(มีคลิป) องคมนตรี เชิญถุงพระราชทานไปมอบแก่เจ้าหน้าที่ชายแดน และราษฎร

วันพุธที่ 27 มกราคม 2564 เวลา 11.00 น. นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคเหนือ นายดนุชา สินธวานนท์ เลขาธิการ กปร. พร้อมคณะอนุกรรมการฯ เดินทางไปยังฐานปฏิบัติการบ้านหัวนา ตำบลม่อนปิ่น อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเชิญถุงพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปมอบให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานหน่วยความมั่นคง ได้แก่ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 334 กองบังคับการควบคุมที่ 2 หน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารม้าที่ 5 และกองบังคับการควบคุมทหารพราน ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 รวมทั้งสิ้น จำนวน 120 ถุง เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมกันนี้องคมนตรี ได้รับฟังสรุปงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ โดยฐานปฏิบัติการบ้านหัวนาได้จัดตั้งขึ้นตั้งแต่พุทธศักราช 2506 เพื่อปฏิบัติหน้าที่ป้องกันชายแดน รักษาความสงบเรียบร้อย และสร้างความปลอดภัยความผาสุกให้แก่ประชาชนและประเทศชาติ

จากนั้น เวลา 13.30 น. องคมนตรี และคณะฯ เดินทางไปยังโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ตามพระราชดำริ ดอยฟ้าห่มปก ตำบลแม่สาว อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมเชิญถุงพระราชทานไปมอบแก่ราษฎร และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รวมทั้งสิ้น จำนวน 313 ถุง และเสื้อกันหนาวไปมอบแก่เด็ก เพื่อบรรเทาความหนาวให้กับเด็กในพื้นที่โครงการฯ จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ตามพระราชดำริ ดอยฟ้าห่มปก โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ตามพระราชดำริ บ้านดอยดำ และโครงการสถานีสาธิต และถ่ายทอดการเกษตร ป่าไม้ สิ่งแวดล้อม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านแปกแซม ซึ่งสร้างความปลาบปลื้มใจในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงห่วงใยความเป็นอยู่ของราษฎรและผู้ปฏิบัติงานครั้งนี้

โอกาสนี้ องคมนตรีได้ปลูกต้นไทรย้อยใบแหลม และเยี่ยมชมแปลงปลูกกาแฟ ซึ่งเป็นพันธุ์อาราบิก้า และเป็นที่นิยมของผู้บริโภคเนื่องจากพื้นที่โครงการตั้งอยู่ในพื้นที่สูงเหนือระดับน้ำทะเล 1,200-1,700 เมตร อากาศหนาวเย็นตลอดปี ทำให้เมล็ดกาแฟที่นี่จึงมีคุณภาพที่ดีและเป็นที่นิยมของตลาด นอกจากนี้ยังมีไม้ผลเมืองหนาวของราษฎรบ้านอาข่า ที่นำความรู้จากการถ่ายทอดและประสบการณ์ที่ได้รับจากโครงการฯ มาปฏิบัติใช้ในการประกอบอาชีพ
จากนั้นองคมนตรีและคณะรับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงานและผลสัมฤทธิ์ของโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ตามพระราชดำริ ดอยฟ้าห่มปก ซึ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2544 ตามพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อช่วยเหลือราษฎรชาวไทยภูเขา ประกอบด้วย เผ่าอาข่า มูเซอ และลีซอได้มีที่อยู่อาศัย ที่ทำกินเป็นหลักแหล่ง พร้อมกับพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรให้ดีขึ้นร่วมกับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามแนวทางคนอยู่ร่วมกับป่าในลักษณะ “บ้านเล็กในป่าใหญ่” พร้อมทั้งดำเนินการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำลำธาร ให้มีความอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืนต่อไป

จากการดำเนินงานสนองพระราชดำริของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยมีสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ให้การสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง ปรากฏผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมโดยเฉพาะด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ยังคงรักษาสภาพป่าเดิมที่สมบูรณ์ จำนวน 12,500 ไร่ นอกจากนี้ยังมีการปลูกฟื้นฟูสภาพป่าเสื่อมโทรม จำนวน 2,274 ไร่ รวมทั้งการปลูกป่าหวายเพื่อให้ราษฎรได้ใช้ประโยชน์ ส่งเสริมให้ราษฎรได้มีส่วนร่วมในการปลูกป่า ทำฝาย ทำแนวกันไฟป่า เพื่อให้ราษฎรได้เห็นประโยชน์ของผืนป่า และมีจิตสำนึกในการหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติ ส่งผลให้ผืนป่ามีความสมบูรณ์เห็นได้จากที่มีน้ำไหลอย่างสม่ำเสมอ สามารถนำไปปั่นกระแสไฟฟ้าพลังงานน้ำขนาด 70 กิโลวัตต์ใช้ในโครงการได้ตลอดปี และยังมีน้ำไหลไปหล่อเลี้ยงราษฎรบริเวณพื้นล่างอีกด้วย ปัจจุบันราษฎรได้รับประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติมีแหล่งอาหารที่สมบูรณ์ จากการสำรวจพบว่าราษฎรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นมีรายได้เฉลี่ย 146,000 บาท ต่อครัวเรือนต่อปี จากการทำเกษตร อาทิ กาแฟ มะคาเดเมีย อะโวคาโด พลับ ชาอัสสัม รวมถึงพืชผักเมืองหนาว รวมทั้งมีรายได้เสริมจากงานศิลปาชีพเพิ่มเติมอีกด้วย

นายสำราญ แสงสงค์

ร่วมแสดงความคิดเห็น