บสย.เดินหน้าช่วย SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุนไม่อั้น

บสย. สานต่อนโยบาย SMEs 4.0 ไตรมาสแรก “สุราษฎร์-เชียงใหม่” ยอดอนุมัติค้ำประกันสินเชื่อพุ่ง พร้อมเดินหน้าช่วยผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุนมากขึ้น มุ่งเดินหน้าจัดกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐ และเอกชน ล่าสุดกับกิจกรรม Media Education Camp 2017 ครั้งที่ 1 พาสื่อมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ ศึกษาสภาพเศรษฐกิจจังหวัดภูเก็ต เชื่อมมุมมอง 2 ภูมิภาค ขณะที่เตรียมจัด “โครงการ 25 ปี บสย. ร่วมสานต่อปนิธานของพ่อ” สืบสานปนิธานแห่งความพอเพียง มีทุนพร้อม มีออมพอ ชีวิตมีสุข กระตุ้นให้คนไทยรู้เรื่องการเงินมากยิ่งขึ้น

บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) นำสื่อมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ร่วมกิจกรรม Media Education Camp 2017 ครั้งที่ 1 “ม่วนแต๊…แอ่วได้ ธุรกิจดี๊ดี มีบสย…ค้ำ Smart City SMEs 4.0 @ภูเก็ต “ระหว่างวันที่ 20-22 เมษายน 2560 ที่ผ่านมา

นางพงษ์ทิพย์ เทศะภู ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) กล่าวถึงผลดำเนินงานของ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ไตรมาสแรก (1 มกราคม – 31 มีนาคม 2560) ว่า เป็นไปตามเป้าหมาย สามารถช่วยผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยมีการอนุมัติวงเงินค้ำประกันสินเชื่อกว่า 11,000 ล้านบาท คิดเป็นจำนวนรายการ (LG) ที่ได้รับการอนุมัติ 19,271 รายการ โดยเป็นลูกค้าใหม่กว่า 16,000 ราย

โดยผลดำเนินงานแยกรายสาขาจาก 11 สาขา 5 อันดับแรกที่มียอดอนุมัติค้ำประกันสูงสุดคือ สาขากรุงเทพมหานคร มียอดอนุมัติ 5,583 ล้านบาท ตามด้วยสาขาชลบุรี 1,236 ล้านบาท สาขาเชียงใหม่ 1,013 ล้านบาท สาขาสุราษฎร์ธานี 920 ล้านบาท และอันดับที่ 5 สาขาอุดรธานี 883 ล้านบาท

สำหรับ บสย.สาขาสุราษฎร์ธานี ซึ่งดูแลพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี, กระบี่, ชุมพร, พังงา, ภูเก็ต และ ระนอง ในไตรมาสแรกมีการอนุมัติค้ำประกันสินเชื่อ 920 ล้านบาท คิดเป็นจำนวน LG (รายการ) ที่ บสย. อนุมัติรวม 2,047 LG ส่งผลต่อการจ้างงานเพิ่มขึ้น 1,046 คน โดยเฉพาะการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ลูกค้ารายใหม่สำเร็จเกินเป้าหมายที่วางไว้ถึง 45% คิดเป็น 1,042 ราย เฉพาะจังหวัดภูเก็ต บสย. ค้ำประกันสินเชื่อรวม 264 ล้านบาท คิดเป็นจำนวน 295 LG ส่งผลต่อการจ้างงานเพิ่มขึ้น 346 คน

บสย. สาขาเชียงใหม่ ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่จังหวัด เชียงใหม่, เชียงราย, น่าน, พะเยา, แพร่, แม่ฮ่องสอน, ลำปาง และลำพูน บสย. มีการอนุมัติค้ำประกันสินเชื่อ 1,012 ล้านบาท คิดเป็นจำนวน 1,564 LG ส่งผลต่อการจ้างงานเพิ่มขึ้น 1,387 คน เฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ บสย. ค้ำประกันสินเชื่อรวม 419 ล้านบาท คิดเป็นจำนวน 465 LG ส่งผลต่อการจ้างงานเพิ่มขึ้น 707 คน

ตลอดปีนี้ บสย. เดินหน้าจัดกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐ และเอกชน ล่าสุดกับกิจกรรม Media Education Camp 2017 ครั้งที่ 1 พาสื่อมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ ศึกษาสภาพเศรษฐกิจจังหวัดภูเก็ต พร้อมรับฟังมุมมอง “ภูเก็ต Smart City SMEs 4.0” โดยนายสุรชัย ชัยวัฒน์ ประธานหอการค้า จังหวัดภูเก็ต และนายชริน ธำรงเกียรติกุล ประธานสภาอุตสาหกรรม จังหวัดภูเก็ต ตลอดจนแนวทางบริหารธุรกิจของผู้ประกอบการ SMEs ที่ บสย. ให้การค้ำประกันสินเชื่อ

“ปีนี้ก็ครบ 25 ปีของ บสย. ที่ก่อตั้งองค์กรมา จึงได้จัดตั้งชื่อโครงการว่า “โครงการ 25 ปี บสย. ร่วมสานต่อปนิธานของพ่อ” โดยมีกิจกรรมชื่อว่า สืบสานปนิธานแห่งความพอเพียง มีทุนพร้อม มีออมพอ ชีวิตมีสุข ดังนั้น บสย. ก็จะทำกิจกรรมร่วมกับ กอช. และคลังจังหวัดต่างๆ เพื่อที่จะช่วยจัดหาคนที่สนใจและชวนมาอบรม การอบรมจะจัดขึ้น 6 จังหวัด คือ เชียงราย เชียงใหม่ สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครศรีธรรมราช และสุราษฏร์ธานี จะมีการจัดโต๊ะกลุ่มผู้ให้กู้ กลุ่มผู้อยากออม และกลุ่มที่เอาลูกค้ามาแบ่งปันประสบการณ์ ประชาชนรู้สึกดีมากเวลาเชิญมาเพราะ เขาจะได้พูด ได้ถาม บางทีเขาเกิดความสงสัย มีคำถามแต่ไม่รู้จะไปไหน ไปธนาคารก็ไม่กล้า พอมีหน่วยงานลงไปหาเขาจึงค่อนข้างชอบ นี่ก็เป็นความพยายามของ บสย. ที่ให้คนไทยบางส่วนเริ่มรู้เรื่องการเงินมากยิ่งขึ้น” ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) กล่าว.

บริษัท ทวีสุวัณณ์ จำกัด ผู้ประกอบธุรกิจอัญมณีรายใหญ่ของจังหวัดภูเก็ต ซึ่ง บสย. ให้การค้ำประกันสินเชื่อ ตั้งแต่ปี 2556 จนถึงปี 2559 คิดเป็นจำนวนรายการ (LG) 4 รายการ ในวงเงินค้ำประกันสินเชื่อรวม 33 ล้านบาท

นายสันติ สุวัณณาคาร ประธานกรรมการ บริษัท ทวีสุวัณณ์ จำกัด เจ้าของกิจการธุรกิจอัญมณี “ทวีสุวัณณ์” และพิพิธภัณฑ์ “เพอรานากัน” กล่าวว่า ที่นี่เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่เราได้อนุรักษ์วัฒนธรรม ประเพณี และศิลปะที่เป็นเครื่องประดับที่ได้เห็นได้ชมกัน นั่นคือสิ่งที่เรายืนหยัด ถนอม และจะสืบทอดต่อไปเพราะว่า การแต่งงานต้องมีสินสอดทองหมั้น และเครื่องประดับชิ้นหนึ่งที่ทุกคนต้องมีก็คือแหวนหมั้น เพราะฉะนั้นเราจึงมีหน้าที่จัดหาเครื่องประดับที่เป็นแหวนหมั้นตามความต้องการที่ถูกค้าได้สั่งมา

เราเริ่มมีการพัฒนาและขยายสาขามาที่ภูเก็ตในปี 2556 และเปิดสาขาอย่างเป็นทางการในปัจจุบัน ซึ่งเปิดพิพิธภัณฑ์”เพอรานากัน”ใช้เม็ดเงินลงทุน 100 ล้านบาท รวมเรื่องอาคารสถานที่ และสาธารณูปโภคต่าง ๆ แต่เดิมที่เราสร้างจะใช้เป็นศูนย์การค้าใหญ่ มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมทั้งที่จอดรถต่าง ๆ เราจึงพัฒนาที่นี่ให้มีเรื่องของวัฒนธรรมเข้ามาเกี่ยวข้องและเข้าสู่ธุรกิจที่เกี่ยวกับนักท่องเที่ยว เพราะธุรกิจที่เราทำไม่สามารถหลีกหนีกำลังซื้อจากนักท่องเที่ยวได้

ในขณะที่การเจริญเติบโตของแหล่งท่องเที่ยวในภูเก็ตกำลังเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่อง จำนวนนักท่องเที่ยวก็ได้เพิ่มหลากหลายและเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในเรื่องของเครื่องประดับ เดิมทีในอดีตจะเป็นชาวยุโรปที่เข้ามาในภูเก็ตเป็นกลุ่มแรก และกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่สนใจในเรื่องราวของประวัติศาสตร์ เรื่องของความเป็นมา ความดั้งเดิม ศิลปวัฒนธรรมจึงเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวเหล่านี้สนใจ ปัจจุบันในระยะเวลาสั้นๆนี้กลุ่มรัสเซียก็เริ่มเข้ามาในภูเก็ตเพิ่มมากขึ้น จนตอนนี้ทำให้มีกลุ่มลูกค้าเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นชาวจีน และประเทศเพื่อนบ้านเรา

ส่วนในเรื่องของการผลิตเครื่องประดับ ทางเราส่งให้เฉพาะเครือข่ายธุรกิจ ไม่ได้มีการส่งออก ส่วนลูกค้าที่มาซื้อก็คือกลุ่มลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติ ส่วนมากผู้คนที่สนใจก็จะเป็นชาวท้องถิ่น แต่เรามั่นใจว่าเครื่องประดับของเราว่าสามารถเข้าได้กับผู้คนหลายกลุ่ม

ภาคเอกชนเผยสภาพเศรษฐกิจจังหวัดภูเก็ต พร้อมชี้มุมมอง “ภูเก็ต Smart City SMEs 4.0”

นายชริน ธำรงเกียรติกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า เศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตส่วนใหญ่พึ่งพาด้านการท่องเที่ยวเป็นหลัก แต่อย่างไรก็ตามในส่วนของการท่องเที่ยว ช่วงปี 2556 ตั้งแต่มีปัญหาเรื่องประท้วง ในกรุงเทพฯ นักท่องเที่ยวก็เข้ามาน้อยลง จนถึง2559 ยิ่งน้อยมาก และเมื่อกลางปี 2559 มีการจับทัวร์จีนใหญ่ๆ นักท่องเที่ยวเลยไม่มี ทำให้ตลาดในภูเก็ตต้องหยุดหมด โรงแรมเสียหาย พึ่งฟื้นฟูได้ก่อนคริสมาสต์ที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันก็นับว่าเข้าสู่ช่วงปกติแล้ว

แต่ถ้าพูดถึงในเรื่องของสมาร์ทซิตี้ ในขณะนี้เรื่องของการจัดการสมาร์ทซิตี้ เรือที่จอดอยู่ที่ภูเก็ต เรือพวกนี้ทุกลำจะมีตัวเช็คสัญญาณ ภูเก็ตจะมีเรือประมาณ 3,000-4,000 ลำ ปัจจุบันเวลาเกิดอุบัติเหตุนอกน่านน้ำ ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือนักท่องเที่ยว ชื่ออะไร เรือที่เกิดเหตุอยู่ตรงไหน สัญชาติอะไร ถ้าเราแก้ปัญหาไม่ได้ก็จะมีปัญหาการด้านชื่อเสียงการท่องเที่ยวตามมา

สมาร์ทซิตี้สามารถใช้ควบคุมนักท่องเที่ยวได้ โดยมีแผนจัดการคือ การติดกล้องบ้าง หรือในเรื่องของริสแบรนด์ที่จะจัดทำในอนาคต ใช้ติดก่อนลงเรือ เมื่อเกิดปัญหาต่างๆ จะช่วยเหลือได้ถูกจุดทันที และสมาร์ทซิตี้เห็นผลในเรื่องการจัดการน้ำเสีย ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมา ไหลลงคูระบายน้ำ จะมีตัวเซ็นเซอร์ปล่อยสัญญาณ จับปริมานการไหลของน้ำ เมื่อสามารถเช็คปริมานน้ำได้ ก็จะนำมาวิเคราะห์เรื่อง การบำบัดน้ำเสียได้

อีกทั้งยังมีในเรื่องของการจราจรจะมีเซ็นเซอร์ตอนติดไฟแดง จับว่ารถปริมาณสะสมเท่าไหร่ ต้องปล่อยรถออกแต่ละครั้งกี่คัน หลายประเทศใช้ งานตัวเซ็นเซอร์นี้อยู่ เช่น อเมริกา อังกฤษ ญี่ปุ่น ส่วนในภูเก็ตก็มีหลายๆประเทศ เข้ามานำเสนอ แต่ทางภูเก็ตจะคัดแยกกลุ่มที่เข้ามาลงทุนตรงนี้ เช่น บริษัทของอเมริกา ก็เคยมานำเสนอ

สมาร์ทซิตี้ยังเกี่ยวเนื่องกับหลายเรื่อง ทั้งเรื่องการคมนาคมต่างๆ รถที่นำมาใช้ขนส่งนักท่องเที่ยว สามารถวัดปริมาณนักท่องเที่ยวที่เข้ามา และเรื่องของ WIFI ขณะนี้พื้นที่ ป่าตอง เปิดพื้นที่ WIFI ความเร็วสูง และทางภูเก็ตพัฒนามีแผนว้า ถ้านักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ป่าตอง แล้วซื้อริสแบรนด์ จะได้ใช้ WIFI ตัวนี้ได้อย่างสะดวก แล้วยังเกี่ยวพันถึงเรื่องการควบคุมนักท่องเที่ยว เราจะรู้ว่าใครเป็นใคร มาจากที่ไหน วัดจำนวนนักท่องเที่ยวได้

นอกจากนี้ ยังมีโครงการศูนย์ควบคุมเรือยอร์ช ณ ท่าเทียบเรือฉลอง พัฒนาเป็นจุดตรวจเข้าออก เรือสำราญและกีฬาเรือยอร์ชให้เป็นระบบบริการเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียวด้วยระบบออนไลน์ ตามนโยบายของรัฐบาลที่สนับสนุนให้ภูเก็ตเป็นยอร์ชฮับ อีกทั้งยังมีโครงการระบบรถไฟฟ้ารางเบา (LRT/Tram) เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพและมาตรฐาน ที่จะสามารถแก้ปัญหาด้านการจราจรและการคมนาคมขนส่งที่เริ่มแออัดของจังหวัดภูเก็ต ระยะทางราว 50 กิโลเมตร จากสะพานสารสินจนถึง 5 แยก คาดว่าจะเริ่มการก่อสร้างได้ราวปี 2564 ล่าสุดขณะนี้สามารถรวบรวมผู้ถือหุ้นได้กว่า 20 ราย ทุนที่ระดมร่วมกันรายละราว 4 ล้านบาท

บสย.สาขาสุราษฎร์ธานี สามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs รายใหม่สำเร็จเกินเป้า

นายเทียบจิตต์ จันทรภูติผลากร ผู้จัดการสำนักงานสาขา สำนักงานสาขาสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า บสย.สาขาสุราษฎร์ธานี ดูแลพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี, กระบี่, ชุมพร, พังงา, ภูเก็ต และ ระนอง เป้าหมายปี 2560 วงเงินค้ำประกันสินเชื่อ 6,350ล้านบาท ไตรมาสที่1 อนุมัติ 795.70 ล้านบาท เป้าหมายอนุมัติSMEsรายใหม่ 3,939ราย ไตรมาส1 อนุมัติ 1,581ราย เป้าหมายการติดตามค่าประกันชดเชย ปี60 วงเงิน15.7ล้านบาท ไตรมาส1 ตามได้2.02ล้านบาท

ในส่วนของการอนุมัติให้ผู้ประกอบการรายได้รายใหม่สาขาสุราษฎร์สูงเป็นอันดับ 1 คือ 1,581 รายสูงถึง 220% โดยเกินจากเป้า 863 ราย ทั้งนี้เนื่องจากลูกค้าในภูเก็ตค่อนข้างเข้มแข็ง โดยเฉพาะลูกค้ารายใหญ่ของบสย.จะอยู่ในภูเก็ตคือบริษัทซุปเปอร์ซิฟ ซึ่งประกอบกิจการค้าปลีกค้าส่ง ปัจจุบันมีสาขาในภูเก็ตถึง 60 สาขาและกำลังขยายไปยังพังงาและกระบี่ จากเดิมที่จ้างพนักงาน 400 กว่าคนปัจจุบันมีพนักงานสูงถึง 4,700 คน และแม้จะมีห้างค้าปลีก ค้าส่งข้ามชาติเข้ามาในพื้นที่แต่ซุปเปอร์ซิฟก็ยังเติบโตได้ดีมียอดขายสูงอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้การค้ำประกันของสาขาสุราษฎร์เติบโตเกือบ 200% ในแต่ละปี สำหรับกิจการที่ได้รับการค้ำประกันหลักๆ เป็นอุตสาหกรรมเกษตรเช่นยางพารา กาแฟ และอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปทั้งน้ำมันยาง ไม้ยางพาราและประมง เนื่องจากปี 2559 สุราษฎร์ฯเจออุทกภัยทำให้เป้าการค้ำประกันในไตรมาสแรกทำได้ต่ำกว่าเป้าจาก 715 ล้านทำได้ 70 ล้านบาท แต่เป้าตามหนี้สามารถทำได้ตามที่ได้รับมอบหมายคือ 25 ล้านบาท

ในส่วนของการอนุมัติให้ผู้ประกอบการรายได้รายใหม่สาขาสุราษฎร์สูงเป็นอันดับ 1 คือ 1,581 รายสูงถึง 220% โดยเกินจากเป้า 863 ราย ทั้งนี้เนื่องจากลูกค้าในภูเก็ตค่อนข้างเข้มแข็ง โดยเฉพาะลูกค้ารายใหญ่ของบสย.จะอยู่ในภูเก็ตคือบริษัทซุปเปอร์ซิฟ ซึ่งประกอบกิจการค้าปลีกค้าส่ง ปัจจุบันมีสาขาในภูเก็ตถึง 60 สาขาและกำลังขยายไปยังพังงาและกระบี่ จากเดิมที่จ้างพนักงาน 400 กว่าคนปัจจุบันมีพนักงานสูงถึง 4,700 คน และแม้จะมีห้างค้าปลีก ค้าส่งข้ามชาติเข้ามาในพื้นที่แต่ซุปเปอร์ซิฟก็ยังเติบโตได้ดีมียอดขายสูงอย่างต่อเนื่อง

นายเทียบจิตต์ กล่าวว่า บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เป็นหน่วยงานสังกัดกระทรวงการคลัง หลักๆทำการค้ำประกันสินเชื่อ ซึ่งการค้ำประกันสินเชื่อของประเทศไทยก็มีมานานแล้ว ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2527 สมัยพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ คือได้มีกองทุนขึ้นมา เดิมเคยอยู่ กสย. กองทุนประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งของบริษัทอุตสาหกรรมประเทศไทย หรือ SCG เดิม ต่อมา กสย. ก็ได้ออกมาในรูปของ พรบ. บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม พ.ศ.2534

ช่วงแรกมีสำนักงานอยู่ที่กรุงเทพฯที่เดียว ต่อมาการค้ำประกันเริ่มขยายการค้ำประกันให้สูงขึ้น จาก 7-8พันล้าน ขยับมาเป็น2-4หมื่นล้าน จนปัจจุบันนี้ ทำมาแสนกว่าล้าน ถือว่าการค้ำประกันเติบโตมา กว่า200%ในแต่ละปี ทีนี้ นโยบายของรัฐบาลที่ผ่านมา ตั้งแต่ พ.ศ. 2544 มีผู้ประกอบการ9ล้านราย ก็ได้มีการเปิดสาขา11สาขา อาทิ เหนือตอนบน สาขาชียงใหม่, เหนือตอนล่าง สาขาพิษณุโลก, อีสานมี3สาขา อุดรธานี นครราชสีมา อุบลราชธานี, ตะวันออก สาขาชลบุรี , ภาคกลาง สาขาประจวบคีรีขันธ์ และสาขากรุงเทพและปริมณฑล, ภาคใต้มี2สาขาคือ สุราษฏร์ธานี สงขลา การแบ่งสาขาพื้นที่จังหวัดดูแล จะแบ่งตามศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคหรือ BOI ของจังหวัด

ในส่วนของสำนักงานสุราษฏร์ธานี เดิมทีเราจะดู 7จังหวัดภาคใต้ตอนบน ชุมพร ระนอง สุราษฏร์ธานี ภูเก็ต กระบี่ พังงา และนครศรีธรรมราช เมื่อก่อนนครศรีธรรมราชมียอดการค้ำประกันสูงเป็นอันดับที่ 2 รองจากสุราษฏร์ธานี แต่เกิดปัญหาจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทางสงขลาจึงมีปัญหาภารธุระการค้ำประกันลดลง ทางสาขาสุราษฏร์ธานีจึงถูกตัดออกไปเพื่อไปช่วย สาขาสงขลา และไปดูแลสาขาประจวบคีรีขันธ์เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ในส่วนของสุราษฏร์ธานี การที่เข้าไปช่วยเหลือผู้ประกอบการ ทำให้ บสย. เองเติบโต ยอดลูกค้าเพิ่มมากขึ้น ล่าสุด บสย. มีการค้ำประกัน ในของสุราษฏร์ธานี เป็น 20,224ราย และบสย. มีหน้าที่ช่วยให้การพัฒนาภารธุระอุตสาหกรรมขนาดย่อมบรรลุเป้าหมายตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ ทีนี้ในปีที่ผ่านมา สุราษฏร์ธานีอาจโชคไม่ดีเจออุทกภัย คือเป้าการค้ำประกันของสุราษฏร์ธานี ในช่วงไตรมาสแรกตกลง จากเป้าที่ตั้งไว้ 867ล้าน ทำได้ 795ล้าน ในส่วนของเป้าตามหนี้ คือสาขาสุราษฏร์ธานีเองจะได้รับเรื่องของตามหนี้ เมื่อ3ปีที่แล้ว โดยให้สาขากำหนดเป้า ซึ่งที่ผ่านมาก็ทำเป้าได้ดี คือโดยเฉลี่ยจะต้องตามหนี้ให้ได้ล้านกว่าบาท แต่โดยศักยภาพของ บสย. เราได้มา 6-7แสน เนื่องจากต้นปีที่ผ่านเกิดอุกภัย จึงต้องไปเน้นตัวอื่นก่อนที่สามารถทำได้ เช่น การอนุมัติให้ผู้ประกอบการรายใหม่หรือรายย่อย ซึ่งสุราษฏร์ธานีเป็นอันดับ1ของประเทศที่ได้รายย่อยที่เป็นรายใหม่สูงขึ้น จากเป้า718ราย ในไตรมาสแรก ทำได้1,511ราย สูงถึง220%

ทีนี้ ในสาขาภูเก็ต ลูกค้าค่อนข้างจะเข้มแข็ง ลูกค้าลักษณะนี้ บสย. จะแนะนำว่า ควรจะไปแบงค์ไหนที่เร็วในการพัฒนาสินเชื่อ ลูกค้าภูเก็ตค่อนข้างจะหลากหลาย ไม่ใช่แค่ท่องเที่ยวอย่างเดียว เรามีโรงแรม ธุรกิจท่องเที่ยว อุตสาหกรรม บสย.มีศักยภาพในการที่จะแนะนำลูกค้าให้ไปหาแบงค์ไหน ที่จะได้ประสบความสำเร็จ และลูกค้าที่ตรงตามเป้า คือเศรษฐกิจของพื้นที่ดี มีการแจ้งแรงงานเพิ่มขึ้น ลูกค้ามีการขยายตัว เราก็เติบโตไปกับเขา

ในส่วนของอุตสาหกรรมรม ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าของ บสย.ทั้งหมด เพราะว่า จะมีโครงการของ scb bank โครงการบัญชีเดียว ลูกค้าสามารถมาใช้ได้ เพราะดอกเบี้ยค่อนข้างถูก และปีที่ผ่านมา รัฐบาลก็สนับสนุนในส่วนของซอฟต์โลน ก็จะมีซอฟท์โลนอยู่2ครั้ง คือ แสนล้าน กับ ห้าหมื่นล้าน ส่วน บสย.ก็ได้มีศักยภาพเข้าไปช่วยเหลือลูกค้ามากขึ้น

บสย.เชียงใหม่ โกยวงเงินค้ำประกัน ทะยานขึ้นอันดับ 2 ของประเทศ พร้อมกับเก็บลูกค้ารายใหม่ถึง 1,189 ราย

นายดำริ ขวัญสุวรรณ ผู้จัดการ บสย.สำนักงานเชียงใหม่ กล่าวว่า บสย. สาขาเชียงใหม่ ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่จังหวัด เชียงใหม่, เชียงราย, น่าน, พะเยา, แพร่, แม่ฮ่องสอน, ลำปาง และลำพูน บสย. มีการอนุมัติค้ำประกันสินเชื่อ 1,012 ล้านบาท คิดเป็นจำนวน 1,564 LG ส่งผลต่อการจ้างงานเพิ่มขึ้น 1,387 คน เฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ บสย. ค้ำประกันสินเชื่อรวม 419 ล้านบาท คิดเป็นจำนวน 465 LG ส่งผลต่อการจ้างงานเพิ่มขึ้น 707 คน

สำหรับวงเงินค้ำประกันหากเทียบกับสำนักงานสาขาทั้ง 10 สาขาของบสย.เชียงใหม่จะอยู่ในลำดับที่ 2 ในส่วนของจำนวนค้ำประกัน ส่วนลูกค้ารายใหม่ของสาขาเชียงใหม่มี 4,337 ราย และไตรมาสแรกของปีนี้จากเป้าลูกค้ารายใหม่ 791 ราย แต่บสย.เชียงใหม่มีลูกค้ารายใหม่ถึง 1,189 ราย และเมื่อเทียบกับทุกสาขาในภูมิภาคจะอยู่ในลำดับที่ 4 ส่วนการตามหนี้จากเป้า 17 ล้านบาทตลอดทั้งปี โดยไตรมาสแรกเป้าตามหนี้ 3.8 ล้านบาททำได้ 2.4 ล้านบาท

ร่วมแสดงความคิดเห็น


Do NOT follow this link or you will be banned from the site!