บุกอุ้มเด็กชายอายุ 5 ขวบ ในร้านสะดวกซื้อ ต่อหน้าแม่ ตำรวจเร่งไล่ล่า

เมื่อวันที่ 11 ม.ค.64 พ.ต.อ.สัมพันธ์ ศิริมา ผกก สภ แม่โจ้ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ได้รับคำสั่งด่วนจาก พล.ต.ท.ประจวบ วงค์สุข ผบช.ภาค 5 ให้รีบดำเนินการติดตามจับกุมคนร้ายก่อเหตุอุ้มชิงตัวตัวเด็กชายวัย 5 ขวบ ต่อหน้าแม่และลากแม่ที่พยายามจะดึงลูกกลับคืนจนถูกคนร้ายได้ทำร้ายจนแม่ได้รับบาดเจ็บ คนร้ายได้นำตัวเด็กขึ้นรถเก๋งหลบหนีไป เหตุเกิดที่ร้านสะดวกซื้อ ซอย 17 บ้านนางเหลียว ต.หนองจ๊อม อ.สันทราย เชียงใหม่

ทาง พ.ต.อ.สัมพันธ์ ศิริมา ผกก.สภ.แม่โจ้ ได้แจ้งให้กับตำรวจสายตรวจและชุดสืบสวนไปขอภาพจากกล้องวงจรปิดที่ร้านสะดวกซื้อดังกล่าว และได้แจ้งให้กับผู้เสียหาย คือนางสาว พิชชญานันท์ หลุกแก้ว อายุ 45 ปี แม่ของเด็กชาย มาแจ้งความที่ สภ.แม่โจ้ กับพนักงานสอบสวน ส่วนกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งชุดสืบสวน และสายตรวจได้ตรวจสอบเส้นทางของการหลบหนีของคนร้ายที่อุ้มชิงตัวเด็กไปด้วย และเดินทางไปยังบ้านบุคคลต้องสงสัย ซึ่งเป็นบ้านของสามีของนางสาวพิชชญานันท์ หรือเก่ง ด้วย แต่ก็ยังไร้วี่แวว ต่อมาทางตำรวจสายตรวจไปพบรถเก๋งยี่ห้อวีออส ที่คนร้ายเช่ามาก่อเหตุจอดทิ้งไว้ที่บริเวณ ต.สันผีเสื้อ อ.เมืองเชียงใหม่และทราบว่าได้เปลี่ยนรถอีกคันนำเด็กหลบหนีไป

นางสาวพิชชญานันท์ หรือเก่ง หลุกแก้ว ได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า คนที่เข้ามาอุ้มชิงตัวลูกชายของตนไปในร้านสะดวกซื้อคือ สามีชาวจีนของตน โดยอุ้มลูกไปให้กับพ่อสามีที่รออยู่ในรถเก๋งยี่ห้อวีออส จอดอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อ ตนได้ยื้ดและกระโดดขึ้นไปในรถเก๋งดังกล่าวเพื่อจะเอาลูกของตนคืน ในรถนั้นพบชายคนขับรถสวมโม่ง มีพ่อสามีอุ้มลูกตนไว้ และมีล่ามชาวจีน ส่วนสามีชาวจีนของตนได้ทำการกระชากลากตนลงจากรถจนได้รับบาดเจ็บและพากันขับรถเก๋งออกไปพร้อมกับลูกชายของตน ช่วงนั้นมีพลเมืองดีเห็นเหตุการณ์ แจ้งให้ตนซ้อนจักรยานยนต์ไล่ติดตาม แต่ก็ตามไม่ทัน ตนจึงได้ตัดสินใจมาแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.แม่โจ้ ดังกล่าว เพื่อขอความช่วยเหลือ

ตนกับสามีชาวจีนนั้นได้มีการฟ้องหย่ากันและอยู่ในขั้นตอนของขบวนไกล่เกลี่ย ของขบวนการยุติธรรม รวมทั้งการรอคำตัดสินเรื่องกาหย่า กัน รวมทั้งเรื่องลูก แต่ปรากฏว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นั้นตนถูกคุกคามจากสามีชาวจีนต่างๆ ในรูปแบบต่าง ๆ โดยไม่ได้เกรงกลัวกฏหมายของไทยเลย จนตนต้องไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้ตามโรงพักต่างๆ ที่ สามีชาวจีนของตนไปกระทำไว้ ในข้อหาหมิ่นประมาท ร่วมกับพวก และวันนี้ก็ได้มาที่ศาลเพื่อให้ฝ่ายชายได้พบกับหน้าลูก กระทั่งได้เวลาที่ตนต้องเอาลูกกลับ ทางศาลก็ได้ส่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาส่งที่รถ และตนก็ได้ออกจากศาลไป โดยไม่รู้ว่า มีการติดตาม กระทั่งกลุ่มคนร้ายกับสามีของตนมาก่อเหตุดังกล่าว

ตอนนี้ตนเป็นห่วงลูกของตนมาก เพราะลูกของตนนั้นกลัวพ่อของเขารวมทั้งพ่อสามีมาก เพราะอดีตสามีของตนเคยบอกผ่านล่ามว่า หากไม่ได้ลูกกลับประเทศจีน อาจจะต้องใช้ขั้นตอนพิเศษ ตอนนี้สงสารลูก หวั่นลูกจะกลัวจนช๊อค เพราะตนรู้นิสัยของสามีชาวจีนของตนดีเป็นคนอารมณ์ร้อน ซึ่งขบวนการยุติธรรม ได้นัดไตร่สวน สืบพยาน ใน เรือ่งการฟ้องหย่าและเรื่องลูก ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 64 นี้ แต่สามีชาวจีนไม่สนใจและได้มาก่อเหตุดังกล่าว

 

ร่วมแสดงความคิดเห็น