คืบหน้ากรณี นศ.ม.แม่โจ้ ถูกพนักงานของสถานบันเทิงชื่อ “โอเชี่ยน” รุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต คาดไม่เกิน 7 วัน คลี่คลายคดีเสร็จสมบูรณ์

คืบหน้ากรณีนักศึกษา .แม่โจ้ ถูกพนักงานของสถานบันเทิงชื่อโอเชี่ยนรุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต ล่าสุดทางกลุ่มนักศึกษา ยกเลิกการรวมตัวที่ศาลากลางเชียงใหม่ เพื่อที่จะยื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯ แล้ว โดยที่ก่อนหน้านี้ได้มีการรวมตัวกันที่ สภ.แม่โจ้ เพื่อเรียกร้องเร่งรัดคดีและตรวจสอบสถานบันเทิงที่เกิดเหตุ ขณะที่ทาง รอง ผบช..5 เร่งสั่งการตำรวจลุยทำงานเต็มที่ ขณะนี้รวบผู้ต้องหาแล้ว 4 คน จ่อจับเพิ่มอีก 3 คน ดำเนินคดีเบื้องต้น 4 ข้อหา  ยืนยันไม่ได้เป็นผู้มีอิทธิพลใดๆ ทั้งสิ้น คาดไม่เกิน 7 วัน คลี่คลายคดีเสร็จสมบูรณ์

จากกรณีคดีที่กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยแม่โจ้ ถูกกลุ่มพนักงานของสถานบันเทิงชื่อโอเชี่ยนที่อยู่ตรงข้ามกับ สภ.แม่โจ้ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ รุมทำร้ายและใช้อาวุธปืนข่มขู่ ทำให้นักศึกษาเสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บ 6 คน เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 17 พ.ย.60  ช่วงเที่ยงคืน และช่วงเย็นของวันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา ทางกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยฯ จำนวนมาก ได้แบ่งกลุ่มกันเดินทางไปที่ว่าการ อ.สันทราย และ สภ.แม่โจ้ เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายกับกลุ่มเจ้าของกิจการธุรกิจสถานบันเทิงโอเชี่ยน ตามที่ได้มีการนำเสนอข้อมูลไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 11:00 . วันที่ 21 พ.ย.60 จากการที่ก่อนหน้านี้ทางกลุ่มนักศึกษาได้นัดรวมตัวกันที่ศาลากลาง จ.เชียงใหม่ เพื่อเข้ายื่นหนังสือ ถึง ผวจ.เชียงใหม่ ให้ช่วยติดตามตรวจสอบกรณีการเปิดบริการสถานบันเทิงและเร่งรัดคดี โดยระบุว่าที่ผ่านมาที่ร้านดังกล่าว เคยเกิดเหตุทะเลาวิวาทกันเป็นประจำ ทั้งชกต่อย, รุมทำร้าย หรือใช้อาวุธมีดแทงกันจนบาดเจ็บสาหัส รวมทั้งเชื่อด้วยว่ามีการเปิดเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด แต่ยังคงเปิดให้บริการมาได้ตลอด โดยไม่เคยถูกตรวจสอบและสั่งปิด ทั้งที่อยู่ห่าง สภ.เพียงไม่กี่สิบเมตร จึงอยากเรียกร้องให้มีการดำเนินการตรวจสอบการเปิดบริการและดำเนินการตามกฎหมาย กับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุมทำร้ายนักศึกษา จนเสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัสในครั้งล่าสุดนี้ อย่างไรก็ตามในที่สุดกลุ่มนักศึกษาได้ยกเลิกการนัดหมายดังกล่าวแล้ว

ขณะที่ทาง พล...พิทยา ศิริรักษ์ รอง ผบช.ภ.5 เปิดเผยความคืบหน้า คดีนักศึกษามหาวิทยาลัยแม่โจ้ถูกรุมทำร้ายในสถานบันเทิงใกล้ สภ.แม่โจ้ เป็นเหตุให้เสียชีวิต 1 บาดเจ็บ 6 ขณะนี้ทางตำรวจได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน และยืนยันว่าไม่ได้นิ่งนอนใจในการดำเนินการ เบื้องต้นได้ดำเนินคดีพร้อมยืนยันว่า คดีที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องของผู้มีอิทธิพลแต่อย่างใด และในเรื่องที่ทางนักศึกษาเกิดข้อสงสัยว่า ทำไมถึงมีการอนุญาตให้สถานบริการตั้งอยู่ใกล้กับ สภ.

 ซึ่งในข้อเท็จจริงแล้วนั้นทราบว่าเดิมที สภ.แม่โจ้ ได้มาตั้งทีหลัง เนื่องจากก่อนหน้านี้ สภ.แม่โจ้ ขึ้นกับพื้นที่สันทราย แต่ต่อมาทางมหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้ร้องขอให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาคอยดูแลในพื้นที่ ทางตำรวจภูธรภาค 5 จึงได้มีการเพิ่มสถานีตำรวจในพื้นที่ขึ้นมาเมื่อช่วงปีก่อน และยังมีการดำเนินการก่อสร้างในส่วนของตัวอาคารอยู่ ส่วนในเรื่องกรณีของ ผกก.สภ.แม่โจ้นั้น ทาง พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5 ก็ได้มีการสั่งการให้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา

ขณะเดียวกันในส่วนของกรณีที่ว่าทางเจ้าของสถานบันเทิงแห่งนี้ เป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพลหรือไม่อย่างไรนั้น จากการตรวจสอบทางตนยืนยันว่าไม่ได้มีอิทธิพลแต่อย่างใด เป็นบุคคลธรรมดาทั่วไป และได้มีการจับกุมตัวได้ทั้งหมด 4 คน ตั้งแต่ทราบเรื่องโดยมีการขอหมายศาลตามระเบียบการดำเนินการทุกอย่าง ส่วนการถูกสั่งปิดบริการแล้วมีการเปลี่ยนชื่อสถานบริการใหม่ แล้วมาเปิดอีกครั้งนั้น ก็ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากต้องปฏิบัติตามคำสั่ง คสช.

อย่างไรก็ตามทราบว่าขณะนี้ทาง สภ.แม่โจ้ ก็กำลังทำเรื่องเพื่อขอเสนอปิดสถานบริการดังกล่าว โดยอาจจะต้องใช้เวลาในการดำเนินการ แต่ทางสถานบริการเองก็ได้หยุดดำเนินการไปแล้ว โดยหากมีการสั่งปิดก็จะเป็นการปิดยาวไม่เกิน 5 ปี และในส่วนของการตั้งข้อหากับผู้ต้องหาในเบื้องต้นนั้น ข้อหาหลักๆ มีข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย, เปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืนไปในที่ชุมชน และทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บถึงสาหัสโดยประมาท

 

ส่วนทางด้าน อ.ชัช พชรธรรมกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เปิดเผยว่า สำหรับเรื่องของการดำเนินคดีขณะนี้ทางตนรวมทั้งมหาวิทยาลัยฯมั่นใจในการทำงานของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และกระบวนการความยุติธรรม  เนื่องจากว่าหลักฐานที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นกล้องที่สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ในที่เกิดเหตุ และภาพถ่าย รวมไปถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่สามารถติดตามคดีได้อย่างรวดเร็ว ที่ขณะนี้สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้แล้ว 4 คน และยังอยู่ในระหว่างการออกหมายจับอีก 3 คน โดยคาดว่าจะได้ตัวครบทั้ง 7 คน ในเร็วๆ นี้

ส่วนทางมหาวิทยาลัยฯนั้น ก็ได้มีการติดตามความคืบหน้าและการประสานงานอย่างใกล้ชิด เนื่องจากกรณีที่เกิดขึ้นนี้ถือเป็นเรื่องที่มีความสะเทือนใจกับทางมหาวิทยาลัยฯ และบรรดาศิษย์เก่า แต่ทุกฝ่ายก็มีความเข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยการเดินทางมาในวันนี้ก็เป็นเพียงต้องการมาทวงถามหรือมาแสดงเชิงสัญลักษณ์ ในความห่วงใยเนื่องจากเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกัน

 

 

รองอธิการบดีฯกล่าวเพิ่มเติมว่า เกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้นนี้มีผลกระทบสะเทือนต่อจิตใจของบรรดานักศึกษาเป็นอย่างมาก เนื่องจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้นั้นมีความรักความผูกพันธ์กัน ระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้องในสถาบัน แต่เมื่อทราบรายละเอียดและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทุกฝ่ายก็เข้าใจ และพยายามที่จะดำเนินการกวดขันกันอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของทางท่านอธิการบดีฯ เกี่ยวกับการดำเนินการกับสิ่งผิดกฎหมายที่อยู่ใกล้รั้วมหาวิทยาลัยฯ อย่างไรก็ตามทางมหาวิทยาลัยฯ รวมทั้งทางตำรวจ และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องก็มีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการดำเนินการกับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้อยู่แล้ว

นอกจากนี้ข่าวแจ้งด้วยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเก็บหลักฐาน เป็นภาพจากกล้องวงจรปิดในสถานบันเทิงที่เกิดเหตุได้แล้ว โดยเป็นภาพที่บันทึกช่วงเวลาเกิดเหตุชุลมุนทำร้ายร่างกายกัน ซึ่งถือว่าเป็นหลักฐานที่แน่นหนา แม้จากการตรวจสอบจะพบว่ามีภาพบางส่วนที่ถูกลบออกไป โดยทางเจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างกู้ข้อมูลที่ถูกลบออกไปคืนมา ทั้งนี้มีกระแสข่าวว่ามีผู้ที่พยายามติดต่อเจรจาต่อรองให้ทางเจ้าหน้าที่ยุติการกู้ข้อมูลภาพวงจรปิดดังกล่าว ที่จะนำมาใช้เป็นหลักฐานในคดีนี้แลกกับเงินจำนวน 60,000 บาท อย่างไรก็ตามข้อเสนอนี้ได้ถูกปฏิเสธจากทางเจ้าหน้าที่ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

อ่านข่าวก่อนหน้าได้ที่ : https://www.chiangmainews.co.th/archives/646734

ร่วมแสดงความคิดเห็น