรทุก เรือ และรถพ่วงเพิ่มเติม เพื่อส่งเสริมสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและการลักลอบค้ายาเสพติด ทำให้มูลค่าการบริจาครวมอยู่ที่ 1.1 ล้านเหรียญสหรัฐ แม้ตัวเลขเหล่านี้จะน่าประทับใจ แต่ก็ไม่สำคัญเท่าผลลัพธ์ที่มีต่อชีวิตของประชาชน เงินทุกสตางค์ที่ใช้ ยาบ้าทุกเม็ดที่ยึดได้ ล้วนช่วยให้ชุมชนปลอดภัยขึ้น

สหรัฐอเมริกาและไทยมีความผูกพันกันไม่เพียงแต่ในฐานะพันธมิตรตามสนธิสัญญาเท่านั้น แต่เรายังเป็นเพื่อนของกันและกันอีกด้วย การเยือนสามเหลี่ยมทองคำในครั้งนี้ทำให้ภูมิทัศน์อันกว้างใหญ่ของพื้นที่ชายแดนแถบแม่น้ำโขงตรึงตราในใจของผม เช่นเดียวกับความท้าทายที่หน่วยงานด้านการบังคับใช้กฎหมายในไทยต้องเผชิญขณะต่อต้านการค้ายาเสพติดในภูมิภาค ผมขอกล่าวกับเพื่อนชาวไทยในฐานะพันธมิตรของท่านว่า รัฐบาลสหรัฐฯ มุ่งมั่นที่จะส่งเสริมไทยในการต่อสู้นี้อย่างแน่วแน่ไม่เปลี่ยนแปลง

ร่วมแสดงความคิดเห็น


Do NOT follow this link or you will be banned from the site!