ครม. เห็นชอบ ชะลอขยายเกษียณอายุราชการ จาก 60 เป็น 63 ปี เนื่องจากประเทศกำลังประสบปัญหา จากสถานการณ์โควิด-19

วันที่ 2 มี.ค. 2564 การประชุมคณะรัฐมนตรี ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล มีความเห็นด้วยกับข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการฯ เนื่องจากประเทศกำลังประสบปัญหา การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งส่งผลกระทบที่สำคัญต่อสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจ และสังคม ตลอดจนระบบการคลัง และงบประมาณรัฐบาล จึงควรใช้จ่ายงบประมาณที่มีจำกัด เพื่อให้เกิดการจ้างงานกลุ่มเป้าหมาย ที่เปราะบางก่อนเป็นลำดับแรก และเมื่อประเทศสามารถจัดการผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้แล้ว จึงสามารถนำมาพิจารณาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต่อไป

ทั้งนี้ มีข้อเสนอแนวทางหนึ่งคือ คาดว่าจะขยายอายุเกษียณราชการ จาก 60 ปีเป็น 63 ปี ที่ผ่านมา ทาง ก.พ. ได้รับรายงาน และข้อเสนอแนะจากคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส ของวุฒิสภา เสนอเรื่องการจ้างข้าราชการหลังเกษียณอายุ 60 ปี เมื่อทาง ก.พ. ได้รับข้อเสนอแล้วนำมาพิจารณาร่วมกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ มีข้อสรุป ดังนี้

1. ครม. เห็นชอบการชะลอการขยายเกษียณอายุราชการ แผนปฏิรูปประเทศด้านสังคม เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ส่งผลต่อเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงระบบการคลังและงบประมาณของรัฐบาล จึงต้องชะลอไปก่อน โดยเห็นว่าควรจ่ายงบประมาณที่มีจำกัด เพื่อให้เกิดการจ้างงานกลุ่มเปราะบางก่อนเป็นอันดับแรก และเมื่อสามารถจัดการสถานการณ์โควิด-19 ได้แล้ว ค่อยนำเรื่องนี้กลับมาพิจารณาใหม่

2. ครม. เห็นด้วยกับการจ้างงานเพื่อใช้ศักยภาพข้าราชการเกษียณ ที่เสนอให้มีการกำหนดทางเลือกที่หลากหลาย ในการจ้างงานข้าราชการที่เกษียณอายุราชการ ควบคู่ไปกับมาตรการการขยายอายุเกษียณ แต่จะต้องพิจารณาตามความจำเป็น และความต้องการบุคลากรในแต่ละตำแหน่ง/สาขา เช่น ตำแหน่งที่กำลังขาดแคลนกำลังคน ตำแหน่งที่ต้องการบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ หรือให้พิจารณาในรูปแบบอื่น อาทิ จ้างข้าราชการเกษียณในกรณีจ้างเหมาบริการ หรือการรับงานไปทำที่บ้าน

3. การศึกษาเพื่อปฏิรูประบบบำเหน็จบำนาญของข้าราชการส่วนท้องถิ่น โดยหน่วยงานผู้รับผิดชอบมีการเตรียมความพร้อม และวิเคราะห์ข้อมูลส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะดำเนินการศึกษาเพิ่มเติม เพื่อให้ได้ข้อมูลและแนวทางการดำเนินการที่เป็นรูปธรรม

อย่างไรก็ตาม หลัง ครม. เห็นชอบข้อสรุปจะนำไปปฏิบัติ และเสนอทางวุฒิสภาทราบต่อไป นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังกำชับด้วยว่าความสำคัญของการบริการบุคลากรภาครัฐ จะต้องมองในภาพรวม ต้องพิจารณาเรื่องการลดกำลังคน การส่งเสริมบุคลากรคนรุ่นใหม่ การจ้างงานข้าราชการเกษียณที่มีศักยภาพในตำแหน่งที่ขาดแคลน และการเตรียมความพร้อมสู่สังคมสูงวัย พร้อมย้ำต้องดูให้ครบทุกมิติ

ขอบคุณข้อมูลจาก : รัฐบาลไทย

ร่วมแสดงความคิดเห็น