ในบรรดา อ.ชายแดน ของเชียงใหม่นั้น ” เวียงแหง “มี 3 ตำบล ได้แก่เมืองแหง,เปียงหลวง และแสนไห ติดกับบ้านบางใหม่สูง, ปางเสือเฒ่า ,กองเฮือบิน เมืองต่วนของรัฐฉาน สหภาพเมียนมา โดย 5 อำเภอโซนเหนือของเชียงใหม่ มีพรมแดนติดกับเมียนมา กว่า 227 กม. หากวิเคราะห์ศักยภาพจุดผ่อนปรนกิ่วผาวอก บ้านอรุโณทัย ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว และบ้านหลักแต่ง ต.เปียงหลวง อ.เปียงหลวง โดดเด่นพอ ๆกัน จุดแรกเปิดเมื่อ 25 ต.ค.2540 และอีกปีต่อมาที่บ้านหลักแต่ง ด้วยข้อตกลงชายแดน เพื่อเชื่อม สัม พันธ์บ้านพี่เมืองน้อง มูลค่าในภาพรวมแค่หลักร้อยล้านบาท เนื่องจากสินค้าที่นำเข้า-ส่งออกจะเป็นสิ่งที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นส่วนใหญ่ ทั้งสินค้า อุปโภค บริโภค ผลผลิตการเกษตร น้ำมัน เป็นต้นต่อมาปิดตัวลงทุกจุดเมื่อ 10 เม.ย.2545 ด้วยข้ออ้างด้านความมั่นคงจุดผ่อนปรน กิ่วผาวอก ห่างจาก อ.เชียงดาว 50 กม. เชียงใหม่ ราวๆ 120 กม. เป็นจุดผ่อนปรนที่เชียงใหม่ พยายามผลักดันเปิดเป็นด่านถาวรมาตลอด อาจจะมากกว่า บ้านหลักแต่งด้วยซ้ำไป

สำหรับจุดผ่อนปรน บ้านหลักแต่ง อ.เวียงแหงนั้น อยู่ห่างจาก อำเภอเพียง 10 กม. จากเมืองเชียงใหม่ราวๆ 160 กม. ในอดีตเคยมีรูปแบบที่น่าสนใจ คือ ระบบการค้าคุณธรรม ที่ต่างฝ่ายต่างเชื่อใจกันฝ่ายปฏิบัติการควบคุมพื้นที่ บอกเล่าข้อสังเกต ระบบที่ว่า บางกลุ่ม นำทองคำ มาวางเป็นหลักประกัน แล้วรอรับสินค้าทั้ง 2 ฝ่าย และไม่เคยมีปัญหาตั้งแต่เปิดจุดผ่อนปรน แม้แต่รายเดียว เป็นจุดเด่นของพื้นที่ตรงนี้ ซึ่งชนกลุ่มน้อยฝั่งตรงข้าม จะเป็นไทใหญ่จากเวียงแหง ไปเมืองตองยี ตั้งแต่บ้านปางถ้ำก่อ ถึงเมืองเต๊าะ 25 กม. ไปเมืองทาราวๆ 18 กม.ไปอีก 24 กม.ถึงแม่น้ำสาละวิน จากนั้นไปเมืองปั้น ระยะทาง 39 กม.และอีก 280 กม.ถึงตองยี เส้นทางคมนาคม ขนส่ง สายนี้ถ้าพัฒนาให้ดี จะเป็นเส้นทางการค้าสำคัญและการท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ด้วยมีธรรมชาติค่อนข้างสมบูรณ์ ทั้งน้ำตก ถ้ำ วิถีชุมชน ,วัฒนธรรม ,ประวัติศาสตร์ ซึ่งหลายภาคส่วน ระดับคณะกรรมการชายแดน เห็นตรงกันว่า ต้องร่วมมือประ สานแผน ยกระดับ เป็นด่านถาวร จนนำไปสู่การปฏิบัติการ อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2556 ภายใต้ยุทธศาสตร์การค้าชายแดนไทย-เมียนมาสรุปว่า จุดผ่อนปรนบ้านหลักแต่ง ทั้งไทยและเมียนมาพร้อม แต่ด่านกิ่วผาวอก ด่านบ้านสันต้นดู่ อ.แม่อาย ยังรอข้อยุติกับชนกลุ่มน้อย ซึ่งรัฐบาลเมียนมา ขอเวลาสักระยะ เมื่อ 5 กย.2557 นั้น สมช.มีการประชุมได้ข้อสรุปให้ชะลอการเปิดด่านบ้านหลักแต่ง ให้ทางจังหวัดพิจารณาความเป็นไปได้ เพื่อดำเนินการผลักดันต่อไป ต่อมา 10 ต.ค.2557 จ.เชียงใหม่ มีการลงนามข้อตกลง เชียงใหม่-เชียงตุง ที่กรุงเนปิดอว์ เมียนมา การพัฒนาในฝังไทยตามแผนปรับปรุงเส้นทางคมนาคม ที่เป็นทางขึ้นเขากว่า 50 กม.ไม่ใช่อุปสรรค และพื้นที่ฝั่งตรงข้ามระดับตัวแทนรัฐฯ ซึ่งดูแลพื้นที่ภาคตะวันออกของสหภาพเมียนมา รับประกันความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ และกลุ่มรัฐฉาน ไทใหญ่ พร้อมสนับสนุนเต็มที่ ฝ่ายไทยต้องบริหารจัดการ ส่วนราชการรองรับการเปิดด่าน ให้พร้อมในส่วนเส้นทางจากเมืองปั่น มาเวียงแหง เป็นทางราบ บางช่วงเป็น 4 เลน ถ้าแผนพัฒนาในฝั่งไทยเรียบร้อยสมบูรณ์ อาจให้ภาคเอกชนไทยที่สนใจไปร่วมลงทุน บนเงื่อนไขการพัฒนา ที่มีสิทธิประโยชน์ตอบแทน แลกเปลี่ยน ล่าสุดกลุ่มทุนจีนรอชิงเสนอหลายโครงการ การเปิดด่านบ้านหลักแต่ง น่าจะมีโอกาสเป็นไปได้มากกว่าด่านกิ่วผาวอกและด่านสันต้นดู่ ที่มีชนกลุ่มน้อยเป็นกลุ่มว้า ก็อย่างที่ทราบๆกัน ไทยพร้อมแค่ไหน ถ้าเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะชนกลุ่มน้อยบางส่วน ยังไล่ทวงสัญญาปางโหลงเปิดสมรภูมิเป็นระยะๆ ในขณะที่ กลุ่มส่วนใหญ่ ต้องการ เปิดสมรภูมิการค้า มาก กว่าสนามรบ ก็จบกัน แต่อย่าลืมแวะเวียนไปเยือน เวียงแหง แซงทุกด่านแดนใจ ต้องไปให้ได้แล้วจะรู้ว่า เวียงแหง เมืองแห่งสุขจริงๆ