ข่าวปลอม!ข้าราชการไทย ออกบัตรประชาชนให้มุสลิมต่างด้าว โดยไม่ทำตามกฎหมาย

วันที่ 24 พ.ย. 64 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับการยืนยันข้อมูลว่าเป็นข่าวปลอม เพิ่มเติม 1 กรณีคือ

กรณีที่มีข่าวปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับเรื่อง ข้าราชการไทย ออกบัตรประชาชนให้มุสลิมต่างด้าว โดยไม่ทำตามกฎหมาย ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย พบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ

กรณีข้อความระบุว่าข้าราชการไทยขายชาติ ออกบัตรประชาชนให้มุสลิมต่างด้าว โดยปรากฏภาพบัตร 1ใบ และบัตรประชาชนของชาย 2 คน ทางกรมการปกครองขอชี้แจงให้ทราบว่า ข้อมูลข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่ประการใด ภาพบัตรด้านบน เมื่อพิจารณาจากลักษณะรูปแบบ และตำแหน่งการจัดวาง ข้อความตัวเลข และรูปถ่าย บนบัตรแล้ว ขอยืนยันว่าไม่ใช่บัตรประจำตัวประชาชนของประเทศไทย

ส่วนภาพบัตรประจำตัวประชาชนของ ชาย 2 คน เป็นบัตรประจำตัวประชาชนที่กรมการปกครองได้ออกให้เนื่องจากบุคคลทั้งสองเป็นผู้มีสัญชาติไทย มีหลักฐานการเกิดในประเทศไทย และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน สามารถยื่นขอมีบัตรได้ตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม

ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และหากประชาชนมีข้อสงสัย หรือต้องการข้อมูลเกี่ยวกับการออกบัตรประชาชน สามารถติดตามได้ที่สำนักบริหารการทะเบียน เว็บไซต์ www.bora.dopa.go.th หรือโทร. 02 7917028

บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ภาพบัตรประจำตัวประชาชนของ ชาย 2 คนเป็นบัตรประจำตัวประชาชนที่กรมการปกครองได้ออกให้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า การผลิตข่าวปลอม สร้างข่าวบิดเบือน ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ประชาชนสับสน เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2),(5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมทั้งกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ทุกรายอย่างเด็ดขาดจริงจังและต่อเนื่องต่อไป
ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบข้อมูลการกระทำผิด สามารถแจ้งเบาะแสข่าวผ่าน
5 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com, เฟซบุ๊ก ANTI-FAKE NEWS CENTER, ทวิตเตอร์ @AFNCThailand, ไลน์ @antifakenewscenter, ช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 และสายด่วน 1599 ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ร่วมแสดงความคิดเห็น