(มีคลิป) ชาวบ้านชุมชนนิมมานเหมินท์ รวมตัวร้องสื่อสุดทนกลิ่นเหม็นจากเตาเผาขยะติดเชื้อของโรงพยาบาลชื่อดัง หลายคนถึงขั้นป่วยเป็นหอบหืด บางรายต้องประกาศขายบ้านหนี

นี่คือคลิปวิดีโอที่ประชาชน ซึ่งอาศัยอยู่ในซอยย่านถนนศิริมังคลาจารย์ และนิมมานเหมินท์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ บันทึกกลุ่มควันสีดำที่โพยพุ่งออกมาจากปล่องควันเตาเผาขยะติดเชื้อของโรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่ง ที่ตั้งอยู่กลางเมืองเชียงใหม่ นอกจากกลุ่มควันจะสร้างมลพิษในอากาศแล้ว ยังส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งกระจายไปทั่วพื้นที่ชุมชน จนส่งผลกระทบกับวิถีชีวิตของประชาชนที่อาศัยอยู่ในย่านดังกล่าว ซึ่งถือเป็นย่านเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดเชียงใหม่

โดยประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวได้นำคลิปภาพโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย และร้องเรียนกับผู้สื่อข่าวให้ช่วยเป็นสื่อกลาง นำเสนอความเดือดร้อนของประชาชนที่ต้องทนกับมลภาวะเป็นพิษจากการเผาขยะติดเชื้อ จนทำให้ประชาชนบางคนถึงกับป่วยเป็นโรคหอบหืด ขณะที่บางรายถึงขั้นประกาศขายบ้าน หลังร้องเรียนเรื่องนี้มานานหลายกว่า 4 – 5 ปี แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข

ขณะที่เจ้าของเก็ทเฮ้าส์รายหนึ่งได้พาผู้สื่อข่าวขึ้นไปตรวจสอบห้องพักชั้น 4 ที่อยู่ฝั่งด้านหลังของอาคารซึ่งอยู่ติดกับโรงเผาขยะติดเชื้อของโรงพยาบาลดังกล่าว โดยเจ้าของเก็ทเฮ้าส์รายนี้ บอกว่า ทุกครั้งที่มีการเผาขยะจะมีกลิ่นเหม็นคละคลุ้งมาก จนลูกค้าที่เข้าพักบ่นกัน ขณะที่ลูกค้าหลายคนถึงขั้นขอย้ายออกเพราะทนกลิ่นเหม็นไม่ไหว

ส่วนนางสาวภีระพร (สงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี หนึ่งในชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ บอกว่า เธออยู่ที่นี้มานานแล้ว ทุกวันในช่วงเวลา 06.00 น. และ 09.00 น. จะมีการเผาขยะติดเชื้อของโรงพยาบาล จะมีกลุ่มควันสีดำลอยออกมาจากปล่องควัน จนเหม็นคละคลุ้งไปทั่วส่งผลทำให้ตนเองป่วยเป็นโรคหืดหอบ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยอยู่ที่จังหวัดภูเก็ตก็มีสุขภาพแข็งแรงดี แต่หลังย้ายมาอยู่จังหวัดเชียงใหม่ได้ 10 ปี ช่วง 5 ปีหลังก็ป่วยเป็นโรคหอบหืด

เธอยอมรับว่าเหนื่อยมาก กับการที่ต้องร้องเรียนเรื่องนี้ ทุกวันนี้ เวลาที่เจ้าหน้าที่เผาขยะ จะโทรศัพท์ไปแจ้งตำรวจ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ บางครั้งวันหนึ่งถึง 3 รอบ เคยไปร้องเรียนที่เทศบาลนครเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่รับปากว่าจะจัดการให้แต่เรื่องก็เงียบหาย สุดท้ายเคยเดินไปสอบถามกับเจ้าหน้าที่ที่เผาขยะ ก็ได้รับคำตอบว่า ที่นี่มีการเผาขยะมานานกว่า 30 ปีแล้ว ก่อนที่ชาวบ้านจะย้ายมาอยู่กัน

เช่นเดียวกับนางพลอยไพลิน (สงวนนามสกุล) กล่าวว่า ทุกวันนี้ไม่สามารถเปิดหน้าต่างได้ โดยเฉพาะช่วงที่มีการเผยขยะ จะมีกลิ่นเหม็นมาก จนต้องปิดประตูหน้าต่างทุกบาน เพราะไม่อยากให้ลูกได้รับผลกระทบ พยายามร้องเรียนไปผู้บริหารของโรงพยาบาลหลายครั้ง แต่ปัญหาก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข และพบว่ายังมีการเผาขยะทุกวัน จนสุดท้ายเมื่อ 1 ปีก่อน ต้องติดป้ายประกาศขาย เพราะทนไม่ไหวอยากจะย้ายหนี แต่ยังขายไม่ได้เพราะติดปัญหาโควิด-19

ส่วนแพทย์หญิง รติกา (สงวนนามสกุล) เจ้าของคลีนิกเสริมความงามแห่งหนึ่ง ที่เปิดอยู่ใกล้โรงเผาขยะติดเชื้อ กล่าวว่า มาอยู่ที่นี้นานกว่า 15 ปีแล้ว ตั้งแต่มาอยู่ก็ได้รับผลกระทบมาโดยตลอด ซึ่งตนเองประกอบธุรกิจ และอยู่อาศัยด้วย จึงมีผลกระทบทั้งครอบครัว และลูกค้าที่มารับบริการในคลีนิก ชุมชุนที่นี่ใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมพอสมควร แต่กลับมาเจอสถาบันทางการแพทย์ที่สร้างผลกระทบให้ชุมชน สถานบันแห่งนี้ได้รับความเชื่อถือมาก จึงรู้สึกผิดหวังที่สถาบันไม่ใส่ใจต่อการรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งตนเองก็เป็นศิษย์เก่าที่นี่จึงอยากให้สถาบันพัฒนา และแก้ไขปัญหา เพื่ออยู่คู่เชียงใหม่อย่างสง่างาม

ที่ผ่านมาร้องเรียนไปยังผู้บริหารตลอด 3 – 4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งผู้บริหารก็รับเรื่องไป แต่ผลลัพธ์ที่ออกมายังมีการเผาขยะต่อเนื่อง เมื่อติดต่อไปอีกครั้ง ก็พบว่ามีการเปลี่ยนคณะผู้บริหารไปแล้ว ต้องส่งเรื่องไปให้ผู้บริหารชุดใหม่ จึงรู้สึกว่าจะต้องทนเหนื่อยกับปัญหานี้ต่อไปอีกนานแค่ไหน จึงต้องโพสต์ลงโซเชียล และร้องเรียนกับสื่อมวลชน เพื่อช่วยสะท้อนปัญหาไปถึงผู้บริหารของโรงพยาบาล และคาดหวังว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี แต่หากปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข ทางออกสุดท้ายก็จำเป็นต้องประกาศขายคลีนิกและย้ายออกไป

แพทย์หญิง รติกา บอกว่า ทางผู้บริหารของโรงพยาบาลเคยแจ้งว่า มีการจัดซื้อเตาเผาขยะจากประเทศญี่ปุ่นมาทดแทนเตาเผาเดิมเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา แม้จะใช้เทคโนโลยีใหม่ที่ดีกว่า แต่พบว่ายังมีกลุ่มควันสีขาวที่เป็นไอน้ำลอยออกมา ซึ่งยังมีกลิ่นเหม็นอยู่เช่นเดิม ทุกครั้งที่มีการเผา จะรู้สึกแสบเข้าไปถึงในโพรงจมูก และกลิ่นเหม็นจะคล้ายกับกลิ่นของสารเคมี หรือ ฟอร์มาลีน ล่าสุดพบว่าเตาเผยขยะใหม่มีปัญหา จึงมีการสลับไปใช้เตาเผาเดิม จึงมีกลุ่มควันสีดำโพยพุ่งออกมาทุกครั้งที่มีการเผา จนชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน

ล่าสุดนางประนอม ปิยะสาธุกิจ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 1 ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับผู้สื่อข่าวว่า หลังชาวบ้านโพสต์ข้อความปัญหาความเดือดร้อนลงบนโซเชียลมีเดีย ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่าเตาเผามีกลิ่นเหม็นจริง และประสานผู้รับผิดชอบแล้ว ทราบว่าปัญหาควันที่เห็น เกิดจากการใช้เตาเผาตัวเก่า ทดแทนเตาเผาใหม่ (เป็นโครงการร่วม JICA ใช้งานได้ประมาณปีกว่า) เนื่องจากชำรุด ปัญหาควันที่เกิดขึ้นเนื่องมีเผาขยะจำพวกถุงมือ และสายน้ำเกลือ ในเบื้องต้นจะได้แยกขยะจำพวกนี้ออกไป พรุ่งนี้จะหยุดการเผา 1 วัน และจะมีการประชุมร่วมกับบริษัทที่ดูแลรับผิดชอบเตาเผาตัวใหม่ ให้รีบทำการซ่อมแซม ให้สามารถกลับมาใช้งานได้โดยเร็ว

ร่วมแสดงความคิดเห็น