(มีคลิป) แม่ทัพภาคที่ 3 แนะจังหวัดปิดป่าจำนวน 61 วัน ห้วง 1 มี.ค. ถึง 30 เม.ย.64 เพิ่มความเข้มบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง

เมื่อวันที่ 1 มีนาคมคม 2564 เวลา 10.00 น ที่กองบัญชาการกองพลทหารราบที่ 7 อ.แม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ พลโท อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือของ กองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า ( บก.คฟป.ทภ.3 ) เพื่อรับฟังการดำเนินงานและร่วมวางมาตรการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ภายหลังคุณภาพอากาศทางภาคเหนือเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า จากการตัดตามสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในห้วงที่ผ่านมาพบว่า สถานการณ์จุดความร้อนและค่าคุณภาพอากาศทางภาคเหนือเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งสาเหตุอาจเกิดจากการชิงเผา การบริหารจัดการเชื้อเพลิงหรือการเผาเพื่อเตริยมพื้นที่ทางการเกษตร ส่งผลให้สภาพโดยรวมค่อนข้างรุนแรง อย่างไรก็ตามตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 เม.ย.64 ต้องไม่มีจุดความร้อนเกิดขึ้นในพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นกรณีชิงเผาในพื้นที่ป่าหรือการเผาเพื่อเตรียมพื้นที่ทางการเกษตร เพราะตั้งแต่วันนี้ประเทศไทยเข้าสู่ช่วงของฤดูร้อน ส่งผลให้เกิดความแห้งแล้งประกอบกับลมสงบ ทำให้มีผลกระทบกับสภาพอากาศโดยรวมของพื้นที่ภาคเหนือค่อนข้างมาก ดังนั้นทุกจังหวัดต้องหยุดการเผาในพื้นที่ให้ได้ นอกจากนี้ตั้งแต่ 1 มี.ค. ถึง 30 เม.ย.64 ต้องใช้มาตรการเข้มข้น รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังเพื่อให้เห็นผลจริง ๆ ทั้งนี้อยากให้กองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือกองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า ขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแนวทางนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดลำปาง จังหวัดตาก จังหวัดกำแพงเพชร ที่มีค่าคุณภาพอากาศเกินมาตรฐานมากว่า 2 สัปดาห์


ขณะเดียวกันกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือกองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า ได้มีหนังสือด่วนที่สุดลงวันที่ 26 ก.พ.64 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัด 17 จังหวัดพิจาณาการปิดป่าจำนวน 61 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. ถึง 30 เม.ย.64 และขอให้ทุกจังหวัดเร่งรัดการควบคุมไฟป่าและการเผาในพื้นที่โล่งอย่างเข้มงวด ตลอดจนเพิ่มการลาดตระเวนพื้นที่เฝ้าระวังและดับไฟ


อย่างไรก็ตามตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาคุณภาพอากาศในพื้นที่ภาคเหนือมีค่า PM 2.5 ระหว่าง 53 – 86 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ค่า PM 10 ระหว่าง 76 – 121 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และค่า AQI ระหว่าง 96 – 177 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งคุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับมีกระทบต่อสุขภาพ สำหรับสถานการณ์ไฟป่าและจุดความร้อน 17 จังหวัดภาคเหนือ ห้วงวันที่ 22 – 28 ก.พ. 64 จำนวน Hotspot (ดาวเทียมระบบ VIIRS) จำนวน 21,000 จุด พบใน พื้นที่ป่าอนุรักษ์ จำนวน 4,490 จุด พื้นที่ป่าสงวนฯจำนวน 4,222 จุด และเขต สปก. จำนวน 503 จุด

ร่วมแสดงความคิดเห็น