บรรดาวัดในเขตกำแพงเมืองนครเชียงใหม่ ล้วนมีประวัติศาสตร์ เรื่องราวบอกเล่าสืบกันมา แต่สำหรับวัดแห่งนี้มีตำนานเมืองพรรณาว่าสำคัญยิ่งด้วยเป็นสถานที่ซึ่งกษัตริย์ทุกพระองค์ในราชวงศ์มังรายต้องเสด็จมาสรงน้ำ มูรธาภิเษก ตามโบราณราชประเพณี ที่นำน้ำในหนองจริณ เป็นส่วนหนึ่งของราชพิธีราชาภิเษก ขึ้นปกครองเมืองเชียงใหม่โดยมีรางทองคำ เป็นรางน้ำไหลมาสรงพระวรกาย 7 ราง ซึ่งในความหมายของคำว่า ลิน ภาษาล้านนาแปลว่า รางน้ำ ดังนั้นชื่อวัด เจ็ดลินอาจจะมีด้วยเหตุผลดังกล่าวอีกด้าน ในโคลงนิราศหริภุญไชย ซึ่งแต่งขึ้นในปีพศ.2060 สมัยพญาเมืองแก้ว กษัตริย์เชียงใหม่ลำดับที่ 11 ราวๆปีพศ. 2038 -2069 มีบทหนึ่งสะท้อนภาพความยิ่งใหญ่ ณ วัดนี้ว่า ” เจ็ดลินลุแล้วเล่า ศาลาเลิศเอ่ คองคู่สานเสน่หา แห่งนั้น วรลักษณ์เลิศรสา สวรรค์เทพ ทิพเอ่ สาแผ่นดินใดดั้น พี่ด้นอาวร ” ลุล่วงมาสมัยพม่าครองเชียงใหม่ (พศ.2101-2317 ) ไม่ปรากฎหลักฐานว่า วัดเจ็ดลิน มีสภาพถูกทิ้งร้างหรือเป็นอย่างไร ต่อมามีการขุดค้นทางโบราณคดี พบเศียรพระพุทธรูป ลักษณะไม่มีมาลา เข้าใจว่าเป็นพระประธานของวัด และมีการบูรณะในปีพศ. 2549 โดยคณะสงฆ์เชียงใหม่ มอบหมายให้ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพฯ ขณะดำรงสมณศักดิ์ที่พระญาณสมโพธิ ก่อนจะมีศักดิ์เป็นพระธรรมเสนาบดี (ธงชัย สุวณฺณสิริ ป.ธ.7) รองเจ้าคณะภาค 7 ในปัจจุบันร่วมกับพุทธศาสนิกชน พุทธบริษัทในเชียงใหม่ รวมพลังฟื้นฟูวัดร้าง กลางเมืองเชียงใหม่ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชีนาถ ในรัชกาลที่ 9 วโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมายุครบ 6 รอบ 72 พรรษา เมื่อปีพศ.2546 จากประตูวัด ก้าวเข้ามา จะแลเห็นวิหารที่ พัฒนาสร้างใหม่ สะท้อนสถาปัตยกรรมล้านนาร่วมสมัย ด้านในประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์โต ด้านหลังวิหารมีเจดีย์โบราณ ทรงมณฑป ผสมทรงกลม สันนิษฐานว่ารับอิทธิพลจากสุโขทัย ข้างๆวิหาร ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในวัดจะเห็น เศียรปูนปั้นขนาดใหญ่พระประธานองค์เดิม ตั้งอยู่บริเวณลานวัด ช่วงสงกรานต์ทุกๆปี จะมีการก่อเจดีย์ทรายใหญ่ที่สุดในโลก บริเวณนี้ส่วนด้านหลังวัด มีหนองน้ำ มีสะพานโต่วะ เป็นภาษากะเหรี่ยง แปลว่า สะพานไม้ไผ่ มีการประดับตกแต่งด้วยโคมไฟ ผ้าหลากสีสัน ทอดยาวเหนือหนองน้ำ รายรอบด้วยสระบัวขนาดใหญ่ สามารถเดินข้ามหนองน้ำนี้เพื่อไปยังอีกฝั่งหนึ่งได้ กลายเป็นมุมยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย ชาวต่างชาติที่ต้องมาถ่ายภาพ แวะเช็คอิน ตลอดสายถ.พระปกเกล้า ที่เริ่มจาก ประตูเชียงใหม่ ตรงไปจรดแยกกลางเวียง ไล่เรียง รายชื่อวัดแล้ว นี่่คือถนนสายทัวร์ธรรมะ บรรยากาศแต่ละวัด จะนั่งจิบ ชา กาแฟ ในมุมโปรด สนทนาธรรมกับพระคุณเจ้า หรือแค่นั่งมองชีวิตผู้คนก็อาจสัมผัสสวรรค์เบื้องหน้า ในป่าคอนกรีต เปิดประตูวัดเช้าจรดเย็น