(มีคลิป) “รมว.ท๊อป” มอบ 5 หมื่น ช่วยเบื้องต้น ครอบครัว “น้องณัฐวลัญช์” ทสจ.เชียงใหม่นำส่งถึงพื้นที่ “แม่” เผยน้องคงทำบุญมาเพียงเท่านี้ ย้ำไม่เคยพูด “ไม่มีหน่วยงานช่วยเหลือ” เตรียมนำเงินที่ได้ทำบุญให้น้องแบ่งสนับสนันป้องกันไฟป่าหมู่บ้าน

วันที่ 24 ก.พ. 64 ที่บ้านแม่แฮน้อย หมู่ที่ 3 ต.แม่นาจร อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ นายสมบูรณ์ ธีรบัณฑิตกุล ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ (ทสจ.เชียงใหม่) เป็นผู้แทน นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายจุตพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วางพวงหรีดไว้อาลัยต่อการจากไปของ ด.ญ.ณัฐวลัญช์ อนุสรณ์พนา จากไปด้วยวัยเพียง 13 ปี โดยเสียชีวิตเนื่องจากอาการลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดฝอย โดยมี นายอุดร อนุสรณ์พนา และ นางอารี การมั่งมี บิดา-มารดา รับมอบพร้อมเงินช่วยเหลือเบื้องต้นซึ่งเป็นเงินส่วนตัวของ รมว.วราวุธฯ จำนวน 50,000 บาท

นายสมบูรณ์ ธีรบัณฑิตกุล ทสจ.เชียงใหม่ กล่าวว่า หลังจากทราบข่าวการเสียชีวิตของ “น้องณัฐวลัญช์” ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย ฯพณฯ รมว.ทส. ปลัดกระทรวง ทส. และผู้บริหารระดับจังหวัด ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขไฟป่าและฝุ่นละอองขนาดเล็กPM2.5 จ.เชียงใหม่ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต่างรู้สึกเสียใจ ได้มอบหมายให้เป็นตัวแทนมาแสดงความเสียใจร่วมกับครอบครัวของ “น้องณัฐวลัญช์” ซึ่งน้องเองเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับเยาวชนของชาติในการเป็นจิตอาสาช่วยสังคม การทำแนวกันไฟนั้นเป็นการป้องกันไฟป่าเพื่อไม่ให้เกิดขึ้นและเป็นอันตรายต่อหมู่บ้าน การสูญเสีย “น้องณัฐวลัญช์” ไปนั้นทางกระทรวงทรัพย์ฯ และทางจังหวัดเชียงใหม่ หาได้ละเลยละทิ้งครอบครัวของน้องแต่อย่างใด เบื้องต้นทาง รมว.วราวุธฯ ได้มอบเงินส่วนตัวมาช่วย 50,000 บาท สำหรับขั้นตอนต่อไปก็จะนำเรื่องส่งให้กระทรวงทรัพย์ฯ สนับสนุนเงินในส่วนของมูลนิธิ ส่วนจังหวัดเชียงใหม่เองก็มีมูลนิธิของจังหวัดที่จะให้ความช่วยเหลืออีกทางด้วย

ด้าน นางอารี การมั่งมี มารดาของ “น้องณัฐวลัญช์” กล่าวว่า ตามที่เป็นข่าวนั้นต้องบอกว่า พ่อแม่ไม่ได้พูดเช่นนั้น การที่น้องไปช่วยทำแนวกันไฟก็เพราะ น้องอยากไป ด้วยความมีจิตสาธารณะ น้องไปช่วยทำแนวกันไฟในทุกปี ผู้ใหญ่ก็ไม่ได้ใช้งานเด็กจะทำให้เด็กเป็นเช่นนี้ แต่ที่น้องเป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าเกิดภาวะลิ่มเลือดไปอุดตันในเส้นเลือดฝอย ประจวบกับที่เกิดในวันที่มีการทำแนวกันไฟพอดี หลายคนที่ลงข่าวในเพจ แม่เห็นข่าวก็ตกใจมาก แม่รู้สึกแย่กับข่าวที่เขาเขียนออกมา เหมือนกับว่า เกิดเหตุจนก็เพราะไปดับไฟป่า ตรงนี้ไม่ใช่ เพราะเป็นการไปทำแนวกันไฟ ไฟยังไม่ออกตรงนี้เป็นการป้องกัน ผู้ใหญ่ก็ไม่ได้ใช้งานจนหน้าแดงหน้าดำ เขาเพียงแค่มีหน้าที่ที่แค่กวาดใบไม้ เพราะว่าเขาอยากทำ

 

 

 

“ตรงนี้เป็นการปลูกฝั่งในรุ่นต่อรุ่น ให้เขาได้รู้ว่า เขาอยู่กับป่า อยู่กับต้นไม้ใบไม้ เขาอยากไปของเขาอยู่แล้ว พ่อเขาก็ไป ส่วนแม่ทำอาหาร กะว่าช่วงเที่ยงจะนำไปส่งอาหารให้ที่จุดทำแนวกันไฟ พอมีข่าวออกมาว่า “ไม่มีหน่วยงานช่วยเหลือ” ตรงนี้ไม่ใช่เลย ไม่ใช่ความผิดของหน่วยงานไหน ไม่ใช่ความผิดของพ่อแม่ ไม่ใช่ความผิดของน้อง พ่อแม่เองก็ทำสุดความสามารถ พอทราบว่าน้องป่วยในป่าก็ช่วยกันนำออกมาส่งที่บ้าน แล้วพ่อแม่เองก็รีบนำน้องส่งโรงพยาบาลทันทีเช่นกัน ไม่ได้พักกันเลย ทุกทุกนาทีให้ถึงที่สุดเพื่อให้น้องมีชีวิตรอด แต่ว่าระยะทางจากบ้านไปโรงพยาบาลอาจจะไกล หรือจะเป็นความโชคร้ายของน้อง หรือว่าโรคนี้เกิดค่อนข้างจะไว เพราะก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้แสดงอาการอย่างใดทั้งสิ้น จู่ๆ ก็เป็นขึ้นมาอย่างกะทันหัน” นางอารีฯ กล่าว

 

 

 

“ต้องขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่มาช่วยเหลือดูแล แต่สำหรับพ่อแม่แค่สูญเสียลูกก็เกินพอแล้ว เรื่องนี้จะพูดอีกกี่รอบก็จะไม่โทษใคร ไม่ใช่ความผิดของใครทั้งสิ้น น้องอาจจะทำบุญมาเพียงแค่นี้ เพราะตลอด 13 ปี น้องเป็นเด็กดีมาก แม่ก็คิดว่าได้ทำดีที่สุดสำหรับน้อง หากมองย้อนกลับไปก็ยังไม่เห็นที่ยังไม่มีเรื่องใดที่ทำให้กับน้อง ไม่ว่าการอบรม การให้การสนับสนุนต่างๆ แม้ว่าเราจะมีไม่มากพอ แต่เรามี 10 เราก็จะให้ลูกไปทั้ง 10 ที่เรามี สำหรับเงินที่หน่วยงานต่างๆ ช่วยเหลือเรามา ก็ได้คุยกันเบื้องต้นกับพ่อของน้องแล้วว่า เงินที่ได้รับจำนวนหนึ่งจะทำบุญให้น้อง โดยจะนำไปช่วยการป้องกันไฟป่าของหมู่บ้าน” นางอารีฯ แม่ “น้องณัฐวลัญช์” กล่าวในที่สุด

 

นางอารี การมั่งมี ยังให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมอีกว่า นิสัยของน้องก็คือ จะชอบเข้าหาผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่หรือเด็ก คือทุกวัยน้องเข้าหาได้หมด แล้วก็ชอบช่วยเหลืองานของหมู่บ้าน ของสังคม เล็กๆ น้อยๆ ที่น้องทำได้ ทุกปีที่มีการทำแนวกันไฟก็จะไปทำแนวกันไฟ น้องก็จะไปกับชาวบ้านหรือไปกับแม่ แต่ว่าลักษณะการไปของเด็กในหมู่บ้านมันไม่ใช่ว่าไปใช้แรงงานเด็กแบบทำจนหน้าแดงหน้าดำ และถ้าเกิดไฟแล้วไปทำไม่ใช่นะคะ เพราะว่าผู้ใหญ่เขาก็ตระหนักอยู่แล้วนะ เวลาเกิดไฟแล้วไปแบบนี้ถ้าเด็กจะไปและก็ป้องกันตัวเองแบบนี้เขาก็ยังทำไม่ได้ ก็จะให้ทำในลักษณะเหมือนทำแนวกันไฟ ก็จะให้เด็กไปช่วยกวาดใบไม้ เพราะว่าทำทุกปีอยู่แล้ว ก็จะมีแค่ใบไม้หรือหญ้าที่ขึ้น พวกผู้ใหญ่เขาก็จะใหเปัดกวาดหญ้าเล็กๆ น้อยๆ ออก แล้วเด็กก็จะใช้ไม้กวาดแข็งกวาดออกในลักษณะนี้ ชุมชนของเราจะเน้นเรื่องการอนุรักษ์ป่า ต้นไม้ แบบนี้อยู่แล้วก็เลยอยากปลูกฝังให้เด็กซึ่งมีทุกปี ทำมาจนกลายเป็นวัฒนธรรมไปแล้ว เดี๋ยวถึงเวลามีทำแนวกันไฟเด็กเขาก็จะแห่กันไปช่วยกันอยู่แล้ว ยิ่งน้องณัฐวลัญช์เขาชอบอยู่แล้ว เขาก็จะไป แม่ไม่รู้ว่าตอนที่เข้าไปลึกๆ ในใจน้อง ภายในร่างกายของน้องป่วยหรือเปล่า แต่ว่ากับแม่ไม่ได้แสดงออก แล้วน้องเขาไปตั้งแต่เช้าเลยน้องเขาก็ตื่นเต้นดีใจมาก น้องก็ไม่ได้บอกว่าเป็นอะไรไม่ได้แสดงอาการอะไรก็มีอาการปกติ

ร่วมแสดงความคิดเห็น